วันที่ จันทร์ มกราคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Real Steel พ่อห่วยแตก (ผมจะเก็บความลับของพ่อไว้)



Real Steel  พ่อห่วยแตก (ผมจะเก็บความลับของพ่อไว้)

ภาพยนต์ที่เลื่อนคิวฉายในบ้านเรามาตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2554 เนื่องด้วยปัญหาอุทกภัย เพิ่งจะมีโอกาสฉายจริงจังกันเมื่อ 29 ธันวาคม 2554

                ภาพยนต์เรื่องนี้ ใช้ชื่อภาษาไทยว่า “ศึกหุ่นเหล็กกำปั้นถล่มปฐพี”

                ช่วงวันหยุดสิ้นปีหลายวันติดต่อกันในปีนี้ เราไม่มีโปรแกรมเดินทางไปไหนไกล เราจึงอยู่บ้าน และใช้ชีวิตให้เหมาะสม สิ่งที่พอจะเข้าท่าหน่อยคือ การไปดูหนัง เพราะเป็นสิ่งที่ครอบครัวของเราไปกันได้ ชอบดูหนังเหมือนกัน เมื่อวานเราเพิ่งพากันไปดูหนังเรื่อง TinTin ซึ่งเป็นหนังอนิเมชั่นแนวผจญภัย ดูสนุกเพลินไปอีกแบบ

                แต่วันนั้นเราเปลี่ยนโปรแกรมกระทันหัน กลับมาดูหนังอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ Real Steel ที่จ่อคิวฉายมาเมื่อช่วงปิดเทอมของไทย แต่จนแล้วจนรอดก็ถูกดองด้วยสภาวะน้ำท่วม เพิ่งได้มาลงโรงฉายเมื่อปลายปี 2554

                ทีแรกผมคิดว่าหนังเรื่องนี้คงจะเป็นหนัง แอคชั่นบ้าบิ่น ใช้กำลัง และเป็นเหมือนกับหนังแนวหนัก ๆ ใต้ดิน ที่ไม่มีประโยชน์ในแนวทางต่าง ๆ สำหรับข้อคิดเลย

                ผมคิดผิดทั้งหมด ภาพยนต์เรื่องนี้ ผมบอกได้อย่างไม่อายเลยว่า “ทำให้ผมน้ำตาไหลได้หลายครั้ง”  และผมขอแนะนำให้พาครอบครัวไปดู เพราะบังเอิญเหลือเกินที่ผมพาลูกชายทั้งสอง ไปดูด้วยเช่นกัน

 Real Steel เป็นหนังจากนวนิยาย วิทยาศาสตร์ แอคชั่น ซึ่งจากเค้าโครงเรื่องของ “Steel” ของ  Richard Matheson, ถูกนำมาปัดฝุ่นสร้างโดย Shawn Levy. ใช้ทุนไป 110 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมี Hugh Jackman as Charlie Kenton (ฮิวจ์ แจคแมน แสดงเป็น ชาร์ลี  เคนต้อน) ภาพยนต์เรื่องนี้ใช้สถานที่ถ่ายทำใน มิชิแกน และจำลองหุ่นยนต์มาทั้งหมด เพื่อเป็นตัวประกอบการแสดง ทำรายได้ ไปแล้วจากการฉายทั่วโลก 277 ล้านเหรียญสหรัฐ (เฉพาะอเมริกา 84 ล้าน) ความยาว 2 ชั่วโมง 7 นาที Rating: PG-13 (เด็กต่ำกว่า 13 ต้องมีผู้ใหญ่แนะนำ)

                ภาพยนต์เรื่องนี้อาจจะใช้คำที่รุนแรงสักหน่อย แต่ก็สะใจดี คือต้องยอมรับว่า Dakota Goyo หนุ่มน้อยที่รับบท “Max” (11 ขวบ) ลูกชายของชาร์ลี ซึ่งหย่ากับภรรยา แล้วต่อมาภรรยาเสียชีวิต จึงเกิดปัญหาในการเลี้ยงดู Max  เขาแสดงได้ดีมาก ๆ ในการถ่ายทอดอารมณ์ออกมา 

                ภาพยนต์เรื่องนี้ มี 3 สิ่งที่ถูกทอดทิ้ง คือ พ่อ ลูก และหุ่นยนต์ ซึ่งก็พยายามได้เสนอแนวทางของการดำเนินไปของ 3 สิ่งนี้ เหตุนี้แหละที่บทภาพยนต์ทำได้ดีมาก ๆ

 “ฉันรู้ว่าฉันทำผิดมาเยอะ แต่ฉันก็อยากทำในสิ่งที่ถูกต้องสักครั้ง” นี่เป็นคำพูดของ ชาร์ลี ผู้เป็นพ่อ ฟังแล้วกินใจยิ่งนัก ภาพยนต์ได้แสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์อันเหินห่างระหว่าง “พ่อกับลูก” เมื่อได้มาเจอกันแล้วก็ต้องหาทางต่อให้ติด หรือเป็นเพราะความเหมือนที่แตกต่าง ที่ทำให้สองคนสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างเข้าใจ ตอนสุดท้ายที่ พ่อ ได้กล่าวกับลูกชาย นั้น

                “....เอ่อ...คือ...พ่ออยากจะบอกลูกว่า..คือ...”

