วันที่ อังคาร ธันวาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรียนรู้จากการเดินเที่ยวชมบรรยากาศตลาดสดเทศบาลเมืองเลย


ตลาดสดเทศบาลเมืองเลยถึงแม้จะมีของขายทั้งวัน แต่ส่วนใหญ่ของจะมีมากในช่วงดึกถึงเช้าตรู่ คนเมืองเลยจึงเรียกตลาดนี้เป็นเป็นตลาดเช้า ช่วงต้นเดือนธันวาคม2554 ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสกลับเมืองเลย และได้แวะไปจ่ายตลาดในช่วงเช้า พอดีเป็นช่วงหน้าหนาวมีหมอกพอประมาณทำให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศกลิ่นไอของความเป็นธรรมชาติของเมืองเลยอย่างเต็มที่ บันทึกนี้เลยนำมาแบ่งปันกันครับ

  

 

จากภาพ เป็นสภาพการจราจรบนถนนเจริญรัฐ บริเวณหน้าตลาดเช้า เวลาขณะนั้นประมาณเจ็ดโมงกว่าๆ เกือบแปดโมงแล้ว แต่แดดยังไม่ออกเลย มีหมอกปกคลุมพอประมาณ ภาพแรกเป็นแผนที่ภายในเมือง ภาพที่สองเป็นทางเข้าตลาดบริเวณโรงแรมภูหลวง ภาพที่สามเป็นเส้นทางที่มุ่งไปยังทิศใต้ บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ เส้นทางนี้จะมุ่งไปสู่สวนสาธารณะกุดป่อง แม่น้ำเลย ออกไปยังตลาดเย็นบ้านติ้วครับ เนื่องจากตลาดที่นี่กำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างและปรับปรุงเป็นอาคารขนาดใหญ่ ดังนั้นสภาพตลาดจึงต้องย้ายมาขายตามริมถนนและบนสะพานแทน ภาพที่ผมถ่ายมาบันทึกใน Blog นี้ เป็นบรรยากาศการขายของแบบแบกะดินเลียบไปตามถนน (เจริญรัฐ ซอย1) ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นของป่าของพื้นเมือง จะมีอะไรบ้างนั้นลองไปดูกันเลยครับ 

 กระบก

จากภาพด้านบนคือ “กระบก” หรือบ้านผมเรียกว่า “หมากบก” นั่นเองเป็น Snack แบบบ้านๆ ที่แกะกินเพลินๆ กินได้ทั้งแบบดิบๆ หรือนำไปคั่วให้หอมก็ได้ รายละเอียดสรรพคุณอ่านได้จาก Link นี้ครับ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=24013.0 


กุมารทอง

จากภาพด้านบน ที่คุณป้าทั้งสองกำลังนั่งขายอยู่มองดูเหมือนเนื้อสัตว์ทั่วๆ ไป แต่ที่พิเศษคือเป็นเนื้อของลูกวัวหรือลูกควายที่ตายในท้อง ที่บ้านผมจะเรียกว่าเนื้อ “กุมารทอง” ผมเข้าใจว่าเขาอาจจะฆ่าแม่ของมันซึ่งกำลังตั้งท้องอยู่และได้เนื้อลูกของมันด้วย เมนูนี้อาจจะสยองและทารุณนิดหนึ่งสำหรับคนทั่วไป บางคนอาจจะชอบครับเพราะเนื้อนุ่มแต่มุมมองของผมเป็นมุมมองของความสงสารมากกว่ากินไม่ลง 

แคป่า

ดอกสีเหลืองจากภาพด้านบนเป็นดอก “แคป่า” ที่มีรสค่อนข้างขม นำมานึ่งกินกับแจ่ว/ป่น (น้ำพริก) เข้ากันดีมากครับ รายละเอียดทางวิชาการอ่านได้จาก Linkนี้ครับ  http://scratchpad.wikia.com/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2 

