วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คำแนะนำจากยาขอบ



บุคคลที่ก้าวเข้ามาในวงการนักเขียน คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ยาขอบ” (โชติ แพร่พันธ์์ุ) ผู้โด่งดังจากเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ
สำหรับบทความที่ผมอ่านซ้ำหลายหน ชื่อ “เหตุที่กุสุมาไม่ได้แต่งงาน”
โชติ แพร่พันธ์ ใช้นามปากกา “ยาขอบ” เขียนเรื่อง สินในหมึก เพื่อแนะนำการเขียนหนังสือไว้อย่างน่าฟัง ผมคัดลอกจากต้นฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2496 โดยสำนักพิมพ์เกษมบรรณกิจ ซึ่งได้ซื้อมาจากแผงหนังสือเก่าท้องสนามหลวง เมื่อ พ.ศ. 2512

1
การวางกำหนดกฎเกณฑ์ใดๆ ในทางประพันธ์นั้น หาใช่ภาระของนักประพันธ์ไม่ ด้วยที่แท้แล้วนักประพันธ์เป็นผู้บำเพ็ญศิลปะโดยอิสระ เป็นศิลปินที่ทำให้เกิดซึ่งศิลปะตามที่ตัวรักและอยากสำแดงออกมา

2
ศิลปินไม่ใช่ผู้เคร่งอยู่แต่ในหลักเกณฑ์ ถ้าศิลปินเป็นบุคคลประเภทที่ถูกจำกัดหรือเคร่งอยู่แต่ในหลักเกณฑ์ ในโลกศิลปินก็จะไม่เกิดอะไรใหม่

3
จึงอยากถามเสียก่อนว่า ในความคิดของคุณนั้น อันใดคือความสำเร็จบรรลุแห่งการประพันธ์ มงกุฎอันเลอเกียรติขององค์การวรรณกรรมแห่งใดแห่งหนึ่ง หรือว่าเพียงแต่อยากกินอยากซื้ออะไร ก็ซื้อได้กินได้ด้วยฝีไม้ลายมือที่เนื่องมาแต่งานประเภทนี้ ถ้าคุณปรารถนาในข้อหลัง ฉันน่าจะให้คุณได้ เจ้าสิ่งนี้จะวิเศษวิโสหรือไม่ก็ตาม แต่มันก็พิสูจน์ให้คนที่รู้จักฉันเห็นแล้วว่า ชีวิตคนที่กินเติบใช้เติบชีวิตหนึ่งอยู่ได้ก็เพราะมัน

4
มิตรแท้เป็นสิ่งสำคัญขั้นต้นในทางการประพันธ์ให้พนิดาจดจำไว้ เชิงชั้นการประพันธ์นี้ต้องอาศัยวิชาการฝ่ายหนังสือเป็นใหญ่ ถูกแล้ว ตามทัศนะของฉัน อักษรศาสตร์มิได้มีบทบาทสำคัญในด้านการประพันธ์เสมอด้วยมิตรแท้เลย คุณรู้ไหมว่าคนเรานี่นะจ๊ะ ยอดรัก มักเข้าใจตนเองว่าดีกว่าคนอื่น หรืออย่างน้อยก็ดีเท่าคนอื่น การแต่งหนังสือขอองเราจะดีหรือไม่ อุปาทานของเราเองมักช่วยให้เราพินิจเห็นปัญหาข้อนี้ ค่าที่เราจะดีหรือด้อย เราต้องรอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินด้วยเวลานาน ระยะ เวลาที่รอประชาชนเขาตัดสินนั้น สัญชาตญาณแห่งการยกตัวจะเป็นมูลเหตุให้ตบะของเราเสีย แล้วยากนักที่คนผู้นั้นจะบรรลุถึงจุดหมายอันดีในทางการประพันธ์

5
ตำราการประพันธ์ก็เหมือนกับตำราในสรรพวิทยาการประเภทอื่นทั้งหลาย คือไม่มีตำราเล่มใดวิธีใดที่จะทำให้บุคคลบรรลุผลสำเร็จเพียงแต่เมื่อจบตำรานั้น เช่น หลักข้อหนึ่งที่ว่า บทประพันธ์ที่ดีนั้นจะต้องมีสำนวนโวหารสละสลวยเร้ารึงใจผู้อ่าน เช่นนี้ หลักข้อนี้ก็ถูกอย่างไม่มีที่ผิด แต่เราจะทำ อย่างไรเล่าจึงจะใช้สำนวนโวหารสละสลวยเร้ารึงใจนั้นได้ เราจะเอาจากที่ไหนมาใช้ จากวิชาหนังสือที่ร่ำเรียนมา ? ก็คนอื่นๆ เขาก็ร่ำเรียนมาเป็นอันมากเหมือนกัน เขาก็ดีเท่าเราหรือมิฉะนั้นเขาก็ดีกว่าเรา แล้วใครที่ไหนจะมาชื่นชมยินดีในบทประพันธ์ของเรา จึงไม่มีตำราเล่มใดและของผู้ใดที่จะว่าออกมาให้ประจักษ์แจ่มแจ้ง ซึ่งพอเรียนจบก็แต่งหนังสือให้ใครอ่านใครชอบขึ้นมาทันทีทันใดทีเดียว

6
ผู้ที่ต้องการบรรลุความมีชื่อในการประพันธ์ต้องสลัดความเหิมเห่อออกไปจากตนให้ได้เสียก่อน การตัดความเหิมเห่อนี้ด้วยการอ่านทานทวนเรื่องเก่าๆ ของตนเองซ้ำๆ ยิ่งไม่ควร ทางที่ถูกคือการหามิตรแท้ที่อ่านงานของเราแล้วให้ความเห็นติชม แนะนำอย่างบริสุทธิ์ใจ พยายามเปิดใจเปิดโอกาสรับฟังความคิดเห็นจากมิตรให้เขาโขกให้เขาตำหนิ ถ้าตรงไหนเขียนไม่ดี ไม่สนุก ตรงนั้นเขียนเป็นบ้า จะเขียนหนังสือให้เป็นหลักฐานเข้าไว้สักเล่มก็ดันใช้ภาษาสแลงเป็นไอ้กุ๊ยลงไปได้ เขียนประโยคอะไรกลับหน้ากลับหลัง พ่อเป็นฝรั่งรึถึงได้ใช้สำนวนอย่างนั้น นี่แหละเบื้องหลังหนังสือของฉันที่มีคนชมว่าดีนั้น พวกมิตรแท้ของฉันเขาว่าอย่างนี้ เขาถือว่าเขาชมเป็นหน้าที่ของคนอ่าน พวกเขามีหน้าที่ติ ติเพื่อให้ออกไปรับคำชม มิตรแท้สำคัญยิ่งอย่างนี้

โดย สุดเขตเวชกุล

 

กลับไปที่ www.oknation.net