วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทองคำ ฤาจะหมดมนต์ขลัง


เห็นราคาทองคำตกพรวดพราด  ก็หวั่นใจว่าพวกเราจะเข้าไปเก็งกำไร  เพราะมีผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่า  ราคาทองปีหน้าจะดีดกลับไปที่ 1,900 เหรียญต่อออนซ์   แต่ช้าก่อน!  ขอให้ฟัง second opinion จากบทความนี้ก่อนจะได้ไหม

พวกเราคงทราบดีว่า  ราคาทองคำได้พุ่งทะยานในช่วง 4-5 ปีนี้  เพราะนักลงทุนรายใหญ่ระดับโลกเขาหนีมาพักร้อน  เดิมที นักลงทุนเหล่านี้มักจะลงทุนด้วยเงินดอลลาร์ ในตลาดหุ้นสหรัฐ  แต่เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐราวปี 2550  นักลงทุนผู้เจนจัดย่อมสามารถคาดการณ์ได้ว่าหุ้นสหรัฐและเงินดอลลาร์จะร่วงลงหนักตามภาวะเศรษฐกิจ (เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในไทยตอนวิกฤตต้มยำกุ้ง)  พวกเขาจึงหาที่พักเงินชั่วคราว  และทองคำเป็นแหล่งหลบภัยที่ดีที่สุด  เขาจึงเรียกทองคำว่า safe haven

เราทุกคนน่าจะรู้ดีว่า  ทองคำเป็นหลักทรัพย์ที่มีจุดอ่อนหลายข้อ  ไม่เคยจ่ายเงินปันผล ไม่มีผลประกอบการให้ดู  เป็นภาระในการจัดเก็บ  ทุกคนลงทุนด้วยเหตุผลเดียว คือ  เก็งว่าคนอื่นจะเข้ามารุมซื้อและราคามันจะวิ่งขึ้นไปตามดีมานด์ที่เข้ามา  แต่ในเวลาเดียวกัน  ต้องพะวงอยู่ตลอดเวลา  หากราคามันเกิดกลับทิศ  จะต้องรีบขายทิ้งหนีตาย  เหมือนที่เกิดขึ้นในเวลานี้

ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องทองคำ  ขนาดที่จะแนะนำให้ท่านขายทิ้งหรือซื้อเพิ่ม  แต่สำหรับผู้ที่กำลังจะเข้าไปเก็งกำไรด้วยการซื้อเพิ่ม  ขอให้อ่านเหตุผลต่อไปนี้  ก่อนจะตัดสินใจ

เหตุผลที่เชื่อว่าทองคำได้หมดมนต์ขลังลงแล้ว
1.    เศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญานฟื้นตัว
เศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐทำให้อัตราการว่างงานทะยานขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 9.9%ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา  แต่ข่าวล่าสุดแจ้งว่าอัตราว่างงานได้ลดลงมาเหลือ 8.6% ต่ำที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง  ขณะที่ยอดขายบ้านได้กระเตื้องขึ้นเป็นเดือนที่ 4  ทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มโยกเงินออกจากตลาดทองคำ  โดยการขายทองแล้วกลับมาซื้อดอลลาร์ราคาถูกคืน



2.    ราคาทองคำหลุดเส้นแนวรับระยะกลาง
ด้วยความที่ทองคำไม่มีผลประกอบการให้ดู  การเก็งราคาจึงต้องใช้อารมณ์ (sentiment)ตลาด เป็นเกณฑ์ในการวิเคราะห์  และกราฟราคาทองคำได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในแนวทางนี้  ตามทฤษฎีทางเทคนิค  เราจะถือว่าเส้นแนวโน้ม หากยิ่งยาวเท่าไร  ความแข็งแกร่งจะมากขึ้นไปด้วย  ทำให้ยากที่จะฝ่าทะลุไปได้  หากดัชนีหลุดแนวโน้มนี้ไปได้  ราคาจะขึ้นหรือลงแรงเป็นพิเศษ  ล่าสุดราคาทองได้หลุดเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะ 2 ปีไปแล้ว  เหลือเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะ 5 ปี อีกเส้น  หากหลุดแนวรับนี้ที่ประมาณ 1500 เหรียญ  ก็เป็นแนวโน้มชัดเจนว่า  ทองคำหมดอนาคต
3.    สวนทางวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป
เป็นที่คาดการณ์กันว่า  วิกฤตในยุโรปจะปะทุในราวต้นปี 2555  แต่ทั้งๆที่ทุกคนคาดการณ์เช่นนี้  ราคาทองคำแทนที่จะขยับขึ้น  กลับดิ่งลงสวนความรู้สึก  แสดงว่าทองคำอ่อนแอกว่าที่ควรเป็นมาก  ผมเชื่อว่า  ตอนนี้คือ  ช่วงข่าวร้ายที่สุดของยุโรปแล้ว  ถ้าไม่ขายทองตอนนี้  ก็ไม่รู้จะไปขายตอนไหน  ใครขายก่อนก็ยังได้ราคาดี  ถ้าถือมา 2-3 ปีแล้ว
4.    หลายประเทศเลิกใช้ทองคำเป็นเงินสำรอง
สมัยก่อน ธนาคารกลางของประเทศต่างๆจะพิมพ์เงินต้องมีทองคำเป็นเงินสำรองในการพิมพ์ธนบัตร  สหรัฐน่าจะเป็นชาติแรกที่ประกาศว่า  เขาไม่ใช้ทองคำเป็นเงินสำรอง  แต่ใช้ความน่าเชื่อถือ ตัวเลขเศรษฐกิจเป็นเครื่องรับรองค่าเงิน  ตอนนี้เริ่มมีบางประเทศใช้วิธีนี้บ้างแล้ว ซึ่งน่าจะทำให้ความต้องการทองคำปริมาณมากๆลดลง



5.    ราคาทองขึ้นมามากแล้ว
ถ้าจำไม่ผิด  ราคาทองขึ้นมาจากประมาณ 450 เหรียญต่อออนซ์ เมื่อ 5 ปีก่อน  แล้วขึ้นไปสูงสุดที่ 1889 เหรียญต่อออนซ์ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา  มันได้พุ่งขึ้นมากว่า 300% แล้ว  หากวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปบรรเทาลง  ท่านคิดว่ามันควรจะกลับไปที่ราคาเท่าไร  ( ในปี 1980 ราคาทองคำได้พุ่งขึ้นไปสูงสุดที่ 800 กว่าเหรียญต่อออนซ์ ก่อนที่จะร่วงลงมาเหลือประมาณ 300 เหรียญใน 2 ปีต่อมา ) ปัญหาคือ ตอนนี้ทุกคนต่างไม่ต้องการขายเป็นคนสุดท้าย  รายการแข่งกันขายจึงปรากฎให้เห็นในช่วงนี้

การลงทุนมีความเสี่ยง  ผมไม่อยากขัดลาภใคร  แต่ก็ไม่อยากเห็นคนไทยเป็นเหยื่อของใครครับ

โดย บรรยง

 

กลับไปที่ www.oknation.net