วันที่ จันทร์ มกราคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กิจกรรมไม่ปลื้ม ใน “งานสมโภช 175 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร”


แผ่นป้ายประชาสัมพันธ์

หลังจากไปจับจ่ายซื้อของแจกเด็ก ๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ และรถติดอยู่ย่านบางลำภูหลายเพลา จึงได้รู้ว่า วันนี้เขามี “งานสมโภช 175 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร” กันที่วัดบวรวิหาร ด้วยความหมายมั่นปั้นมือ ว่าจะมาเที่ยวให้ได้ จึงทำให้ต้องแวะมาก่อนที่งานจะสิ้นสุดลง

“งานสมโภช 175 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร” นั้นเขาจัดให้มีการเฉลิมฉลองกันตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 15 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าบูชาสักการะพระพุทธรูปสำคัญของชาติ และสิ่งมงคลคู่แผ่นดินภายในวัดบวรนิเวศวิหารทั้ง 9 แห่ง ร่วมพิธีสมโภชพระเกศรัศมีทองคำลงยาราชาวดีพระพุทธชินสีห์ ร่วมเขียนบัตรถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมชมการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงและการแสดงพื้นบ้านต่าง ๆ

โดยสิ่งมงคลคู่แผ่นดินภายในวัดบวรนิเวศวิหารทั้ง 9 แห่ง ที่เปิดให้สักการะบูชานั้น ได้แก่

1.ไหว้พระคู่บวร ณ พระอุโบสถ
2.ขอพรพระบรมสารีริกธาตุ บูชาพระไพรีพินาศ ณ พระเจดีย์
3.อภิวาทพระศรีศาสดา ณ พระวิหารพระศาสดา
4.วันทาพระพุทธรูปคู่พระบารมีฯ ณ พระวิหารเก๋ง
5.บูชาพระพุทธรูปศิลา ณ โพธิฆระ
6.ไหว้พระพุทธรูปปางลีลา ณ ศาลาการเปรียญ
7.สักการะรอยพระพุทธบาทโบราณ ณ ศาลาพระพุทธบาท
8.ไหว้พระพุทธรูปโบราณที่ซุ้มปรางค์ (ด้านซ้าย) ข้างพระอุโบสถ
9.ไหว้พระพุทธรูปโบราณที่ซุ้มปรางค์ (ด้านขวา) ข้างพระอุโบสถ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษนั่น คือ การสะสมตราประทับ ซึ่งจะมีในทุก ๆ ซุ้ม 9 สิ่งมงคลคู่แผ่นดินในวัดบวรนิเวศ ซึ่งหากสะสมตราประทับได้ครบทั้ง 9 ตราแล้ว สามารถนำมารับวัตถุมงคลที่ระลึก นั่นคือ พระพุทธชินสีห์ เนื้อผง ด้านหลังประดิษฐานตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ทำมาจากมวลสารดอกมะลิที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานและกระเบื้องโมเสกพระเจดีย์ รวมถึงคู่มือในการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้ง 9 แห่งด้วย

ปกติแล้วก็ไม่ได้จะอะไรกับบรรดาเครื่องรางของขลังสักเท่าไหร่ เพราะด้วยบรรดาวัตถุมงคลที่ทางวัดบวรนิเวศน์ทำออกแจกนั้น ส่วนใหญ่จะมีพุทธศาสนิกชนเข้าแถวรัรบแจกกันอย่างมากมาย แต่ด้วยวันนี้เห็นว่าจะเข้าไปกราบไหว้บูชา 9 สิ่งมงคลคู่แผ่นดินในวัดบวรนิเวศ อีกทั้งแถวไม่ยาวมากนักก็เลยตัดสินไปต่อแถวกับเขาสักหน่อย

แถวไม่ยาวมากนัก แม้นอากาศจะอบอ้าวไปสักหน่อย แต่ก็ยังพอทนไหว แต่สิ่งที่เป็นงงสงสัยเป็นอย่างมาก นั่นคือ ตู้บริจาค ที่เขียนเอาไว้ประมาณว่า ดอกบัวบูชาชุดละ 20 บาท ก็คงจะไม่แปลก หากเราต้องการซื้อหรืออาจจะเรียกว่าเช่าดอกบัวเหล่านั้นไปบูชา แล้วต้องจ่ายค่าซื้อ หรือค่าเช่าเป็นเงิน 20 บาท

ทวารบาล

แต่กลับกลายเป็นว่า หากต้องการตราประทับ เพื่อนำไปแลกวัตถุมงคลดังกล่าวต้องจ่ายค่าประทับตราตาม "ด่าน" ด่านละ 20 บาท ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่าเข้าใจผิดหรือเปล่า จึงนำแผ่นประทับตราไปให้น้องที่นั่งประจำด่าน น้องบอกว่า คนละ 20 บาทค่ะ เราก็ยังเข้าใจว่า เราไม่เอาดอกไม้ ต้องการประนมมือไหว้เฉย ๆ ไม่ต้องใส่ เพราะหากใส่ทั้งหมด 9 ด่าน ต้องเสียเงินถึง 180 บาทเลยทีเดียว เมื่อเราเดินออกไปโดยไม่ได้หยอดเงินดังกล่าว ดูราวน้องคนนั้นจะมองเราด้วยสายตาแปลก ๆ ซึ่งแน่นอนที่สุดเราไม่ได้สนใจ และก็ยังคงเดินเข้าไปไหว้ตามจุดต่าง ๆ

