วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“ผมหลงรักอำเภอสะเมิง”


          หลายครั้งที่ผมมาอำเภอสะเมิง จ. เชียงใหม่ ผมยังคงท่องเที่ยวอำเภอสะเมิงได้ไม่หมดซักที่  อำเภอเล็กๆ ที่ถูกห้อมล้อมด้วยภูเขาสูงต่ำ เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวเป็นเมืองที่เงียบสงบ อากาศเย็นสบาย ผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่ยึดอาชีพเกษตรกรซึ่งมีผลผลิตทางการเกษตรมากมายอาทิเช่น กระเทียม ข้าวโพด ส้มโอ และของฝากขึ้นชื่อไม่แพ้ที่อื่นใดเลยคือ กล้วยอบที่ชุมชนบ้านกล้วยได้ทำขึ้นมาขายเพื่อไว้เป็นของซื้อของฝากให้แก่นักท่องเที่ยวที่ได้แวะมาเยี่ยมเยือนอำเภอสะเมิงแห่งนี้ และตบท้ายด้วยการเข้ามาชิมรสหวานๆ ของสตอเบอรี่ ที่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชิมและซื้อกลับไปเป็นของฝากจากการมาเยี่ยมอำเภอสะเมิงในช่วงปีใหม่ได้ไม่น้อยเช่นกัน 

         ทริปนี้ผมได้ใช้เวลาอยู่อำเภอสะเมิงไม่มากนัก แต่ผมก็ใช้เวลาช่วงสั้นๆ ของทริปนี้ศึกษาอำเภอสะเมิงได้มากพอสมควร จึงไม่แปลกนักที่ตลอดสองปีที่ผ่านมา ที่ blog ของผมแห่งนี้จะเขียนถึงอำเภอสะเมิงถึง 2 ครั้ง  


     “ผมหลงรักอำเภอสะเมิง” ตลอดเส้นทางจากอำเภอแม่ริมมุ่งหน้าสู่อำเภอสะเมิง ผมขับรถไปเรื่อยๆโดยไม่ทำเวลา พร้อมกับทอดสายตามองชีวิตผู้คนและวิวธรรมชาติที่สวยงามข้างทาง สลับกับ ร่องปลูกกระเทียม และ ร่องปลูกสตอเบอรี่ ที่มีให้เห็นเกือบตลอดเส้นทาง ก่อนที่ดวงตะวันจะลับขอบฟ้า ผมก็ได้เวลาย่ำถิ่น อำเภอสะเมิงสมใจ พร้อมกับนำรถคู่กายจอดที่หน้าสวนสตอเบอรี่ที่วันนี้ตั้งใจมาหา..สวนพรประภาสตอเบอรี่..เป็นสวนเล็กๆที่ตั้งอยู่กลางใจตัวอำเภอสะเมิง....ไม่รอช้าผมก็หยิบตะกร้าใบน้อย..นั่งสอยสตอเบอรี่ลูกแดงๆ ที่วันนี้มีนักท่องเที่ยวมากมายผ่านมาแวะเวียนซื้อสตอเบอรี่ไม่ขาดสาย..แต่ที่สวนก็ไม่พอขายเพราะเจ้าสตอเบอรี่สีแดงวันนี้มีเพียง 10 กิโล...พรุ่งนี้มาใหม่นะครับ..สลับกับว่า..ขอโทษ..เสียงจากน้ำเชี่ยวตะวัน..ได้บอกกับนักเที่ยวที่แวะมาเยือนยายค่ำนั้นเอง..



      คืนนี้ผมได้ขอพักอาศัย บ้านพ่ออินคำ และ แม่แสงเอ้ย บ้านแม่สาบ (เจ้าของสวนสตอเบอรี่) ท่านทั้ง 2 ได้จัดเมนูเด็ดอาหารอร่อยไว้ให้ผมได้ทานอย่างอิ่มหน่ำสำราญกับเมนูท้องถิ่นที่ที่หากินไม่ได้ในบางกอก  มื้อนี้ผมไม่ได้หลอกตัวเองแต่บรรเลงข้าวเหนียวไปหลายกระติ๊บเพราะข้าวเหนียวที่นี่ชั่งหอมอร่อยเหลือเกินยิ่งกินก็ยิ่งเพลิน คืนนี้ทั้งอิ่ม ทั้งมีความสุข ลืมบางกอกไปชั่วขณะ พรุ่งนี้ยามเช้าจะไปเที่ยวรอบๆอำเภอสะเมิง..คงรื่นเริง..บันเทิงไปกับเสียงของธรรมชาติ..อยากให้เช้าไวไวจัง...



