วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องเล่าจากบ้าน "พ่อ" ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ (ตอบ Tag คณอ้อยดอยหล่อ)


“อปริวัตตฉันท์ ๒๓”

๐ พระภทรมหราช…พระบาทบดินทร์
พิริยะวศิน…บริสุทธิสะอาดพระทัย
๐ คุณะวฒนะประจักษ์…สลักสมัย
สิคณะไผท…ณสยามสมัครสมาน

ประพันธ์โดย...เจ้าคุณอู๋ คุณครูแห่งสยาม

***********

ที่มาของเอนทรี่นี้ ครูขออนุญาตนำข้อความหลังไมค์มาเป็นหลักฐานสักหน่อยนะคะ

Bg อ้อยดอยหล่อ ... สวัสดีครับ ครูทิพย์ คือว่าผมได้รับ tag รวมใจภักดิ์โครงการภาพในดวงใจ ผมจึงอยากเชิญครูทิพย์เข้าร่วมในโครงการด้วย ถ้าครูทิพย์พร้อมผมก็จะส่ง tag ต่อไปให้นะครับ รอคำตอบนะครับ

Bg ครูทิพย์ ...ขอบคุณมากนะคะ ที่นึกถึงครู...คงไม่ว่าอะไรนะคะ ถ้าครูจะขออนุญาตผ่านให้ท่านอื่นไปก่อนนะคะ...พอดีตอนนี้ครูไม่สบายเป็นหวัด ไอมาก จะไปหาหมอในวันพรุ่งนี้ค่ะ

ตอนนี้ครูหายดีแล้ว...จึงขออนุญาตรับ tag จากคุณอ้อยดอยหล่อ ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งค่ะ

***************

ณ วันดีดีวันหนึ่ง ครูได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนสนิทที่ จ. นครนายก และเพื่อนได้พาครูไปเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้ ซึ่งครูไม่เคยรู้จักมาก่อน...วันนี้ครูจึงขอนำ เรื่องเล่าจากบ้าน "พ่อ" ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ มาฝากเพื่อนๆ ค่ะ

       “...เศรษฐกิจพอเพียง ต้องทำให้พอเพียง ถ้าไม่พอเพียงไปไม่ได้ แต่ถ้าพอเพียงสามารถนำพาประเทศได้ดี ไปได้ดี...” กระแสพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
      
       ทุกพื้นที่ในผืนแผ่นดินไทยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเหยียบย่างไปอย่างทั่วถึง แม้ว่าในบางพื้นที่จะเป็นแหล่งทุรกันดาร แต่หากมีพสกนิกรของพระองค์พำนักอาศัยอยู่ไม่ว่าจะห่างไกล หรือต้องเดินทางด้วยความยากลำบากเช่นไร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิเคยทรงทอดทิ้งประชาชนของพระองค์
      
       นับเป็นเวลาหลาย 10 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ด้วยทรงมีพระประสงค์ให้ประชาชนไทยยึดหลัก “พอเพียง” ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้
      
       “ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ” เป็นอีกหนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 โดยความร่วมมือของสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิชัยพัฒนา
      
       ปัญญา ปุลิเวคินทร์ หัวหน้าศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นผู้ลงแรง ลงใจบุกเบิกศูนย์แห่งนี้ เล่าให้ฟังว่า ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก เนื้อที่รวมทั้งสิ้น 14 ไร่
      
       “ที่ดิน 14 ไร่ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ภูมิรักษ์ฯ เป็นที่ดินของพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงใช้ทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อเอาไว้ ด้วยพระองค์เห็นว่า จ.นครนายกเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเยอะ ประกอบกับมีการก่อสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชล หรือเขื่อนคลองท่าดาน ซึ่งเป็นพระราชดำริของในหลวงอีกเช่นกันอยู่ใกล้กับที่ดินผืนนี้เพียง 200 เมตร พระองค์จึงทรงซื้อเอาไว้ โดยมีพระประสงค์ให้อนุรักษ์พื้นที่ดังกล่าวไว้ เพราะต่อไปในอนาคตพื้นที่รอบๆ เขื่อนขุนด่านฯ จะกลายเป็นรีสอร์ตเสียหมด”
      