หน้าพระอุโบสถที่ปิดแล้ว

โพธิเงิน

จนมาแน่ใจอีกครั้งเมื่อจุดที่ 6 - 7 ซึ่งเป็น "ด่าน" เดียวกัน น้องคนที่ประทับตราถึงกับบอกว่าต้องหยอดตู้คนละ 40 บาท (เพราะสองด่าน) จึงจะยอมประทับตราให้ เล่นเอาเราถึงกับงง แต่ด้วยความที่ไปกับหลานเราจึงหยอดไป 60 บาท และรับดอกบัวมาคนละดอกเพื่อนำเข้าไปกราบรอยพระพุทธบาท 

โพธิทอง

ต้นผ้าป่า

แน่นอนที่สุด เกิดคำถามขึ้นในใจ ว่าเหตุใด ในเมื่อเรามิได้ต้องการดอกบัวดังกล่าว ทำไมเจ้าหน้าที่ต้องบังคับให้เราจ่ายเงิน ซึ่งเราคาดว่าเป็นค่าประทับตราเพื่อขอรับวัตถุมงคลที่ระลึก เพราะเราเห็นหลาย ๆ คน เตรียมดอกไม้ มาลัยมาเอง แต่หากต้องการประทับตราดังกล่าว ต้องไปเสียเงินหยอดตู้แบบบังคับอีก จุดละ 20 บาท เจ้าหน้าที่ของทางวัดจึงจะประทับตราให้ และหากไม่มีเงินถึง 180 บาท ก็อย่าได้หวังเลยว่าจะได้รับการประทับตราทั้ง 9 จุด

บรรยากาศในวัดยามค่ำคืน

เราหวังเอาไว้ว่าเราคงจะเข้าใจผิด หรือไม่เช่นนั้น น่าจะเป็นความเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่ ๆ อยู่ตามจุดต่าง ๆ ที่อาจจะเข้าใจผิดพร้อมกันทั้ง 9 จุด และตลอดเวลา 5 วันที่ผ่านมา โดยไม่มีใครบอกกล่าวเล่าไขว่าการทำบุญนั้น ควรทำด้วยความสมัครใจ เช่นเดียวกับ คำว่า วัตถุมงคลที่ระลึก ควรมอบให้ด้วยความศรัทธาไม่ควรเรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่ควรเป็นการทำบุญด้วยความสมัครใจโดยแท้

โดยปกติวัตถุมงคลของทางวัดบวรนิเวศน์วิหาร ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพุทธศาสนิกชนอยู่แล้ว สังเกตุได้จากห้องที่เปิดให้เช่าพระเครื่องบูชาก็มีคนเข้าไปเช่าบูชากันละมากต่อมาก ไม่ควรจะใช้วิธีนี้ในการเรียกเก็บเงินจากบรรดาผู้เข้านมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ท่าน ๆ เหล่านั้น ควรจะจ่ายเงินทำบุญหรือเช่าดอกไม้บูชา หรือจะนำมาด้วยตนเองตามความสมัครใจมากกว่าที่จะมากำหนดกะเกณฑ์เช่นนั้น

ร้านค้าในงาน

แม้นจะขุ่นมัวไปบ้าง แต่ก็พยายามทำใจให้สงบ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถเข้าไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 9 ได้ดังใจ เพราะบางจุดคนน้อยก็เข้าไปนมัสการได้โดยง่าย แต่บางจุดนั้นสุดปัญญาจริง ๆ โดยเฉพาะเมื่อพาหลานเล็ก ๆ ไปด้วย

พระศรีศาสดา

 

พระพุทธไสยา

จิตรกรรมฝาผนังแปลกตา

ทำให้รู้สึกเสียดายน้อยลงเมื่อคืนก่อนหลังจากที่จัดกิจกรรมวันเด็กเสร็จแล้ว ได้แวะมาชมการแสดงที่ทุก ๆ วันนี้แทบจะหาชมได้ยากอย่าง การร้องเพลงอีแซว เล่นลำตัดของคณะขวัญจิต ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ปี 2539 ซึ่งยกคณะมาแสดงกันกลางถนนสิบสามห้าง ก่อนที่การแสดงจะสิ้นสุดด้วยเพลงฮิตในอดีตอย่าง "กับข้าวเพชรฆาต" อันเป็นการจบการแสดง 

การแสดงลำตัด และเพลงอีแซว ขวัญจิตร ศรีประจันต์

เพลงปิดการแสดง กับข้าวเพชรฆาต

cc : http://www.matichon.co.th/ - http://www.youtube.com

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net