วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

King & Country (Tag โอเครวมใจภักดิ์ ร่วมโครงการภาพในดวงใจ


Entry ต้นน้ำ : คุณ แม่มดเดือนMarch

http://www.oknation.net/blog/March/2011/12/26/entry-1

 

 

 

บ้านเราโชคดีที่บรรพบุรุษได้รับใช้ประเทศชาติ

และถวายงานรับใช้พระมหากษัตริย์

ตามความสามารถและโอกาส สืบทอดกันมาหลายรุ่น

 

เมื่อได้รับโอกาสให้เล่าถึงภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในดวงใจ

ในเวลาที่คนบางส่วนของประเทศชาติ เกิดข้อสงสัยเรื่องบทบาทและความสำคัญ

ของสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง

จึงมีเหตุอันควร และด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ที่จะนำบางส่วนชีวิตของคนในครอบครัว

มาเล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีให้ผู้ที่ทำงานเพื่อพระองค์ท่านและประเทศชาติ

 

 

ย้อนกลับไป พ.ศ.๒๔๗๕ ที่ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้านการปกครอง ยังเป็นโชคดีของนายทหารที่สำเร็จการศึกษาในปีนั้น มีโอกาสรับพระราชทานกระบี่จากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗

สิ่งสำคัญยิ่งในชีวิตของการถวายตัวเข้าถวายงานต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และประเทศชาติ คือ การเข้าร่วมพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา

อันเป็นการแสดงความจงรักภักดีอย่างสูงสุดต่อพระเจ้าแผ่นดิน และประเทศชาติ

อีกนัยหนึ่ง คือ การสาบานตนเข้ารับใช้ King & Country

 

 

พระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาเดิมทีเป็นการกล่าวคำสาบานของบรรดาขุนนาง ว่าจะจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยการดื่มน้ำที่แช่ศาตราอาวุธ หากผิดคำพูดอาวุธเหล่านั้นจะพิฆาตผู้กระทำผิดให้ถึงตาย จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงรับรู้ความเป็นไป และความยากลำบากของราษฎรด้วยพระองค์เองจากช่วงเวลาที่ทรงผนวชอยู่ถึง ๒๗ ปี ก็ตั้งพระทัยที่จะเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดูแล ใกล้ชิดกับราษฎรยิ่งขึ้น

 

ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา จึงทรงเริ่มเป็นพระมหากษัตริย์องค์แรกที่ดื่มน้ำสาบานนี้ก่อนขุนนางเสียอีก เสมือนการบอกความตั้งมั่นของพระมหากษัตริย์ที่จะดูแลประชาชนของพระองค์ท่านเฉกเช่นเดียวกัน

 

ความยิ่งใหญ่และความศักดิ์สิทธิ์ของพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาต่อผืนแผ่นดินไทยมีมากเพียงใด ก็ยิ่งมีความสำคัญที่ถูกนำมาสั่งสอนถึงรุ่นลูกหลานให้รู้สำนึกในบุญคุณของพระมหากษัตริย์ และความซื่อตรงในการปฏิบัติหน้าที่ต่อประเทศชาติมากขึ้นเป็นทวีคูณ    

 

 

 

การ ‘ถือน้ำ’ จึงเป็นคำคุ้นเคยสำหรับครอบครัวเราตั้งแต่ตัวเท่าเมี่ยง

เริ่มจากแค่เข้าใจเพียงคำพูดที่สอนกันมารุ่นสู่รุ่น แปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจลึกซึ้ง

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน

เมื่อเห็นการทรงงานเพื่อประชาชนอย่างมิรู้เหน็ดรู้เหนื่อย

ทรงใส่ใจดูแลเสมือนทรงนับเนื่องราษฎรไทยเป็นครอบครัวใหญ่เดียวกัน

การเคารพและยึดมั่นจึงไม่ใช่เพียงความงมงาย

แต่เป็นการเคารพในคุณงามความดี ความเสียสละเพื่อประโยชน์สุขที่แท้จริงต่อประชาชน

 

 

