วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เตือนภัย!!! เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จู่โจม “ชาวนา”


เตือนภัย!!!  เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  จู่โจม “ชาวนา”

หลังจากที่ชาวนาไทยเจอศึกหนักน้ำท่วมข้าวเสียหายจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว  และการขาดรายได้จากการทำนาเป็นเวลาหลายเดือนกว่าน้ำจะลดสู่ภาวะปกติจนสามารถเพาะปลูกข้าวได้   ซึ่งก็หมายความถึงชาวนาตกงานหลายเดือน

ชาวนาไทยก็ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่  เพาะปลูกข้าวหลังน้ำลด   โดยเฉพาะชาวนาโซนตะวันออก  (ฉะเชิงเทรา นครนายก สมุทรปราการ ปราจีนบุรี  ปทุมธานี  กรุงเทพฯ )  มีโอกาสได้ทำนาก่อนใครเพื่อน เมื่อเทียบเคียงกับโซนตะวันตก และกลาง  ซึ่งปัจจุบันอายุข้าวอยู่ระยะตั้งท้องถึงออกรวง  (ประมาณ 60 -80 วัน)

ปีนี้คงเป็นอีกปีหนึ่งที่ชาวนา ต้องเจอศึกหนักคู่ปรับเก่าเจ้า”เพลี้ยกระโดด (brown planthopper)”    ที่เป็นคู่ปรับตลอดการของชาวนาไทย   ซึ่งนำผลให้ชาวนาหลายราย  ขาดทุนจากการเข้าทำลายต้นข้าวในแปลงนาของเพลี้ยกระโดดมาแล้ว  ทั้งในอดีต  และปัจจุบัน

สำหรับปีนี้ก็เช่นเดียวกัน   เพลี้ยกระโดดระบาดรุนแรงมาก  ยังผลให้เกษตรกรเขตโซนตะวันออกเสียหายทั้งแปลงแล้วหลายราย (ไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิต  เพลี้ยกินแห้งตายหมด)  ส่งผลให้ชาวนาหลายรายไม่มีข้าวไปจำนำรัฐบาล   และเสียหายบางส่วนจำนวนมาก  ยังผลให้ผลผลิตลดต่ำลงสืบเนื่องจากการเข้าทำลายเกิดความเสียหายของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

โดยจากประสบการณ์ที่ผ่านมา  เพลี้ยกระโดดหากระบาดรุนแรงในพื้นที่ใดแล้ว  ก็มักจะระบาดกระจายไปทั่วประเทศ  โดยเฉพาะพื้นที่ทำนาหว่านน้ำตม  ซึ่งคาดว่าในอีกไม่ช้าก็จะลุกลามระบาดไปยังพื้นที่ภาคกลางซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งเพาะปลูกใหญ่ของไทย

จากการพบเห็นในปีนี้  การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  จะระบาดรุนแรงมากในแปลงข้าวที่ปลูกพันธุ์ปทุมธานี 1 , เบอร์ 17 ,พันธุ์ข้าวเบา  และ กข.31 ตามลำดับ  และรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีกในกรณีเกษตรกรหว่านข้าวหนาแน่น  (มากกว่า 2 ถังต่อไร่)

วงจรชีวิตเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  (Nilaparvata lugens (Stal))

 

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนต

 

ลักษณะการทำลาย 

เพลี้ยกระโดดมักจะเข้าทำลายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากท่อน้ำท่ออาหารของข้าว  ทำให้ข้าวที่ถูกทำลายแห้ง  และแห้งตายเป็นหลุม “อาการไหม้ (hopperburn)”  และหากเกิดการระบาดรุนแรงสูงสุดอาจทำให้เกิด “อาการไหม้ (hopperburn)” เสียหายทั้งแปลงจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

 



การป้องกันกำจัด.

จากประสบการณ์  หากเกิดการระบาดรุนแรง  ดั่งเช่นในขณะนี้  จำเป็นจะต้องใช้สารกำจัดเพลี้ยกระโดดโดยตรงในการฉีดพ่น  เพื่อให้รักษาผลผลิตของชาวนาเอาไว้ได้ ซึ่งสารเคมีที่ใช้ได้ผลดีที่สุดในขณะนี้มีเพียง “สารไพมีโทรซีน (Pymetrozine)”  งดใช้สารเคมีประเภทไพรีทรอยด์โดยเด็ดขาด  และหลังจากฉีดพ่นสารเคมี  3 วัน  ให้ไขน้ำออกจากแปลงนาให้หมด 

บอกเล่าเตือนกันเอาไว้สำหรับ “พี่น้องเกษตรกร” บุตรหลานที่มีพ่อแม่พี่น้อง เป็นเกษตรกรทำนา ที่ข้าวยังอยู่ระยะเล็กอยู่อย่าชะล่าใจว่าจะไม่มีอะไรมารบกวน ให้หมั่นตรวจตราแปลงนาของท่าน เพราะปีนี้เพลี้ยกระโดน “มาแน่”

โดย คนขายปุ๋ย

 

กลับไปที่ www.oknation.net