วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โมเดลแก้ปัญหา"ยางพารา" หาก "ณัฐวุฒิ" เทใจ คงไม่ซ้ำรอยแก้ปาล์มน้ำมันนะครับ


หากจะพูดถึงพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ทางภาคใต้ เชื่อว่าคุณ ๆ ผู้อ่านทุกท่านจะคิดถึง "ยางพารา"

ยางพาราถึงเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ ที่มีเกษตรกรปลูกกันเป็นจำนวนมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ปลูกยางพารา ในภูมิภาคอื่น ๆ

ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เกษตรกร ปลูกยางพารา มากกว่าพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ นั้น มีการยืนยันและนอนยันว่า เนื่องจากมีความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีอากาศร้อนชื้น

ฉะนั้นจึงมิใช่เรื่องแปลกที่เกษตรกรจำนวนมากมายหันมาปลูกยาพารา มากกว่าพืชอื่น ๆ  

หากจากหลักฐานอ้างอิงทางวิชาการที่ผมเคยอ่านเจอ ในเรื่องการวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกยางพารา กลับมิใช่พื้นที่ทางภาคใต้

ปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว เนื่องจากการมองว่าพื้นที่ดังกล่าว มีสภาพฝนฟ้าตกอย่างสม่ำเสมอ

จึงไม่เหมาะสมที่จะปลูกยางพารา

เพราะจะส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพได้

ดังนั้นจึงมิใช่เรื่องแปลกที่รัฐบาลในยุคอดีตกาล จึงหันไปสนับสนุนการปลูกยางพารา ในพื้นที่ภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือบางส่วน

แม้นว่าพื้นที่ดังกล่าว จะขันสนในเรื่องน้ำ

โดยเฉพาะน้ำเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม

ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งออกยางพารามากกว่า ทุกๆประเทศในแถบเอเชีย

แต่กลับเป็นเรื่องแปลกที่ประเทศไทย มิได้ใช้ความได้เปรียบดังกล่าว เป็นตัวกลางในการกำหนดราคา ซื้อขายางพารา

หากกลับไปอ้างอิงราคาซื้อ ขายจากประเทศเพื่อนบ้าน

ปัญหาราคายางตกต่ำ ในช่วงที่ผ่านมานั้น ถือเป็นกลไกการตลาด หรือที่เรียกตามภาษาเศรษฐศาสตร์ อุปสงค์ อปทาน ความต้องการซื้อ และหรือความต้องการขาย

ช่วงใหนที่สินค้ามีจำนวนมาก แต่ความต้องการซื้อมีน้อย ราคาสินค้าดังกล่าวก็จะถูกลง

ในทำนองกลับกัน หากสินค้ามีน้อย ความต้องการมีจำนวนมาก ก็จะทำให้ราคาซื้อขายในตลาด จะเป็นตลาดกลาง หรือตลาดทั่วไปสูงขึ้น

การกำหนดนโยบายของ ทั่น "รมช.ณัฐวุฒิ" ที่จะให้รัฐบาลกว้านซื้อยางพาราจากตลาด โดยการเอามาเก็บไว้ในสต๊อก เพื่อให้ปริมาณยางพาราในตลาดลดลง เพื่อกระตุ้นราคาการซื้อขายให้สูงขึ้น ถือเป็นกลไกหนึ่ง ที่รัฐบาลหยิบมาใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาราคายาพาราตกต่ำ

หากแต่ผมกลับเห็นว่า วิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว มิใช่ทางออกในการแก้ไขปัญหาระยะยาว

แต่เป็นการคิดค้นวิธีการแก้ไขปัญหาแบบ แก้ผ้าเอาหน้ารอด

ทำไปงั้น ๆ แหละ ขอให้รู้ว่าได้ทำแล้วก็พอ

ฉะนั้นหากรับบาลมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเรื่องยางพารา ก็จะต้องมองดูว่าวันนี้ยางพาราที่เกษตรกรไทยผลิตนั้น มีปริมาณมากเพียงพอที่จะใช้ในประเทศหรือยัง

