วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องเพศ มันคนละเรื่องเดียวกัน? เปลว สีเงิน


เรื่อง "ว.๕ ชั้น ๗ "ของยิ่งลักษณ์นี่ดังระดับโลกไปแล้ว พลอยฉุดให้ "เรื่องดังในกรุ" ของคนดังในอดีตกลับมีชีวิต-ชีวาในโลกสังคมข่าวอีกครั้ง เรื่องที่ว่าคือ เรื่องของโมนิกา ลูวินสกี กับอดีตประธานาธิบดีคลินตัน ไม่ใช่อะไรหรอก บังเอิญผมเปิดดู Yahoo วานนี้ (๑๙ ก.พ.๕๕) เห็นเขาลงข่าวโปรโมตรายการก่อนออกอากาศครึกครื้น ก็เลยนำมาบอกให้ดีใจทั่วๆ กันว่า..นายกฯ "เอาอยู่" ของเรา...ดังทะลุต้นตำรับซะแล้ว!

นี่...ระหว่างแก้รัฐธรรมนูญ กับใครไปแก้อะไรบนชั้น ๗ ท่านว่าอย่างไหนชาวบ้านจะสนใจมากกว่ากัน และอย่างไหนคณะพรรครัฐบาลเพื่อไทยต้องรีบวางยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี "รับมือ" ฉุกละหุกมากกว่ากัน?

เท่าที่สังเกตดูในรอบสัปดาห์ ผมว่าเรื่อง ว.๕ ชั้น ๗ รัฐบาลเพื่อไทยดูจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น แต่ดูเหมือนเหล่าเสธ.ผู้กำหนดยุทธศาสตร์สู้รบของพรรค เจอเรื่องนี้เข้า "เกาหัวแกรก" แก้เกมการรบในสนามศึก...สบายมาก แต่พอมาเจอการแก้เกมศึกในสนามโรงแรมนี่..จะใช้พิชัยสงครามของซุนวู หรือของซิกมันด์ ฟรอยด์ ดี...พลิกตำราไม่ทัน!?

เท่าที่ติดตามดู เพื่อไทยจะใช้แผน ๓+๑ ในการรุกและรับเรื่อง ว.๕ ชั้น ๗ ของนายกฯ หญิง ขั้นแรก ส่งบรรดาโฆษกชายกระโปรงเรียงหน้า จิก-ตบ-กัด เป็นการตอบโต้ ครั้นฝ่ายตรงข้าม จิก-ตบ-กัด ตอบบ้าง คงจะไปถูกแผลสดเข้าพอดีกระมัง เห็นร้องกันเสียงโหยหวน วิ่งเข้ารั้วบ้าน แล้วหันมาคำราม เดี๋ยวฟ้องนะ!

ก็เป็นแผน ๒ แต่ฝ่ายตรงข้ามไม่กลัวเสียงฮึ่มๆ แฮ่ๆ กลับสวมวิญญาณฉลามได้กลิ่นคาวเลือด ตามบด-ตามขยี้ด้วยตั้งใจโดยสุจริต คราวนี้ดูเหมือนนักรบรอบชายกระโปรงยิ่งลักษณ์จะจนตรอก หรือจนด้วยความจริงก็ไม่ทราบ หันรี-หันขวาง ไม่รู้จะพลิกแพลงกระบวนท่าไหนออกมาต้านรับได้แล้ว ก็ใช้ "ไม้ตาย" สุดท้าย ที่วงการนักสู้ผู้หยิ่งในเกียรติเขาจะไม่ใช้กันเลยในสมรภูมิสู้รบ ด้วยการแหกปากตะโกน....
    รังแกผู้หญิง...
    ไม่ให้เกียรติเพศแม่!?

เอ้า...อย่างนี้ก็ต้อง "ให้เกียรติ" เค้าหน่อย!
ครับ...ในความเห็นผม แบบนี้ไม่เรียกไม้ตาย แต่เขาเรียกกิริยาการแบบนี้ว่า เป็นอาการของคน "จนแต้ม" ท่านเคยเห็นสุนัขกัดกันมั้ย?

