วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แกะรอยไอ้โม่งอีแอบจอมบงการ ชักใยขบวนการทำลายเจ้า


แกะรอยไอ้โม่งอีแอบจอมบงการ ชักใยขบวนการทำลายเจ้า

การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติเรดที่ยกระดับเป็นคณะกรรมการณรงค์แก้ไขมาตรา 112 ของประมวลกฏหมายอาญาว่าด้วยโทษฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือ"ครก.112"ที่ส่อเจตนาบ่อนทำลายสถาบันเบื้องสูงได้กลายเป็นชนวนสุมไฟวิกฤติความแตกแยกในชาติจนลุกลามบานปลาย มากขึ้นเรื่อยๆจนหยุดไม่อยู่เสียแล้วท่ามกลางความหวั่นวิตกว่าอาจจะเดินซ้ำรอยเหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลาฯ2519

การออกมาเคลื่อนไหวของขบวนการส่อเจตนาบ่อนทำลายเบื้องสูงครั้งนี้ถูกตั้งข้อสังเกตุว่ามีเป้าหมายแอบแฝง เพราะดันทุรังเคลื่อนไหวทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าประเด็นเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูงเป็นเรื่องไม่บังควรและมีความอ่อนไหวสูงมากกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยที่จงรักภักดีทั่วประเทศ ซ้ำส่อเจตนาจาบจ้วงบ่อนทำลายสถาบันสูงสุดอย่างเหิมเกริมชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนจนนำไปสู่ความแตกแยกทั้งภายในประชาคมชาวธรรมศาสตร์และประชาชนทั่วไป 

ผลพวงขบวนการบ่อนทำลายเจ้าที่อาศัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นเวทีซึ่งส่อเค้าจะลุกลามบานปลายมากขึ้นทุกขณะทำให้ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต้องประชุมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยจนมีมติห้ามกลุ่มนิติเรดและครก.112ใช้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเวทีเคลื่อนไหวในเรื่องที่อ่อนไหวสร้างความแตกแยกในชาติ 

จากคำสั่งห้ามใช้ธรรมศาสตร์เป็นเวทีบ่อนทำลายเจ้ากลายเป็นเงื่อนไขให้มีการเบี่ยงเบนประเด็นการเคลื่อนไหวโดยอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(อมธ.)กลุ่มหนึ่ง ตลอดจนกลุ่มองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มได้ออกมาประท้วงคำสั่งของคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยอ้างว่า เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพซึ่งขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตามนักสังเกตุการณ์ทางการเมืองชี้ว่า สิทธิเสรีภาพและหลักสิทธิมนุษยชนนั้นแม้จะบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ก็ต้องมีขอบเขตและอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องชอบธรรมรวมทั้งความเหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูงซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหวต่อความแตกแยกในชาติ 

ประเด็นที่หลายฝ่ายสงสัยก็คือทำไมกลุ่มนิติเรดและครก.112 ถึงมุ่งบ่อนทำลายสถาบันเบื้องสูงอย่างเหิมเกริมและเป้าหมายที่แท้จริงต้องการอะไรกันแน่ 

นักสังเกตุการณ์ทางการเมืองมองว่า เป้าหมายของจอมบงการที่เป็นอีแอบอยู่หลังฉากกลุ่มนิติเรดและครก.112 ไม่ได้อยู่ที่ผลสำเร็จในการแก้มาตรา 112 เพราะในความเป็นจริงรู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีพรรคการเมืองไหนสนับสนุนแน่นอน แต่เป้าหมายแฝงเร้นที่แท้จริงก็คือการเพาะเชื้อบ่อนทำลายสถาบันเบื้องสูงไปเรื่อยๆและทำให้คนในชาติเกิดข้อถกเถียงจนแบ่งเป็นสองขั้วชัดเจนคือกลุ่มที่จงรักภักดีและกลุ่มที่ไม่เอาเจ้า ซึ่งการสร้างกระแสโจมตีสถาบันเบื้องสูงอย่างเปิดเผยหากยังดำเนินต่อไปท่ามกลางการปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อในที่สุดก็จะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่การปฏิวัติประชาชนเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศได้ในอนาคต ซึ่งเป้าหมายเบื้องต้นการออกมาเคลื่อนไหวของขบวนการบ่อนทำลายสถาบันเบื้องสูงครั้งนี้ถือว่าสำเร็จในระดับหนึ่งเพราะไฟได้ถูกจุดติดขึ้นแล้วเพื่อรอสถานการณ์ที่สุกงอมในอนาคต 

คำถามซึ่งเป็นประเด็นสำคัญก็คือใครที่อยู่หลังฉากบรรดานักวิชาการหนุ่มร้อนวิชาตลอดจนการจัดตั้งเครือข่ายขบวนการบ่อนทำลายเบื้องสูง รวมทั้ง "ไอ้โม่งจอมบงการใหญ่" ที่ทำตัวเป็นอีแอบอยู่หลังฉากขบวนการกลุ่มนี้ เพราะการออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของกลุ่มนิติเรดและครก.112 ต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อย ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีผู้ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายเหล่านี้ 

นักสังเกตุการณ์ทางการเมืองให้จับตานักวิชาการรุ่นเก๋าอย่าง นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระแก๊งมหาวิทยาลัย เที่ยงคืน ดร.ธงชัย วินิจกุล อาจารย์มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา อดีตแกนนำนักศึกษาธรรมศาสตร์ ยุค 6 ตุล่าฯ2519 นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตคนเดือนตุลาฯ นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งหลายคนในกลุ่มนี้เคยหนีเข้าป่าเข้าร่วมต่อสู้ด้วยอาวุธกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.) โดยนักวิชาการกลุ่มนี้นับว่ามีอิทธิพลทางความคิดต่อบรรดานักวิชาการรุ่นใหม่ไม่น้อย 

ส่วนใครที่เป็น"ไอ้โม่งจอมบงการใหญ่"วิเคราะห์ได้ไม่ยากโดยให้ดูที่เป้าหมายการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติเรดและและครก.112 ตลอดช่วงที่ผ่านมว่า ใครได้ประโยชน์ในระยะยาวจากการแก้มาตรา 112 และแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ผลพวงทั้งหมดจากการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 เป็นโมฆะ

ทีมข่าวการเมือง
วันที่ 2/2/2012

ขอบคุณ : http://www.naewna.com/news.asp?ID=299320 (ผ่าประเด็นร้อน)

โดย กนิษฐ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net