วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...บันทึกรวบรวม ตัวอะไรวุ๊ย.!...ปี 54...


    สวัสดีครับ  บันทึกนี้ขอนำเอาภาพที่ถ่ายเก็บเอาไว้ต่างวาระกัน  เจอเมื่อไรก็ถ่ายเก็บเอาไว้  ไม่เข้าพวกกับอัลบั้มอะไรกับเขา  เคยนำไปลงไว้ในเฟสบุ๊คใช้ชื่อว่า “ตัวอะไรวุ๊ย” ขอนำมารวบรวมเป็นบันทึกรวบรวมตัวอะไรวุ๊ยของปี 2554 ก็แล้วกันนะครับ

 

  มีหลายเหตุหลายปัจจัยให้ได้ศึกษา ใช้เวลาไม่เกินสี่สิบเก้าวันเท่านั้น คนก็รู้จักเจ้านี่แล้ว จึงแจ้งเกิดได้ณ.บัดนั้น สังเกตว่ายังก้ำกึ่งอยู่ระหว่างคนรักและคนชัง และมีข่าวเข้าหูบ่อยๆว่าคนที่ชอบนั้น ชอบเพราะได้ตังค์ เออ...คงจะซื้อขายกันได้ราคาดีพอสมควรแฮะ ลักษณะนิสัยเดินเป๋ไปเป๋มา ไม่อยู่กับร่องกับรอย หน้าตาก็ดูคุ้นๆ คล้ายที่เขาเอามาใส่ครก ป๊อก ป๊อก ป๊อก







      ถ่ายไว้เมื่อครั้งที่ได้ไปพูดคุยกับน้องน้ำ ปราดเปรียวมาก คงจะรักสวยรักงามพอตัว เห็นชอบแต่งตัวแต่งโน่นแต่งนี่อยู่บ่อยๆ บางครั้งก็แต่งผิดกาละเทสะ มักแอบอยู่ใต้ใบไม้บ้างแอบข้างก้อนหินบ้าง แอบในที่ลับตาทำแอ๊บแบ๊ว แอบกินโน่นกินนี่ กินจุกกินจิก บางทีก็กินมูมมามอย่างไม่แคร์สายตา หรือแบ่งพรรคพวกกินบ้างโดยตัวเองหลิ่วตาทำมองไม่เห็น ชื่อจริงชื่ออะไรก็ไม่รู้ก็เรียก “ปูน้ำตก” มานานแล้ว “ตัวอะไรวุ๊ย”







    มีบางโอกาสเหมือนกันที่แมลงหรือสัตว์ที่ต่างเผ่าพันธุ์กัน

ได้มาหากินอยู่ในบริเวณเดียวกัน แหล่งเดียวกัน

ต่างก็หากินกันไป แบ่งปันกันไปในระบบนิเวศน์







    ภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อตอนกลางปี 

ช่วงที่ไปเยี่ยมบ้านญาติคนนึง

ที่เขาคิดจะสร้างรีสอร์ทที่ต่างจังหวัด

เป็นภาพที่แตกกลุ่ม

และก็ไม่รู้จักว่าคือแมลงอะไร







    ภาพนี้เป็นภาพดักแด้หนอนจำปี

หนอนชนิดนี้กินใบจำปีเป็นอาหาร
อ้าว...รู้ชื่อแล้วเอามาใส่ในชุด “ตัวอะไรวุ๊ย.
!” ทำไมหว่า....







     นี่เป็นภาพของหนอนผีเสื้อหนอนจำปี

มีเพื่อนๆถามมา ก็เลยเอาทั้งหนอน ทั้งดักแด้มาให้ดู

ถ่ายไว้นานมากแล้ว ตั้งแต่ยุคฟิล์ม

ค้นภาพเก่าปี  2544 มาให้ดู เสียดายค้นภาพผีเสื้อไม่เจอ







  25 กค. 2554 กระต่าย....คิ คิ

  สำนวน ยืนกระต่ายสามขา มาจากนิทานเรื่องหนึ่งที่ว่​า
ลูกศิษย์วัดย่างกระต่ายเพื่​อถวายให้พระฉันเพล แต่ทนกลิ่นหอมยั่วยวนจมูกไม​่ไหว จึงแอบฉีกขากระต่ายย่างมากิ​นเสียข้างหนึ่ง ครั้นถึงเวลาเพล ลูกศิษย์วัดก็นำกระต่ายย่าง​ไปถวายพระ พระเห็นว่าขากระต่ายย่างหายไปข้างหนึ่ง จึงถามว่าใครแอบกิน ลูกศิษย์วัดก็ยืนยันว่ากระต​่ายตัวนี้มี 3 ขาเท่านั้น ซักไซ้เท่าใดลูกศิษย์วัดก็ย​ังยืนกรานเหมือนเดิมว่า กระต่ายตัวนี้มี 3 ขา พระต้องยอมแพ้เลิกคาดคั้นไป​ในที่สุด