ขณะที่มีการกล่าวอ้างมากมายเมื่อเกิดรัฐประหาร ๒๔๗๕ ว่าประชาชนไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์แล้ว ความจริงยังมีประชาชนที่ไม่ได้ส่งเสียงอีกจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วย และยังปฏิบัติหน้าที่ถวายด้วยความจงรักภักดี เต็มหัวใจ

 

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นครองราชย์ในพ.ศ. ๒๔๘๙ มีพระราชกรณียกิจมากมายที่ต้องวางรากฐานเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เกิดภาพการทรงงานและการเสด็จเยี่ยมพสกนิกรที่คุ้นตา

 

 

ในเวลาเดียวกัน พวกกลุ่มคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยก็เริ่มดำเนินการแล้ว การแทรกแซงความไม่สงบในประเทศมีหลายรูปแบบ หลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตภาคอีสาน มีทหารจำนวนมากที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สีแดง ตามที่เรียกในสมัยนั้น

 

 

พื้นที่เหล่านั้นจะอันตรายอย่างไร ก็ไม่พ้น ‘รอยพระบาท’ ที่เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยม ดูแล ถามไถ่สถานการณ์ โดยปราศจากความลังเลกับภยันตรายใดๆ ทั้งสิ้น

 

การเสด็จฯ แต่ละครั้งไม่เป็นภาพข่าว เพราะทรงเข้าถึงพื้นที่ ‘ส่วนหน้า’ ทหารทุกนายปิดเรื่องสนิทเพื่อการถวายอารักขาสูงสุด กระทั่งครอบครัวของนายทหารผู้บังคับบัญชาก็ไม่มีโอกาสรับรู้จนกว่าเหตุการณ์จะผ่านพ้น

 

น้ำพระทัยและความห่วงใยที่ฉายชัดในการเสด็จแต่ละครั้ง เสมือนการลงรากเสาเข็มแห่งความจงรักภักดีให้ยิ่งใหญ่ ให้การถวายชีวิตเพื่อปกป้องพระองค์ท่านเป็นเรื่องธุลี

 

 

หากพระราชกรณียกิจมากล้น ก็ยังมีสมเด็จย่าฯ ที่เสด็จเยี่ยมอยู่เป็นประจำ พระจริยวัตรอ่อนโยนงดงาม ความจำเป็นเลิศทั้งชื่อ ยศ รวมทั้งการซักถามความเป็นไปของชีวิตนายทหารที่ทรงคุ้นเคย เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ไม่มีวันเลือนไปจนชั่วลูกหลาน

 

 

ภาพในดวงใจของครอบครัวนี้ จึงเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่ใช่ของควรเผยแพร่ในเวลานั้น

แต่ ณ วันนี้ เมื่อเวลาผ่านมาเกือบครึ่งศตวรรษ

ภาพเหล่านี้คงบ่งบอกบทบาทของการเป็นศูนย์รวมใจของพระองค์

ของเหตุผลที่พวกเราต่อสู้ถวาย Our King & country

ของคำมั่นในการ ‘ถือน้ำ’

และให้ผู้จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ร่วมชื่นชมน้ำพระทัยที่พระราชทาน

ให้เหล่าทหารส่วนหน้า และรับทราบความมุ่งมั่นในการทรงงานแม้ในพื้นที่เสี่ยงอันตราย

 

สำหรับครอบครัวเรา พระมหากรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้หยุดลงเมื่อหมดอายุราชการ

แต่เป็นถึงหนึ่งช่วงชีวิต ที่ยังพระราชทานส่งให้จนถึงวันสิ้นอายุขัย

 

 

 

ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานวโรกาศกราบถวายบังคม ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทด้วยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้

 

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า

บรรดาทายาท

 

 

* * * * * * * * *

 

 

SW19 ขอส่ง Tag โอเครวมใจภักดิ์ร่วมโครงการภาพในดวงใจ ต่อไปให้ท่านพันธุ์สังข์หยด คุณสยุมพร คุณพาจรดอทคอม และคุณ NN1234 (ทราบว่าเกินโควต้า และที่จริงก็ยังมีอีก แต่เมื่อเรื่องของความจงรักภักดีไม่มีเส้นจำกัด ก็ขออนุญาตเชิญตามนั้น)  

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net