หากเพียงพอแล้วให้มองตลาดภายนอก จะเป็นตลาดเพื่อนบ้าน ตลาดล่วงหน้าหรืออะไรก็แล้วแต่

การมองว่ายางพาราที่เกษตรกรผลิต มีจำนวนเพียงพอแล้วหรือไม่นั้น ถือเป็นการวิเคราะห์ความต้องการ อุปสงค์ในเบื้องต้น

ประเด็นต่อมา เรื่องการเพิ่มมูลค่ายางพารา นอกจากการจำหน่ายน้ำยาง หรือยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน และการแปลรูปอื่น ๆ ที่มีองค์ประกอบของยางพารา

ณ วันนี้โรงงานอุตสาหกรรมได้ใช้วัตถุดิบของเราเองหรือไม่

เหตุใดเราจึงยังต้องซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศ

เห็นได้จากการผลิตถุงมือยาง เกษตรกรจำหน่ายน้ำยางไปที่ต่างประเทศ และสุดท้ายโรงงานผลิตก็กลับไปซื้อน้ำยางที่ผ่านกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์กลับมายังประเทศไทย ทำให้คนไทยต้องใช้สินค้าแพง

การสนับสนุนให้เกษตรกรเป็นเจ้าของยางพารา ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ น่าจะเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหายางพารา

วิธีการดังกล่าว ถือเป็นเรื่องง่าย ๆ หากรัฐบาล หรือ ทั่นณัฐวุฒิ จะลองมานั่งทบทวน หรือลองไหว้วานบรรดาทีมงานที่ปรึกษา มานั่งวิเคราะห์ถึงปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศ ทั้งดดยตรงและทางอ้อม

อาทิ กาวลาเทค ยางรถยนต์ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีองค์ประกอบของยางพารา

แล้วรัฐบาลสนับสนุนให้เกษตรกรเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จากยางพาราเหล่านี้

อาจส่งเสริมในรูปแบบสหกรณ์ กลุ่ม หรือองค์กร และจับมือกับกลุ่มผู้ประกอบการณ์ต่าง ๆ

อาทิ จับมือกับสหกรณ์รถเล็ก รถเท็กซี่ ผลิตยางรถยนต์คุณภาพเกรดเอ ให้แท็กซี่ได้ใช้ยางรถยนต์ราคาถูก ซึ่งผลิตโดยองค์กรหรือกลุ่มเกษตรกรหรือจะด้วยวิธีการอื่น ๆ

การเปิดโอกาสให้เกษตรกรเป็นผู้ถือหุ้นโดยมิต้องลงทุนเป็นเม็ดเงิน

หากใช้วิธีการลงทุนโดยผลผลิต และนำมาปันผลเมื่อจำหน่ายแล้ว ถือเป็นอีกทางเลือกในการแก้ไขปัยหาราคายางตกต่ำ

เหล่านี้เป็นเพียงแนวทางเล็ก ๆ ที่ผมอยากจะให้ทั่นรัฐมนตรีลองพิจารณา

หากจะนำไปใช้ก็มิว่ากัน

แต่ขอให้คิดอยู่เสมอว่า ทุกวันนี้เกษตรกรยิ่งทำยิ่งจน แต่นายทุนภาคเกษตร ไม่มีแม้ที่ดินซักผืน กลับร่ำรวยล้นฟ้า

ขอให้ช่วยกันนะครับพี่น้องครับ

เพราะผมไม่อยากเห็นวิธีการแก้ไขปัญหายางพารา ว้ำรอยประวัติศาสตร์การแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันขาดแคลนนะครับ

ยิ่งแก้ เกษตรกรยิ่งจน แต่คนรวยมีเพียงแค่หยิบมือ ระหว่างผู้แก้ นายทุน และผู้อยู่เบื้องหลังนายทุน....

โดย บินหลาดง

 

กลับไปที่ www.oknation.net