งาเจียง-งาดำ

งาเจียง-น้ำอ้อย

จากภาพแรกจะเป็นงาดำและงาเจียง (งาขี้ม่อน) ส่วนภาพที่สองจะเห็นว่ามีน้ำอ้อยมาขายคู่ด้วย เพราะว่าส่วนใหญ่ในหน้าหนาวเราจะทำข้าวแดกงากินกัน รายละเอียดการทำข้าวแดกงาลองเข้าไปอ่าน Blog ที่ผมได้เคยบันทึกไว้ใน Link นี้ครับ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/325133 และคุณสมบัติของงาเจียงอ่านได้จาก Link นี้ครับ http://www.managerroom.com/forums/forum_posts.asp?TID=5580&PN=1 

ดอกหนามผะหญ่า

หนามผะหญ่าหรือผักปู่ย่าเป็นพืชพื้นเมืองอีกชนิดหนึ่งกินกับแจ่ว/ป่น (น้ำพริก) ได้เข้ากันอย่างดีมาก ปกติเราจะกินยอดหรือดอกสดๆของมันก็ได้ ช่วงนี้ไม่ค่อยมียอดออกมาเลยกินดอกแทน รายละเอียดเกี่ยวกับหนามผะหญ่าหรือผักปู่ย่าผมเคยเขียนบันทึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ที่ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/305296 ครับ  

ถั่วแฮ 

จากภาพมัดถั่วสีแดงน้ำตาลเข้มเป็นถั่วแฮซึ่งก็คือถั่วแระนั่นเอง เป็นถั่วแระแบบพื้นเมือง ถ้าเป็นฝักอ่อนส่วนใหญ่จะนึ่งกินกับน้ำพริกทั้งฝักหรือจะนำไปทำซุบก็ได้ (ใส่งา/ข่าตำ/น้ำปลาร้า) ถ้าฝักแก่ก็กินเม็ดแบบดิบๆหรือนึ่งสุกก็ได้

  

ท้อไข่/พุดทราจรวด

ลักษณะของมันคล้ายๆกับลูกพูดแต่ลูกพูดจะมีรสออกเปรี้ยวหวานปนขมเล็กน้อย ผลสุกของลูกท้อไข่นี้ มันจะมีเนื้อข้างในร่วนอ่อนนุ่มเหมือนกำมะหยี่ รสชาดหวานหอม ถ้ายังแก่ไม่เต็มที่จะมีรสฝาด ผลไม้ชนิดนี้ที่บ้านผมก็ปลูกไว้ต้นหนึ่ง ซึ่งได้เคยเขียนเล่าไว้ใน Blog แรกๆ ของผมไว้นานแล้วตาม Link นี้ครับ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/222684 

พุดทราจรวด/พุดทราก้นแหลม 

พุดทราพื้นเมืองพันธุ์นี้เป็นผลไม้ที่ผมอยากให้ทุกท่านได้ลองชิมดูครับ เพราะมีรสชาติจัดจ้านหวานกรอบมาก เมื่อเปรียบเทียบกับพุทราเหรียญทองหรือพุทราน้ำนม (พุทราแอบเปิ้ล) แล้วเทียบไม่ติดครับ สนนราคาอยู่ที่ 30-40 บาท/กก. ครับ 

เทา

“เทา” หรือคนทางภาคเหนือเรียก “เตา” เป็นสาหร่ายน้ำจืดชนิดหนึ่ง นิยมนำมาลวกแล้วยำใส่กับหอยขม มะเขือขื่น ข่าป่น ตะไคร้ ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า รายละเอียดคุณสมบัติทางวิชาการดูได้จาก Link นี้ครับ http://www.youtube.com/watch?v=yPdcdQa4zgQ 