นิทานเรื่องนี้จึงเป็นที่มา​ของสำนวน "ยืนกระต่ายสามขา" แต่ภายหลังเพี้ยนไปเป็น "ยืนกระต่ายขาเดียว"







    8 สค. 2554

  ไปถ่ายภาพรับปริญญาที่ธรรมศาสตร์-รังสิต ช่วงที่รอบัณฑิตเข้าห้องประชุม ได้พบว่ามีการพรางตัวมาซุ่มดู เราก็เลยซุ่มกลับไปบ้าง เก็บหลักฐานเอาไว้ เพียงแค่ย้ายมุมถ่ายภาพ ความลับทุกอย่างก็เปิดเผย








  15 สิงหาคม 2554


  วันนี้บ่ายสองโมงออกมาหน้าบ้านพักสายตา แป๊บเดียวที่ออกมาฝนก็เริ่มลงเม็ด พร้อมกับเห็นผีเสื้อประมาณหก – เจ็ดตัวบินมาวนเกาะที่ต้นไม้หน้าบ้าน รีบเข้าไปหยิบกล้องออกมาทันที ฝนเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ภาพนี้ถ่ายในขณะที่ฝนยังไม่แรงมากนัก  แต่ก็ควบคุมได้ยากพอควรเพราะลมแรง







     พอฝนตกหนักขึ้นต้องหลบเข้ามาอีกนิด ถ่ายได้เฉพาะตัวที่อยู่ใกล้ ผีเสื้อเข้าไปหลบอยู่ใต้ใบไม้ งานนี้ขาตั้งกล้องใช้ไม่ได้  ไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง อาศัย  ฮู้ดของเลนส์ช่วยพยุงเอาบ้าง ดัน ISO ขึ้นมาช่วย ISO ต่ำสุดที่ใช้คือ  400 ไม่งั้นภาพเบลอแน่นอน ที่ยากอีกอย่างก็คือ ต้องก้มต้องนอนถ่ายในขณะฝนตก เพื่อเงยกล้องขึ้นไปถ่ายผีเสื้อที่เกาะหลบอยู่ใต้ใบไม้ ลุงคนนี้มัน..บล้าๆๆ..ๆ....







     ประมาณห้าโมงเย็นกว่าๆหน่อย ฝนก็หยุด มีแสงออกมาบ้างแล้ว  ตามถ่ายไปได้อีกไม่เท่าไร ความมืดก็ค่อยๆเข้ามาแทนที่  ได้ภาพมาแบบนี้ละ พร้อมกับเนื้อตัวที่เปียกมอมแมมเหมือน.......อิอิ








     23 สิงหาคม 2554


  เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาเช้ากว่าปกติ เพราะได้พักสายตาไม่ได้ดูภาพจากจอมอนิเตอร์ถึงสองวันเต็ม เนื่องจากมีอบรมเรื่องการจัดแสง เช้ามืดเลยออกไปดูต้นไม้ เจอกับเจ้าตัวนี้เข้า เนื่องจากยังมืดอยู่เลยจัดแฟรชแยกมาเปิดแสงเล่น กะว่าสายๆจะมาจัดการจัดกระถางไปไว้ในที่ปลอดภัยจากนก จะได้เฝ้าถ่ายให้รู้ว่าเป็นหนอนของแมลงอะไร ปรากฏว่าไม่เจอซะแล้ว เลยไม่รู้อีกต่อไป....ตัวอะไรวุ๊ย.
!








     24 สิงหาคม 2554

 

  จากภาพที่แล้ว เพื่อนมาบอกว่าอาจมีตัวอื่นมาจัดการกับหนอน อาจไม่ใช่นก ลุงก็เลยไปมุดดูใหม่ ไปเจอตัวนี้ (เห็นตอนแรกขนลุกเลย นึกว่างู) หมอบนิ่งสงบอยู่ในมุมมืดๆ สายตาจ้องอยู่ที่ต้นไม้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเจ้านี่คือตัวที่จัดการหนอนไปหรือเปล่า ใครคิดว่าไงบ้าง ถ่ายภาพมาได้ภาพเดียว สัญชาติญาณระวังภัยสูงมาก  เจอเสียงชัตเตอร์เข้าครั้งเดียว โดด จ๋องๆๆๆ หายไปเลย...ตัวอะไรวุ๊ย.!







