วันที่ ศุกร์ มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มีเพื่อนอย่างนี้...ไม่ต้องมีศัตรูเลย


            รัฐบาลสิงคโปร์ ประกาศมาตลอดว่าเรื่องเทมาเส็ก กับชินคอร์ปนั้นเป็นเรื่องของเอกชน รัฐบาลไม่เกี่ยว...

            ดังนั้น เมื่อผู้นำคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช.ของไทยพูดดังๆ ว่า สงสัยว่าจะมีการดักฟังผ่านระบบสื่อสารไปถึงสิงคโปร์ ไฉนกระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์จึงต้องเดือดร้อนถึงขั้นออกแถลงการณ์แก้เกี้ยวแทน "เอกชน" ของเขา?

            ฟังดูไม่เพียงแต่ประหลาดเท่านั้น แต่ยังแฝงไว้ด้วยความไม่จริงใจของเพื่อนบ้านที่เล่นเกมการเมืองเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของตนโดยไม่สนใจว่า "ความห่วงใย" ของไทยในกรณีทักษิณ และชินคอร์ป ที่ไปเกี่ยวโยงกับเทมาเส็ก นั้น เป็นเช่นไร

          อาการ "กินปูนร้อนท้อง" ของสิงคโปร์มีปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนแล้ว เมื่อกระทรวงต่างประเทศของเขาออกแถลงการณ์เป็นตุเป็นตะว่า เขาไม่ได้แอบฟังสัญญาณการสนทนาจากประเทศไทย เพราะเขาเป็น "มืออาชีพ"

          พร้อมกับบอกเป็นภาษาทางการว่า "We do not know what Gen Sonthi's remarks meant. Domestic calls within Thailand are not routed through Singapore. It does not make business or technical sense to route domestic calls via another country. Doing so will incur additional and unnecessary network resources, including costly international bandwidth, and degrade the quality of service..."

            แปลได้ความว่า หากมองจากด้านธุรกิจหรือเทคนิค การให้ระบบสื่อสารในประเทศ (ไทย) เชื่อมโยงผ่านต่างประเทศนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องของการคุ้มค่าการลงทุน "ดังนั้น เราจึงไม่เข้าใจว่าคำพูดของพลเอกสนธิ มีความหมายว่าอย่างไร?"

            นักเลงปากซอยเขาบอกว่าอย่างนี้เรียกว่า "เพื่อนแกล้งโง่" หรือไม่ก็เข้าทำนอง "ไปไหนมา สามวาสองศอก"

          ทำไมเทมาเส็ก ไม่เคยออกมาอธิบายจุดยืนของตัวเองในเรื่องต่างๆ ที่เป็นประเด็นร้อนๆ  เกี่ยวกับการซื้อหุ้นของชินคอร์ป จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างร้อนแรงในเมืองไทย? เทมาเส็ก ไม่รู้หรือว่าที่เขา "ฮุบ" ไปนั้นคือสัมปทานดาวเทียม โทรศัพท์มือถือและสถานีโทรทัศน์ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวโยงกับความมั่นคงของไทยทั้งสิ้น?

          หลายประเทศที่สิงคโปร์ พยายามเข้าไปซื้อธุรกิจด้านโทรคมนาคมก่อนหน้านี้ ก็มีปฏิกิริยาต่อต้านสิงคโปร์ไม่ได้ผิดแผกแตกต่างกับที่กำลังถูกคนไทยตั้งคำถามอยู่

            แต่สิงคโปร์ ไม่เคยเรียนรู้บทเรียนและไม่สำเหนียกถึงความรู้สึกของเจ้าของประเทศ เพราะเพียงแต่ต้องการ "ซื้อมา ทำกำไร และขายไป" เท่านั้น

            นิตยสาร BusinessWeek เพิ่งจะตีพิมพ์บทความเท้าความให้ฟังว่า เมื่อปี 2543 บริษัทในเครือเทมาเส็กที่ชื่อ Singapore Telecommunications หรือ "Singtel" พยายามจะซื้อ "ไทม์ดอทคอม" ของมาเลเซีย ก็เจอกับการต่อต้านจากอดีตนายกฯ มหาธีร์ โมฮัมหมัด ที่ออกมาพูดจาประชดประชันอย่างมีเนื้อหาใกล้เคียงความจริงว่า

            "ผมเห็นคนมาเลเซียมีความกังวลต่อ Singtel ของสิงคโปร์ กันมาก ผมไม่รู้ว่าทำไม หรืออาจจะเป็นเพราะพวกเขา sing and tell กระมัง?"

            ความหมายก็คือว่าคนมาเลเซีย กลัวว่าสิงคโปร์จะ "ร้องไป เล่าไป" แฝงด้วยความหมายว่าถ้า Singtel เข้ามาเป็นเจ้าของระบบโทรคมนาคมของเขา ก็จะสามารถ "เล่า" อะไรให้ใครต่อใครในสิงคโปร์ได้รับรู้เกี่ยวกับความลับของมาเลเซียกันทั่วหน้า

            แปลว่าเพื่อนบ้านมาเลเซียกลัวว่าสิงคโปร์จะ "ล้วงตับ" เขานั่นเอง

            ต้องไม่ลืมว่าเทมาเส็กและบริษัทในเครือ เคยถูกต่อต้านอย่างหนักมาแล้วเมื่อพยายามจะเข้าไปซื้อระบบโทรคมนาคมของประเทศอื่นอีก เช่น ออพตัส ในออสเตรเลีย โกลเบิล ครอสซิ่ง ในอเมริกา และอินโดแซท ของอินโดนีเซีย

            ถ้าเทมาเส็ก อ้างว่า การลงทุนต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องของธุรกิจเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเมืองเลยก็น่าสงสัยว่าทำไมแถลงการณ์ตอบโต้ไทย จึงมาจากกระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ มิใช่จากเทมาเส็ก?

            กระทรวงการคลังที่เป็นเจ้าของเทมาเส็กทั้งดุ้น ก็ไม่เคยได้แสดงจุดยืนเกี่ยวกับคำถามมากมายของไทยเกี่ยวกับเรื่องความสลับซับซ้อนของการที่เทมาเส็ก เข้าครอบงำกิจการชินคอร์ป จากครอบครัวของคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีของไทยในขณะนั้น

            ตั้งแต่กรณีเทมาเส็กซื้อหุ้นชินคอร์ป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่เมื่อ 19 กันยายน เป็นต้นมา ไม่มีน้ำเสียงของความเสียใจจากเพื่อนบ้านแห่งนี้เลยจริงๆ

          ฝรั่งบอกว่ามีเพื่อนอย่างนี้ ไม่ต้องมีศัตรูเลยก็ได้

          (ขอเชิญชวนให้ท่านผู้อ่านเข้าไปแสดงความเห็นใน blog ของผมที่ www.oknation.net/blog/black ซึ่งจะทั้งบทความ และบทวิเคราะห์ที่เป็นเสียงสดๆ ของผมที่ฟังได้เฉพาะที่ blog แห่งนี้เท่านั้น เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้านครับ...)

โดย กาแฟดำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net