แหนมหมู/งาเจียง/น้ำอ้อย/ข้าวแตน 

จากภาพด้านบนมีของหลายอย่าง แต่ที่อยากจะแนะนำคือ “แหนมหมู” แบบพื้นเมือง แหนมสูตรนี้เข้าใจว่าน่าจะมาจาก อ. ท่าลี่ เป็นสูตรแบบพื้นเมืองจริงๆ หนังน้อย เนื้อเยอะ กรรมวิธีและวัตถุดิบทำจากธรรมชาติล้วนๆ โดยใช้ใบตองห่อโดยตรงไม่หุ้มพลาสติกไม่ว่าจะข้างนอกหรือข้างใน การมัดก็ใช้ไม้ตอกมัด ไม่ใช้ยาง เวลาจะกินเรากินได้ทั้งแบบดิบหรือแกะห่อออกกินได้เลย หรือจะโยนเข้ากองไฟ นำไปอบ Microwave ทั้งห่อได้เลย พอแกะออกมาจะมีกลิ่นหอมของใบตองอบทำให้น่ากินยิ่งขึ้น สนนราคาอยู่ที่ห่อละ 10บาทเอง ถ้าราคาส่งก็จะอยู่ท่ 12-13 ห่อ/ 100 บาท 

บักน้ำ

“บักน้ำ” หรือน้ำเต้านั่นเอง ที่เห็นในภาพเป็นน้ำเต้าแบบพื้นเมืองที่ตัวผลไม่คอด นำมานึ่ง/ต้มกินกับแจ่ว/ป่น/น้ำพริก เข้ากันดี หรือจะนำไปแกงใส่ปลาแห้งทั้งแบบพื้นบ้านหรือแกงเลียงก็ได้

ปูนา/แมงแคงป่า

ลักษณะ Pakage ที่หนีบปูนาจะทำได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก ไม่ต้องพึ่งพลาสติกเลย ทำให้น่าซื้อยิ่งขึ้น 

แมงแคงป่า

กระบอกไม้ไผ่ที่เห็นในภาพจะบรรจุแมลงชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นฉุน บ้านผมเรียกว่า “แมงแคงป่า” ชาวบ้านจะนำไปรับประทานกับลาบ/ก้อย  โดยวิธีกินจะเทตัวแมลงใสถ้วยหรืออ่างที่ใส่น้ำไว้ไม่ได้บินออกไปได้ แล้วกินสดๆ แบบเป็นๆ รสชาติเปรียบได้กับวาซาบิเลยทีเดียว แต่จะมีรสหวานกว่า เมนูนี้ออกจะทารุณพอสมควร ตอนเด็กๆ ผมได้โอกาสมีกินอยู่ มาถึงตอนนี้รู้สึกสงสารเลยไม่ค่อยกล้ากินอีก

หนูนา

หนูนา/ตุ่น/กระรอก เหล่านี้ยังพอมีให้กินอยู่ ส่วนชาวบ้านจะนำไปทำแกงคั่ว โดยตำข่า ตะไคร้หอม พริก คั่วกับเนื้อสัตว์ให้น้ำนัวออก ปรุงรสด้วยน้ำปลา/ปลาร้า รายละเอียดการทำแกงคั่วแบบพื้นเมืองผมเคยเขียนบันทึกไว้ที่ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/423340

ข้อมูลต่างๆที่ผมได้เล่ามาเป็นข้อมูลของวันเวลาในช่วงเดือนธันวา54 ถ้าไปในช่วงอื่นๆ อาจจะได้ของที่แตกต่างกันไปตามฤดูกาล ซึ่งก็ทำให้เกิดการเรียนรู้ออกไปได้อีกบรรยากาศ อย่างไรก็ตามอยากเชิญชวนท่านที่มีโอกาสไปเที่ยวเมืองเลยลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินตลาดสดแทนการเดินห้างหรือเดินตลาดจัดตั้งที่ไม่เป็นธรรมชาติดูบ้างนะครับ

โดย ไทเลย-บ้านแฮ่

 

กลับไปที่ www.oknation.net