       สมาคมศิษย์เก่าวชิราวุธฯ จึงได้ขออนุญาตจากมูลนิธิชัยพัฒนา ใช้ที่ดิน 14 ไร่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดสร้างเป็นสถานที่รวบรวมข้อมูลแนวพระราชดำริและทฤษฎีการพัฒนาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา ทรงมีพระราชานุญาตพระราชทานตามที่เสนอ ในปี 2545 ซึ่งต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระราชทานชื่อโครงการดังกล่าวว่า
“ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ”
      
       สำหรับพื้นที่ในศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ทั้ง 14 ไร่ จัดแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ประกอบด้วย ส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อแสดงแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาตนเองของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งอยู่ในอาคารจัดแสดงด้วยระบบแสง สี เสียง เกี่ยวกับแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ในหลวงทรงบำเพ็ญตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อาทิ การจัดการป่าต้นน้ำ การทำฝนหลวง หรือการบริหารชุมชนโดยยึดหลัก “บวร” เป็นต้น
      
       “ก่อนจะเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์ ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์จะมีรูปหล่อของในหลวงขนาดเท่าพระองค์จริง ให้ทุกคนได้ ”มอง” พระองค์ท่าน เราต้องการให้ทุกคน 'มอง' ไม่ใช่แค่ 'เห็น' ทำไมพระองค์สวมรองพระบาทผ้าใบ ทำไมพระองค์ใช้ดินสอในการจดบันทึก ทำไมพระองค์จึงต้องสะพายกล้องตลอดเวลา และทำไมพระองค์จึงมีสมุดจดบันทึกอยู่ในมือตลอดเวลา พระจริยวัตรของพระองค์ สะท้อนแนวพระราชดำริของพระองค์ เราต้องการให้ทุกคนมองพระองค์เพื่อซึมซับอย่างเข้าใจ และนำไปปฏิบัติตาม” อ.ปัญญาอธิบาย
      
       ส่วนที่ 2 เป็นการจัดนิทรรศการบริเวณใกล้เคียงกับอาคารพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมศูนย์ฯ เข้าใจแนวพระราชดำริได้อย่างชัดเจน อาทิ การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ การใช้หญ้าแฝกยึดหน้าดิน หรือแนวพระราชดำริ “แกล้งดิน” และ "แก้มลิง" รวมถึงการบำบัดน้ำเสียด้วยกังหันน้ำชัยพัฒนา หรือแม้แต่การกำจัดของเสียที่ออกจากร่างกายคน ก็ใช้แนวพระราชดำริในการจัดการ
      
       “ภายในศูนย์ฯ เรานำเอาแนวพระราชดำริของพระองค์มาใช้ทั้งหมด ซึ่งเราสามารถใช้บริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ อย่างได้ผลจริงๆ คิดดูแล้วกัน แม้แต่เรื่องขี้ เยี่ยว พวกเรายังต้องให้ในหลวงมาคิดแก้ปัญหาให้ ในหลวงคิดไว้ตั้งแต่ปี 2522 ช่วงนั้นคนขยายจากกรุงเทพมหานครไปอยู่ จ.นนทบุรีเยอะ ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องขี้เยี่ยวกันได้ ในหลวงต้องไปคิดแก้ให้ เอามาหมักไว้ในถังปลอดเชื้อ 15 วันหมดกลิ่น 28 วันปลอดเชื้อ เอาไปใช้รดต้นไม้”
      
       สำหรับส่วนที่ 3 เป็นแปลงสาธิตภายนอกอาคาร จำลองป่าและภูมิประเทศ 4 ภาค สอดแทรกแนวคิดในการพัฒนา “ดิน น้ำ ป่า” รวมถึงการจัดแสดงเกษตรทฤษฎีใหม่ และชีวิตที่พอเพียงตามแนววิถีไทย ซึ่งในส่วนนี้จะเน้นให้ผู้เข้าเยี่ยมชม ได้ “Play and Learn” ในจุดต่างๆ ไปพร้อมกับการบรรยายถึงแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เข้าใจไปพร้อมๆ กัน
      