          รุ่งอรุณยามเช้า ณ บ้านแม่สาบ ต.แม่สาบ อ.สะเมิง  07.00 น. ผมนั่งรอสายหมอกที่เช้านี้ชั่งสวยงามเหลือเกิน รอให้เจ้าสายหมอกลดลงสักนิดเพื่อที่จะพารถคู่ใจขึ้นสู่ดอยที่ผมแพลนไว้ในทริปแรกของวันนี้


 

      ขณะเดียวกันก็ยังติดใจข้าวเหนียวจึงหยิบใส่กระติ๊บไปสักหน่อยเอาไว้ทานยามเที่ยงระหว่างทาง เส้นทางเริ่มสว่าง เมื่อหมอกลดลง ความปลอดภัยเริ่มมีมากขึ้นจึงขยับเจ้ารถคู่กาย ตะกายขึ้นดอย ค่อยๆ ขับ เพื่อไปไหว้พระธาตุดอยนก  ที่นี่น่าสนใจครับ คนที่นี่เล่าให้ผมฟังว่าในอดีต บนยอดดอยนี้มีสระน้ำขนาดใหญ่ และก็มีฝูงนกอาศัยอยู่ เป็นจำนวนมาก เล่ากันว่าในยามค่ำคืนวันเพ็ญ ชาวบ้านจะเห็นแสงสว่างขึ้นเหมือนมีใครมาเปิดไฟไว้ทั้งดอย ซึ่งทั้งๆที่ พื้นที่บนดอยไม่มีไฟฟ้าขึ้นไปถึง ชาวบ้านแม่สาบ จึงเรียกกันว่าดอยนก ซึ่งต่อมาก็มีแกนนำชาวบ้าน เช่น กำนันสุเวช สาธุเม (กำนันในสมัยนั้น) และร่วมกับชาวบ้านอีกหลายฝ่าย ได้คิดว่าน่าจะสร้างพระธาตุไว้ในที่นี้ เพื่อให้คนได้กราบไหว้ จึงเป็นที่มาของชื่อพระธาตุดอยนก ผมขับรถขึ้นมาที่ดอยนก ผมยอมรับว่ากลัวครับ กับทางลูกรัง สูงชัน ด้านซ้ายคือเหว ด้ายขวาคือผา รู้แต่ว่ามาแล้วก็ไม่สามารถถอยได้แล้ว เพราะทางแคบมากที่จะกลับรถ จึงขับต่อไปจนสุดดอย วันนี้ผมได้กราบไหว้พระธาตุสมใจแล้วครับ


 
     ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่ไม่มาก แต่เห็นคนมาที่นี่น้อยเนื่องด้วยเส้นทางเป็นอุปสรรค แต่ผมอยากแนะนำให้ทุกท่านมาสักครั้ง  แล้วท่านจะรู้ว่าที่นี่มีดีกว่าที่คิด      การเดินทางมาที่นี่ง่ายครับอยู่เลยบ้านแม่สาบเพียง 5 กม. ด้านขวามือจะเขียนว่า  “พระธาตุดอยนก” เลี้ยวเข้าไป ผมไม่แนะนำรถเก๋งนะครับ ควรเป็นรถสมรถนะสูง  เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดียวกับทางไป บ้านบ่อแก้ว (ปลูกสตอเบอรี่ใหญ่ที่สุดของสะเมิง) หรือ อ.กัลยาณิวัฒนา (ป่าสนวัดจันทร์) และ ต่อไป อ.ปายได้เช่นกัน


     จุดต่อไปคือ ถ้ำหลวงแม่สาบ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติขุนขาน  อยู่เลยอำเภอสะเมิงไปเพียง 2 กม. หลักกิโลเมตรที่ 18 ซ้ายมือเข้าไปเพียง 100 เมตรรถเก๋งก็เข้าไปได้  ท้องที่บ้านแม่สาบ ก่อนถึงบ้านแม่สาบ เพียง 3 กิโลเมตร หรือ เที่ยวที่นี่เสร็จก็เลยไป พระธาตุดอยนก เลยครับทางเดียวกัน