      31 สิงหาคม 2554

ที่บริเวณข้างๆลำธาร (ทางน้ำไหลทั่วไปนั่นแหละ)
เห็นเจ้าตัวนี้ยืนนิ่งอยู่ ต้องค่อยๆหมอบ
ไม่มีขาตั้งกล้อง ใช้ฮูดพาดกับก้อนอิฐใกล้ๆ
กลั้นใจแล้วกดชัตเตอร์.......ปุ๊ด..ปู้ด(เสียงป่าปาก  เบาๆ)







  ถ่ายด้านหน้าเสร็จ ค่อยๆขยับมาด้านข้าง

กลั้นหายใจอย่างเดิม แล้วกดชัตเตอร์
ปุ้ด...ปู้ด...เสียงคงดังกว่าเดิมมั๊ง
มันบินหนีไปเลย....ตัวอะไรวุ๊ย.
!







  30 กันยายน 2554

ฝนตกหนัก น้ำท่วมถนนในหมู่บ้านมาสองวัน ขี้เกียจขับรถลุยน้ำ คิดว่าจะเก็บใบยี่หร่ามาทำกับข้าว อ้าว.!. เจอคราบห้อยต่องแต่งอยู่ ที่กระถางติดกันด้านซ้ายมีอยู่ตัวนึงเกาะอยู่ที่ก้านดอกผักชีฝรั่ง ที่กระถางด้านขวา มีอีกตัวบนต้นโหระพา แล้วมันเป็นคราบของตัวไหนวุ๊ย.!.







    27 ตุลาคม 2554

มากับน้ำท่วม

  ช่วงที่น้ำท่วม มีเพื่อนร่วมโลกมาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย วันนี้ได้เจอกับพันธุ์นี้สามตัว น่าจะมาพักพิงอยู่หลายวันแล้ว เพราะได้ยินเสียงร้องมาหลายวันแล้ว คงได้กินแมลงที่ต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้เลยติดใจไม่ไปไหนเลย







     ตัวที่สองนี้ตอนแรกลุงมองไม่เห็นหรอก พอเราเดินผ่าน เขามุดลงไปหมอบหลบอยู่ใต้น้ำ เลยทำให้เราสังเกตเห็น ก็เลยตั้งกล้องดักรอ พอเขาโผล่ขึ้นมาก็ จ๊ะเอ๋ ตัวนี้กับตัวแรกมีขนาดใหญ่พอๆกัน







     ตัวที่สามนี้มีขนาดเล็กกว่าสองตัวแรก น่าจะยังเป็นวัยรุ่น ก็นั่งนึกภาวนาอยู่ว่า ขออย่าให้น้ำท่วมอยู่นานนักเลย ยิ่งน้ำท่วมนาน ผู้คนก็ทุกข์ยากอดอยาก แกสามตัวก็มีความเสี่ยงสูง







    28 ตุลาคม 2554

  เชอรี่หนีน้ำ

  ในคืนที่น้ำขึ้นสูงจนท่วมถนนในหมู่บ้าน จนต้องออกไปถ่ายภาพเก็บภาพรถที่จอดแช่น้ำไว้ ก็ได้มีเจ้าหอยเชอรี่หนีน้ำมาร่วมลุ้นอยู่ด้วย มาถึงก็ไม่รีรออะไร มันเดิน หรือคลาน หรือเรียกว่าอะไรดี ที่ทำให้ตัวมันเคลื่อนที่ไปแล้วกัน มันขึ้นที่สูงอย่างเดียวเลย







    ดูเหมือนเชอรี่จะรู้

ว่ามันควรอยู่ในระดับความสูงที่เท่าไร

มันจึงจะปลอดภัยจากน้ำ

มันปีนขึ้นไปบนต้นไม้







    แล้วในคืนนั้น

เชอรี่ก็ดื่มด่ำชมความงาม
ชมบรรยากาศยามน้ำท่วม
ณ. หน้าบ้านลุงชาติ







    จบบันทึกส่งท้ายปี2554ไว้แค่นี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขในปีใหม่2555 และมีความสุขกันตลอดไปนะครับ คิดอะไรขอให้ได้สมใจตามที่ต้องการ ขออย่าให้มีโรคภัยมาเบียดเบียน สวัสดีปีใหม่ครับ





โดย ลุงชาติ

 

กลับไปที่ www.oknation.net