วันที่ อังคาร มกราคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนองจิก วิโยค !


          รากฎการณ์ทหารพราน ยิงถล่มรถกระบะต้องสงสัย จนทำให้ชาวบ้านเสียชีวิตในทันที ๔ ศพ บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดที่บ้านกาหยี ตำบลปุโละปุโย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เมื่อคืนวันอาทิตย์(๒๙) กำลังจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) อธิบายว่า หากคนกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้บริสุทธิ์ อาจไม่เข้าใจคำสั่งหรือคำถามที่มีการสั่งให้หยุด ซึ่งอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิด ถ้อยคำของ ผบ.ทบ.ดูเหมือนไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ในขณะที่ความไม่พึงพอใจของชาวบ้านได้ก่อตัวขึ้น ความคับแค้นจากปฎิบัติการหลายครั้งที่ไม่สามารถแยกปลาออกจากน้ำ กลับเป็นแนวร่วมมุมกลับให้ขบวนการก่อการร้ายเข้มแข็งขึ้น

        ไม่ต้องพูดถึงรัฐบาล ไม่มีรัฐบาลไหนนับจากผู้ก่อการร้ายปล้นปืน ไปจากกองพันทหารพัฒนา จังหวัดนราธิวาส ในห้วงเวลารัฐบาลทักษิณ ชินวัตร(๑) และทักษิณ ให้คำจำกัดความผู้ก่อการร้ายว่า “โจรกระจอก” จากนั้นรัฐบาล เจ้าหน้าที่บ้านเมืองผู้รับผิดชอบต่างก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร หาคำตอบสำเร็จรูปที่จะอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้ เคยคาดหวังกันว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่น่าจะรู้ปัญหาภาคใต้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นเจ้าของพื้นที่ มีความสัมพันธ์กับชาวบ้านมาต่อเนื่องยาวนาน แสดงราคาความเป็นผู้ “รู้จริง” มาเนืองๆ ระหว่างที่รอเวลาเป็นรัฐบาล ตลอดห้วงระยะเวลาที่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ต้องเผชิญกับสภาพบ้านป่าเมืองเถื่อน จะเป็นคล้าย “อัศวินม้าขาว” มากู้วิกฤตการณ์ หรืออย่างน้อยก็ทำให้เหตุการณ์เบาบางลง

         แต่แล้วเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้ครองอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ ปัญหาภาคใต้ก็มิได้ลดน้อยถอยลง ซ้ำร้ายกลับทวีความรุนแรงมากขึ้น และมากขึ้นในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

         ยุทธวิธีของผู้ก่อการร้ายเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากการระเบิดสถานบันเทิง ระเบิดหม้อแปลงไฟฟ้า การระเบิดลวงให้เข้าไปเก็บกู้ แล้วระเบิดซ้ำ ฝังถังดับเพลิงไว้ใต้พื้นถนนที่รถสัญจรไปมา กลับมาที่คาร์บอมบ์ซึ่งเป็นยุทธวิธีหลักในการทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม และทำสำเร็จเกือบทุกครั้ง โดยที่การข่าวของทหารไม่รู้ล่วงหน้าเลย

           นั่นหมายถึงว่า ฝ่ายผู้ก่อการร้ายได้กุมสภาพการนำอย่างเต็มรูปแบบ ฝ่ายความมั่นคงได้แต่ตั้งรับ และนับศพทหาร ตำรวจที่จะต้องตายไปเป็นใบไม้ร่วงมิรู้ว่าจะสิ้นสุดวันใด ในขณะที่ปฎิบัติการของฝ่ายผู้ก่อการร้ายก็ก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ แนวร่วมที่เป็นชาวบ้านถูกสร้างขึ้นด้วยปฎิบัติการทางทหารมากขึ้นด้วยเช่นกัน

           จากกรือเซะถึงตากใบ จากตากใบถึงหนองจิก จากพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี ถึงพลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวหาชาวบ้านซึ่งกำลังเดินทางไปนมัสการหรือละหมาดที่มัสยิด ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ล้วนเป็นการสาดน้ำมันเข้าไปในกองไฟทั้งสิ้น น่ายินดีที่ถ้อยคำประเภทผู้ก่อการร้ายกำลังจะพ่ายแพ้ จึงโหมปฎิบัติการมากยิ่งขึ้น หรือผู้ก่อการร้ายต้องการแสดงผลงานเพื่อขอรับเงินทุนสนับสนุนจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เลิกพูดกันไปแล้ว

           วาทกรรมซ้ำๆซากๆเช่นนั้น เป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้า เพราะไม่จริง และไม่เคยเป็นจริง แต่กลับเพิ่มดีกรีความร้อนแรงยิ่งขึ้น ความระมัดระวังไม่ไปสร้างเงื่อนไขความรุนแรงเช่นที่หนองจิกอีก นั่นคือทางออกที่แท้จริง

 

 

 

โดย jk

 

กลับไปที่ www.oknation.net