      ความสวยงามของถ้ำหลวงแม่สาบ...ครั้งหนึ่งคนที่มาที่นี่ อยากให้หลายๆ คนได้ไปสัมผัสเหมือนผมครับ ธรรมชาติได้สร้างไว้ได้อย่างลงตัวและสวยงามยิ่งนัก ไฟส่องสว่างได้นำทางผมเดินเข้าไปข้างในได้คล่องตัว แสงอาจจะมืดสลัวแต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมกลัวความมืดแม้แต่นิด..แต่กลับทำให้ผมมีจิตใจที่จะมุ่งมั่นเดินต่อไปจนสุดทางของถ้ำ ที่นี่มีถ้ำทั้งหมด 4 ถ้ำ ทางเข้าติดๆกัน หรือบางคนมองว่าถ้ำเป็น 2 ชั้นบ้างแต่ผมคิดว่าแล้วแต่คนมองซึ่งมองต่างกัน แต่โดยภาพรวมสวยมากครับโดยเฉพาะชั้นบนที่เป็นปล่องโพรงทะลุมองเห็นท้องฟ้าคล้ายปล่องภูเขาไฟ โพรงยาวประมาณ 150 เมตร ข้างในแยกออกมาได้อีกหลายคูหา มีหินงอกหินย้อย บัลลังก์หินที่ดูสวยงามยิ่งนัก ขณะเดียวกันที่ปากทางเข้าถ้ำทางทิศใต้ จะมีหินย้อยที่ส่องแสงระยิบระยับเหมือนเพชรที่เหมือนกับนำเกร็ดเพชรมาแปะไว้ข้างก้อนหินย้อยที่ห้อยลงมาจากที่สูง..ชะเง้อมองดูจะรู้ว่าสวยงามยิ่ง..ภายในนี้อากาศดี ถ่ายเทสะดวก ไม่เหม็นแม้จะมีมูลค้างคาวค่อนข้างเยอะ แต่ก็ไม่อบอ้าว หายใจได้คล่อง ที่นี้ก็เป็นอีกที่ที่ไม่น่าพลาดเมื่อมาเยือนเมืองสะเมิง

 

รายละเอียด ของถ้ำหลวงแม่สาบ
บริการ
ไฟฉาย  20 บาท/กระบอก
     หลังออกมาจากถ้ำ แสงแดดเริ่มร้อนแรง ความอ่อนล้าของร่างกายเริ่มมาเยือน เหมือนทำให้ผมเริ่มอยากผ่อนคลาย แต่ไม่วายที่ต้องขับรถไปสถานที่ต่อไปที่ระยะประมาณ 20 กม.นั้นคือ “น้ำพุร้อนโป่งกวาว” หลังออกมาจากถ้ำหลวงแม่สาบ ผมก็ย้อนมาที่อำเภอสะเมิง ผมเริ่มต้นเดินทางที่สี่แยก สะเมิงรีสอร์ท  ใช้ทางหลวงเลขที่ 1349  ผ่านไปทาง บ้านน้ำริน แม่ตุงติง ป่าลาน หนองหอย สะเมิงเหนือ เส้นทางนี้สะดวกสบาย รถเก๋งก็ไปได้ ตลอดข้างทางยังมีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ แม่น้ำไหลผ่านข้างทางตลอดแนว ต้นน้ำก็คือ “น้ำพุร้อนโป่งกวาว” นั้นเองที่ผมกำลังจะไป


    ไม่นานนักผมก็ขับรถมาถึง..ความงามของ “น้ำพุร้อนโป่งกวาว” ที่ได้ซ่อนตัวอยู่กลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ และผู้คนที่อยู่รอบๆ  “น้ำพุร้อนโป่งกวาว” ก็ได้ช่วยกันรักษาผืนป่าไว้อย่างดี ที่นี่นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลมากจาก อำเภอสะเมิง แต่การเดินทางไม่สามารถทำความเร็วได้เนื่องเส้นทางคตเคี้ยวตลอดเส้นทาง (ควรกินยาแก้เมารถ) จึงใช้เวลาการเดินทางนานพอสมควร แต่ถึงอย่างไรเราจะไม่เบื่อกับการเดินทางเพราะตลอดเส้นทางความงามของธรรมชาติ และ วิถีของเกษตรกรที่นี่ได้สร้างไว้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะร่องกระเทียมที่ปลูกตามสันเขา แนวเส้นตรงของร่องกระเทียม ตรงเหมือนกับขีดเส้นบรรทัดไว้