       “ศูนย์ฯ แห่งนี้ มีจุดมุ่งหมายหลัก คือการสร้าง 'คน' เราจึงมีหลักสูตรที่รับจัดอบรมให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยหลักสูตรของศูนย์ฯ จะให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงแนวคิดของพระองค์ท่านให้เรียนรู้เกษตรกรรมธรรมชาติทำอย่างไร ให้พบกับคนที่ประสบความสำเร็จจากเศรษฐกิจพอเพียง จากทุกวงการ เพราะแนวคิดของพระองค์สามารถใช้ได้กับคนทุกวงการ บางคนพลิกกลับจากความล้มเหลวในระบอบทุนนิยม 360 องศา แล้วสามารถประสบความสำเร็จได้ เอาประสบการณ์มาถ่ายทอดให้ฟัง เพราะสิ่งที่ดีที่สุดที่จะให้คนนำไปใช้คือ การสร้างตัวอย่างของความสำเร็จ
      
       "นอกจากนั้นเราจะฝึกให้พึ่งตนเอง อะไรที่เคยซื้อก็ให้ทำเอง และไม่ใช่ทำเองแบบผลิตภัณฑ์ธรรมชาติล้าสมัย แต่เราเอาภูมิปัญญาดั้งเดิมเติมด้วยวิทยาการสมัยใหม่ เช่น การทำน้ำยาล้างจาน ยาสระผม เราสู้ท้องตลาดได้ สุดท้ายคือ บันได 5 ขั้นสู่เศรษฐกิจพอเพียง"
      
       “...ทฤษฎีใหม่...ยืนยันว่าการทำเกษตรกรรมต้องยืดหยุ่น เหมือนชีวิตของคนเราทุกคนต้องมียืดหยุ่น...” กระแสพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
      
       การก่อสร้างศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ได้รับงบประมาณจากสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ โดยผู้ที่เข้ามาดูแลเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการดำเนินการนั้น “ปัญญา ปุลิเวคินทร์” คือผู้ที่มีส่วนผลักดันให้ศูนย์ฯ แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต

       อ.ปัญญา ทำงานทุกอย่างในศูนย์ฯ ทั้งลงแรงขุดดินถางหญ้า ปลูกต้นไม้ และเป็นวิทยากร ให้ความรู้เกี่ยวกับแนวพระราชดำริแก่ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมศูนย์ฯ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความรู้สึกหนึ่ง คือ “ศรัทธา” ของตนเองที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนอีกความรู้สึกหนึ่งที่ผลักดันให้มีกำลังใจทำงานอย่างเหลือเฟือ คือ “ศรัทธาของแม่” ที่มีต่อพระเจ้าอยู่หัว

คัดย่อ  จากบทความโดย คีตฌาณ์ ลอยเลิศ

ความในใจของข้าพเจ้า

หลังจากได้เข้าไปสัมผัส "ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ" มาแล้ว ทำให้ได้ค้นพบตัวเองว่า ครูชอบที่นี่ ทั้งเรื่องวิถีชีวิตและมุมคิด ในการที่ทำให้คนเรากลมกลืนกับธรรมชาติ และเรียนรู้กับธรรมชาติ 

ครูได้เห็นการเกษตรกรรมที่เกื้อกูลกับธรรมชาติ  การที่สิ่งมีชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างอาทร  ภูมิปัญญาบ้านดินในการพำนักอาศัย  โครงการที่ "พ่อหลวง" มอบให้ปวงชนทั้งชีวิตของท่าน เช่น แนวคิดพอเพียง แก้มลิง เป็นต้น

สิ่งนี้เหมือนความฝันข้างหน้าแห่งบั้นปลายชีวิตของครู ครูอยากใช้ชีวิตอย่างนี้จัง ไม่ทุกข์ร้อน ไม่ต้องวุ่นวาย มีพืช ผัก ปลา ให้ประทังชีวิต และมีความคิดที่ดีงามหล่อเลี้ยงชีวิตตลอดไป

***********

*** ครูมาโพสต์ช่วงหลัง เลยไม่ทราบจะส่ง tag ให้ใครได้...เพราะถามใครก็มีแต่คนได้รับ tag กันแล้วทั้งนั้นค่ะ...ขอเป็นว่าเรื่องส่งต่อ "ขอติดไว้ก่อน" นะคะ...ได้เมื่อไรแล้วจะนำมาเติมให้ในภายหลังค่ะ

ขอส่ง Tag ต่อไปยังท่านแรกนะคะ

Bg เพียงลำพัง http://www.oknation.net/blog/palnglampung

ขอบคุณ Bg เพียงลำพัง ที่เต็มใจรับ Tag นะคะ

โดย ครูทิพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net