วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พลิกชะตา ฝ่าวิกฤต


วันนี้ (เสาร์ที่ 4 ก.พ.)ไปฟังสัมนา "พลิกชะตา ฝ่าวิกฤต" ที่พารากอน มีผู้บรรยาย 5 ท่านคือ พระมหาสมปอง ซินแสทศพร ดร.เสรี คุณสาลินี (วังตาล) และคุณวิกรม (อมตะ) สรุปสั้นๆของแต่ละท่านนะคะ
ซินแสทศพร สรุปว่า ปีนี้ ดาวเสาร์ กับดาวพฤหัสเล็งลักคนากัน เช่นเดียวกับในปี 2524 (ซึ่งมีการลดค่าเงินบาท) เศรษฐกิจอาจไม่ดีนัก แต่ราคาทองน่าจะยังไปได้มากกว่านี้ ทั้งนี้ทิศทางที่ดีในปีนี้คือทิศตะวันตก จะเป็นทิศที่โดดเด่น ในการจัดวางฮวงจุ้...ยในบ้าน ส่วนทิศที่ไม่ดีนั้นคือทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ควรมีการต่อเติมสิ่งใดในทิศนี้ นอกจากนี้ ก็ยังสามารถหาวัตถุมงคลมาแก้ได้
ท่านที่สอง คือ ดร.เสรี มาพูดเรื่องน้ำ ว่าขณะนี้ น้ำในเขื่อนอยู่ในระดับประมาณ 86% และต้องพยายามระบายน้ำออกให้มากที่สุดเพื่อจะได้รองรับปริมาณฝนที่ปีนี้มาเร็ว แต่หากปล่อยน้ำมากไป ก็อาจจะกระทบกับการทำข้าวนาปรัง ฝนปีนี้จะมาเร็ว ตกทั่ว จนถึงเดือน พ.ค. แล้วจะค่อยลดน้อยลง แต่จำนวนพายุจาก ลานิลย่านั้นจะมีจำนวนมาก การแก้ปัญหาในปีนี้ที่ต้องทำ คือ การเตรียมพร้อม การควบคุมงาน และการแก้ไขปัญหา ต้องสามารถจัดการให้น้ำท่วมในบริเวณที่เป็นแก้มลิง แผนงานตอนนี้มีหกแผนงานคือ บริหารน้ำในเขื่อน ซ่อมแซมประตูน้ำ การคาดการณ์ปริมาณน้ำ แผนผจญเหตุ การหาพื้นที่แก้มลิง ซึ่งควรจะมีสัก 2 ล้านไร่ แต่ปัจจุบันมีเพียง 2 แสนไร่เท่านั้น และการมีหน่วยงานที่สามารถ"ทุบโต๊ะ"ทำงานได้ เพื่อคอยดูแลแก้ปัญหา หากสามารถดำเนินการได้ดังนี้ ก็น่าจะรับมือกับน้ำได้
ท่านที่สามคือ คุณสาลินี วังตาล จาก ธปท. มาพูดใน 4 ประเด็นคือ ระบบการบริหารหนี้ว่า จะ recover อย่างไร , จะจัดการอย่างไร , ธุรกิจ SME และผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งตอนนี้สิ่งที่ ธปท. ดำเนินการคือ การปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อไปให้ผู้ประสบภัย โดยมีการผ่อนผันอัตราดอกเบี้ย การจ่ายคืนเงินกู้ และดอกเบี้ย ซึ่งแตกต่างตามธนาคารไป สิ่งที่มั่นใจได้คือ ระบบการเงินของประเทศยังสามารถดำเนินการได้ แม้มีวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ จากการมีแผน Business Continuity Plan รองรับ ทำให้ประชาชนยังสามารถใช้บริการธนาคารต่างๆได้ตามปกติ ประเด็นที่สามเป็นเรื่องการช่วยธุรกิจ SME โดยเฉพาะเรื่อง พรบ. หลักประกันทางธุรกิจ และการค้ำประกันสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันโดย บสย.
ส่วนท่านสุดท้าย คือคุณวิกรม มากล่าวเรื่องการจะยืนในธุรกิจอย่างไร และกรณ๊ worst case จะวางแผนรองรับอย่างไร เพื่อให้สูญเสียน้อยที่สุด ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีหนี้สาธารณะมากที่สุดแต่กระจายอยู่ทั่วโลก เป็นการกระจายความเสี่ยง สำหรับไทยนั้น ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงการส่งออกจากการส่งออกวัตถุดิบเช่นข้าว เป็นการส่งออกสินค้าสำเร็จรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น เป็นอาหาร TV-Dinner เป็นต้น นอกจากนี้ เรายังควรลงทุนในเรื่อง R&D มากขึ้น ปัจจุบัน R&D ของไทยอยู่ในระดับ 0.2% ของ GDP ในขณะที่ เกาหลี มี R&D ในระดับ 4-5% ของ GDP เพียงแค่ซัมซุงบริษัทเดียวก็มีการออกสินค้าใหม่ปีละไม่ต่ำกว่า 3000 ชิ้น ทั้งนี้รัฐบาลต้องให้การสนับสนุนด้วย ไม่ใช่ทำตัวเป็นตำรวจคอยจับผิด ธปท.จะต้องส่งเสริมเศรษฐกิจการเงิน การท่องเที่ยว เพื่อให้ไทยก้าวไปได้ไกล
สุดท้ายที่คุณวิกรม พูดได้ประทับใจมากคือ คำกล่าวที่ว่า ประเทศเรา บรรพบุรุษร่วมสร้าง พัฒนามานาน ตอนนี้สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง คือ การร่วมมือร่วมใจ สามัคคีปรองดองกัน ไม่ใช่การแบ่งพรรคแบ่งพวก หากทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน ประเทศก็จะพัฒนาไปได้อย่างแน่นอน
หวังว่า เกร็ดที่ได้จากการสัมนาครั้งนี้ คงจะมีประโยชน์แก่เพื่อนชาว FB หากมีข้อใดผิดพลาดตกหล่นไป ผู้เขียนก็ขออภัย ณ ที่นี้ เพราะ เป็นการฟังสด ไม่สามารถ take note ได้ค่ะ เนื่องจากพูดในโรงภาพยนตร์ ก็พยายามจำๆมาเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

โดย กมลกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net