    “น้ำพุร้อนโป่งกวาว” ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 บ้านโป่งกวาว ต.สะเมิงเหนือ อ.สะเมิง เนื้อที่ 7 ไร่ อุณหภูมิน้ำพุประมาณ 70 องศา ค้นพบประมาณ 120 ปีที่แล้วเมื่อชาวบ้านเข้าไปหาของป่า จึงพบ วัว ควาย มากินน้ำที่นี่กันจำนวนมากในแอ่งนี้ ชาวบ้านจึงพากันมาดู กระทั้งเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมา ชุมชนที่จึงได้มีส่วนร่วม และ ดูแลรักษา มีงานทำกันในสถานที่แห่งนี้ โดยเฉพาะบริการนวดตัว ฝ่าเท้า ให้แก่นักท่องเที่ยวที่แวะมาเยือน


รายละเอียดของ “น้ำพุร้อนโป่งกวาว” มีบริการดังนี้ครับ
บริการกิจกรรม
-ปั่นจักรยาน-เดินป่า-บริการนวด-บริการอบสมุนไพร-อาหารและเครื่องดื่ม
บริการที่พัก
-เต้นท์พักแรม  250บาท/ท่าน มีเต้นท์มาเอง  200 บาท/ท่าน
-บ้านพัก  1500 4 ท่าน/หลัง
บริการอาบน้ำแร่
-เด็ก  30
-ผู้ใหญ่  60
บริการชุดอาบน้ำฟรี
ห้องอาบน้ำมีทั้งแบบส่วนตัว และ แบบรวม ซึ่งมีหลายหลังไว้คอยบริการ
มีห้องสำหรับพระสงฆ์ไว้บริการ
       ผมมีความสุขมากกับทริปนี้ถึงจะเหนื่อยล้ากับการเดินทาง..บ้างแต่สิ่งที่ผมได้ไปตามที่ต่างๆ ความเหนื่อยล้าก็จางหายไปจาก..สะเมิงยังมีอะไรหลายๆอย่างที่น่าค้นหา..วัฒนธรรมชนเผ่าต่างๆ การเดินป่า วัด น้ำตก ผมก็ยังไปไม่ครบ..ผมหลงรักอำเภอสะเมิง..
       ทริปนี้ผมได้รวบรวมเอาสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอสะเมิงมาไว้ในปล็อกเดียวกัน แต่ก็ยังไม่หมด ยังมีอีกหลายที่ ที่ผมยังไม่ได้ไป อดใจรออีกสักนิด ผมจะเอามาให้ชมกัน   โดยเฉพาะช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ของทุกปี จะมีงานประเพณีท้องถิ่นที่น่าสนใจคืองาน สตรอเบอรี่และของดีอำเภอสะเมิง กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ที่ประดับไปด้วยสตอเบอรี่ พืชผลทางการเกษตร ประกวดธิดาสตรอเบอรี่ ธิดาจำแลง และธิดาชนเผ่า การออกร้านจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ การ แสดงศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่า ๆ ต่างที่มีอยู่อย่างหลากหลายในอำเภอสะเมิง และยังมีกิจกรรมที่เป็นจุดเด่นของงาน คือการจัดพิธีแต่งงานและจดทะเบียน สมรสหมู่แบบชาวเขา  จัดขึ้น บริเวณ ณ ที่ว่าการอำเภอสะเมิง จ. เชียงใหม่ ถ้ามีโอกาสจะเก็บบรรยากาศมาให้ชมนะครับ
        ขอบคุณพ่ออินคำ และ แม่แสงเอ้ย ที่ให้ผมได้นอนพักที่บ้าน  ความสุขที่สะเมิง แบบนี้จะไม่ให้ผมรักสะเมิงได้ไงครับ
น้ำเชี่ยว ตะวัน


โดย น้ำเชี่ยวผู้น่ารัก

 

กลับไปที่ www.oknation.net