วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หมอ...อาชีพที่ไม่น่าเลือก...แล้วหรือ


อ่านข่าวนี้แล้วอึ้งค่ะ

ตัดตอนออกมาให้อ่านคร่าวๆ นะ .....จาก "คม ชัด ลึก"

หมอศิริราชเผยนักเรียนแห่สละสิทธิเรียนหมอพุ่งร้อยละ 25 ทั่วประเทศ

ยันค่านิยมคนเรียนลดลง ด้านจุฬาฯ เตรียมวิจัยสาเหตุ

ขณะที่เลขาธิการแพทยสภาระบุ 17 ปีที่ผ่านมา

มีเรื่องร้องเรียนจริยธรรมแพทย์กว่า 3,000 เรื่อง

ชี้หมอเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นมากขึ้น หลังถูกคนไข้แห่ฟ้อง

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ศ.เกียรติคุณ น.พ.ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี

ประธานอนุกรรมการสิทธิด้านสุขภาพอนามัยและผู้สูงอายุ ผู้พิการ

สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ทั้งนี้ใน 6 ปี

ที่เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับการร้องเรียนหลายเรื่อง

พบว่าหลายกรณีเกิดจากความไม่เอาใจใส่ในการให้บริการ

ขาดการให้คำอธิบายกับคนไข้และญาติ

รศ.น.พ.สรนิต ศิลธรรม รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล

กล่าวว่า มีนักเรียนสอบได้คณะแพทยศาสตร์สละสิทธิภาพ รวมของทั้งประเทศคิดเป็นร้อยละ 25

เฉพาะที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชมีสละสิทธิร้อยละ 15 ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง

ถือว่าความต้องการเป็นแพทย์ในภาพรวมลดลง ผู้ที่มีคะแนนสูงหันไปเรียนสาขาอื่นแทน

ขณะนี้คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กำลังทำวิจัยเรื่องนี้อยู่

อย่างไรก็ตาม การตัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์นั้น

มีข้อสอบวัดด้านจริยธรรมทางการแพทย์และเมตตาธรรม

เมื่อเข้าเรียนก็มีกระบวนการเรียนการสอนปลูกฝังจริยธรรมและคุณธรรม

เช่น การเข้าค่ายตั้งสติ การเรียนพยาธิสภาพโรค กายวิภาคด้วยการผ่าศพ

เป็นการศึกษาจากร่างกายมนุษย์จริงๆ เพื่อหล่อหลอมให้นักศึกษาแพทย์

ตระหนักถึงความเป็นมนุษย์ สอนให้เป็นผู้นำ มีทักษะการสื่อสาร

มีความรู้พร้อมรักษาดูแลประชาชนอย่างมืออาชีพ

ด้านผู้แทนเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ระบุว่า

กระบวนการเรียนการสอนผลิตแพทย์ไม่มีความบกพร่อง

แต่ขาดระบบควบคุมติดตามแพทย์ให้มีจริยธรรมและเมตตาธรรม

อีกทั้งอยากถามแพทยสภาถึงกรณีส่งหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ให้สอบถามความเห็นของแพทยสภาก่อนที่จะรับแจ้งความฟ้องร้องแพทย์

ถือเป็นการกีดกันสิทธิของประชาชน ขณะนี้ไม่สามารถพึ่งแพทยสภา

ในการขอความเป็นธรรม ต้องพึ่งสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

แต่ก็มีหลายคดีล่วงเลยมาหลายปียังไม่มีผลการตัดสินชี้มูล

จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ด้าน น.พ.อำนาจ กุสลานันท์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า

ช่วงเวลา 17 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียนจริยธรรมแพทย์มายังแพทยสภากว่า 3,000 เรื่อง

ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ การโฆษณาอวดอ้าง

ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้รับบริการ

แพทย์ที่ถูกร้องเรียนส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 31-40 ปี

โดยยังมีเรื่องค้างการพิจารณาที่แพทยสภาอีกกว่า 600 เรื่อง

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว กรรมการแพทยสภาชุดนี้ยืนยันว่า

จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดบนพื้นฐานความถูกต้อง ยุติธรรม

ทั้งต่อผู้ร้องและแพทย์ที่ถูกร้อง เพื่อคุ้มครองประชาชน

และไม่กระทบต่อขวัญกำลังใจของแพทย์ เพราะผลจากการฟ้องร้องแพทย์ที่เพิ่มขึ้น

(อ่านท่อนต่อไปนี้นี้ดีดีนะ)

ส่งผลให้แพทย์จบใหม่จำนวนหนึ่งเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่น เช่น

เป็นเซลส์ขายตรงแทนการประกอบวิชาชีพแพทย์ โดยแพทย์หลายคนบอกว่า

หากการฟ้องร้องลดน้อยลงจึงจะกลับมาประกอบอาชีพแพทย์

ดังนั้นคิดว่าการผลักดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับริการสาธารณสุข พ.ศ....

ซึ่งมีกองทุนคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการน่าจะเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาได้


พี่ที่ทำงานคนนึงบอกว่า เวลาเรียนเนี่ยเอาเงินใครเรียน

ไม่ใช่ที่ชาวบ้านเค้าเสียภาษีให้หรือ

แต่เวลาชาวบ้านเจ็บป่วยหมอพวกเนี้ยทำกับพวกเขาอย่างไร

เอาเถอะคุณหมอ...หากกลัวฟ้องร้องมากนักก็ไปเถอะ

ไปเป็นเซลส์ก็ดีนะ รวยดี...ไม่โดนฟ้องด้วย

น่าสรรเสริญนะ...หมอพวกนี้

และก็ดีใจด้วยนะกับน้องๆ ที่สอบได้แล้ว...กลับสละสิทธิ

มันคงยากลำบากมากนะ....เส้นทางสู่การเป็นหมอที่ดีน่ะ

แล้วยังต้องมาเสี่ยงโดนคนไข้ฟ้องร้องอีก....เห็นใจ

ไปๆ กันซะ...จะได้เหลือแต่ "แพทย์" จริงๆ

ป.ล.ใจคอห่อเหี่ยวยังไงแต่ก็ยัง

จุ๊บๆ นะจ๊ะ


 

โดย pookcl

 

กลับไปที่ www.oknation.net