                “..ได้ครับ...ผมจะเก็บความลับของพ่อเอาไว้”  ลูกชายตอบ เมื่อเห็นว่า พ่อลำบากใจที่จะเอ่ย นับเป็นบทที่แสดงถึงความรู้สึกนึกคิดได้ดี นั่นหมายความว่า ลูกชายวัย 11 ขวบ ได้เข้าใจพ่อของตนอย่างถ่องแท้ เพราะมีเพียง เขาสองคนเท่านั้นที่จะรู้ว่า “คำพูดที่ละไว้” นั้นหมายความว่าอย่างไร และทำให้ผู้ชมอย่างเรา ๆ คิดไปต่าง ๆ นานา ว่า พ่ออาจจะพูดว่า

                “คือ..พ่อรักลูกนะ” หรือ “พ่อขอโทษ” หรือ “พ่อดีพอที่จะดูและลูกหรือยัง” ก็สุดแท้แต่ แต่คำที่ Max ลูกชายได้พูดตอบนั้น เกาะกินใจอย่างแรง

                ภาพยนตร์สะท้อนอารมณ์ได้อย่างดี ในช่วงสุดท้าย ที่พ่อพยายาม “ทำตัวเป็นต้นแบบ” ของหุ่นยนต์อย่างตั้งอกตั้งใจ ด้วยความขอร้องของลูกชาย ลูกชายจ้องมองการกระทำของพ่อ ด้วยความซาบซึ้ง จนน้ำตาไหล แล้วจะไม่ให้คนดูอย่างเราต้องคล้อยตามได้อย่างไรครับ เพราะหนังไม่ได้ใช้คำพูดมากมายในการอธิบาย ส่วนใหญ่จะเป็นการโต้เถียงกันมากกว่า แต่การแสดงออกนั้น เป็นสิ่งที่ออกมาจากใจ ถึงความจริงใจและห่วงใยต่อกัน

                ต้องยกนิ้วให้พระเอกตัวน้อย โกโย ที่แสดงเป็น แม็ก ได้สุดยอดจริง ๆ ครับ แม็ก ซึ่งเป็นเด็กพ่อแม่แยกทางกัน เป็นคนก้าวร้าว หัวดื้อ แต่สิ่งหนึ่งที่ แม็ก (MAX) มีคือ “อยู่ในโอวาท” เขาไม่ได้เกเรแบบไร้เหตุผล แต่ยอมเชื่อฟังคำสั่งของพ่อ แม้เขาจะไม่ชอบสิ่งนั้น นี่เป็นสิ่งที่ดีของเด็ก แม้จะนิสัยไม่ดี ดื้อด้าน แต่ยังฟังคำของผู้ใหญ่

                มาพูดถึง พระเอก ในรูปแบบของหุ่นยนต์กันบ้าง หนังเรื่องนี้ได้สร้างตัวแสดงที่เป็นหุ่นยนต์ออกมาหลายตัว ซึ่งต่างก็เป็นคู่ต่อสู้กัน ตัวเอกของเรื่องคือ Atom ซึ่งเป็นหุ่นยนต์สำหรับคู่ซ้อม

                นอกจากนั้นยังมี ซูส (หุ่นยนต์ทันสมัย ใช้โปรแกรมชั้นสูง) ไมดัส, นอยซี่บอย (หุ้นยนต์ของญี่ปุ่น), แอมบุช ทวินซิตี้ (หุ่นยนต์ 2 หัว)

                ผมไม่เสียดายตังค์เลยที่ไปดูหนังเรื่องนี้ และอยากจะดูอีกรอบ อยากจะแนะนำให้ทุก ๆ คนไปดู และผมเชื่อแน่ว่า คุณจะรักพ่อมากขึ้น จะรู้สึกดีกับพ่อมากขึ้น และบางคนอาจจะร้องไห้โดยไม่รู้ตัว 

สำหรับพ่อที่ห่วยแตก ก็อยากจะแนะนำให้ไปดูเช่นเดียวกัน คุณจะได้รู้จักความรับผิดชอบ และเข้าใจลูกของคุณมากขึ้น  คุณจะตอบอย่างไรเมื่อลูกบอกว่า

“พ่อขายผมใช่ไหม”

ขอให้มีความสุขสำหรับการชมภาพยนต์ในช่วงปีใหม่นี้นะครับ

ฝากเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ
















Promote : Cheap Markets Online,Best Price Toaster,Best Selling Refrigerators,Best Selling Bread Maker,Great Prices 3D HDTV,Best Selling Patio Collection

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net