ตัวที่จนแต้ม คือกัด-ฟัดกันแล้ว "สู้ไม่ได้" อาการยอมแพ้ของตัวที่สู้ไม่ได้ก็คือ นอนหงายท้อง ยก ๔ ขาตั้งเด่ ปากก็ยังแฮ่..แฮ่ อยู่ตามสันดานสุนัข แต่สลับด้วยเสียง เอ๋ง..เอ๋ง! นั่นแหละที่มาของคำว่า "หมาจนตรอก"!

ก็อย่าถึงขึ้นต้องใช้แผน +๑ อันเป็น "แผนสุดท้าย" เลย ควบคุมการออกอาวุธกันในวงจำกัดแค่นี้เถอะ ขืนไปถึงแผนสุดท้ายของเขาคือ
    สู้ไม่ได้...กูเผา!
    มันจะไปเหมือนฮอนดูรัสเขาตอนนี้ ไม่เอานะ..ไม่เอา!!

ในสังคมนักสู้เกียรติยศ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เข้าสู่ยุทธจักรนักสู้ทางการเมือง ผมก็ศึกษาจาก "นางอินทิรา คานธี" นายกฯ หญิงคนแรกของอินเดีย นางเบนาซีร์ บุตโต นายกฯ หญิงคนแรกของประเทศอิสลาม "ปากีสถาน" นางมาการ์เร็ต แธตเชอร์ นายกฯ หญิงคนแรกของอังกฤษ    กระทั่ง "นายกฯ หญิงคนแรก" ที่โด่งดังด้วยเกียรยศแห่ง "บทบาท-อำนาจ-หน้าที่" ตามตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน นางอังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี "หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก" และ "คุณจูเลีย กิลลาร์ด" นายกฯ หญิงคนแรกของออสเตรเลีย ผู้ยังเป็น "นางสาว" ของแท้

ก็ไม่มีพฤติกรรมให้ปรากฏเลยว่า นักสู้การเมืองหญิงคนไหนในโลก จะยกความเป็น "เพศ" ขึ้นมาเป็น แต้มบวก-แต้มลบ ในการปฏิบัติหน้าที่ ยิ่งโดยเฉพาะเรียกร้อง "สิ่งใด-สิ่งหนึ่ง" เพื่อตัวเอง เพื่อรัฐบาลตัวเอง เพื่อพรรคตัวเอง เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง รวมทั้งโคตรเหง้าศักราชตัวเอง

เป็นพฤติกรรมต่ำทรามเกินไปที่ "หญิงผู้มีกึ๋น" ในความหมายของ Gut จะหยิ่งในเกียรติ เกินกว่าจะลดตัวลงไปแตะต้องวิธีการเช่นนั้น!

เพราะอะไร...ในทันทีที่เข้าสู่การเมือง เขาเข้าใจด้วยแยกแยะได้ชัดเจนถึงความเป็น "ผู้นำทางการเมือง" ผ่านตำแหน่งต่างๆ ของบุคคลนั้น เช่นเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อพูดถึงคำว่าหัวหน้าพรรค หรือคำว่านายกฯ นั่นหมายความว่า สังคมพูดถึง บทบาทตาม "ตำแหน่ง-อำนาจ-หน้าที่" นั้นๆ!

เป็นนักการเมือง คุณสมบัติขั้นต้นก็จบปริญญาตรีกันมาทั้งนั้น ดังนั้น ควรเข้าใจให้ถูกต้อง-ชัดเจน "เพศ" ไม่ใช่เครื่องหมายแบ่งแยก "บทบาท-อำนาจ-หน้าที่" บนความรับผิดชอบในการประกอบกิจการงานตามตำแหน่ง คำว่า "เพศ" เป็นเพียงสมมุติบัญญัติจำแนก (จำแนกคนละความหมายกับแบ่งแยกนะครับ) สัตว์เป็นหมวดหมู่ตามธรรมชาติวิทยาเท่านั้น
    แบบนี้...เป็นปุงลึงค์ คือสัตว์ตัวผู้
    แบบนี้...เป็นอิตถีลึงค์ คือสัตว์เพศหญิง
    และแบบนี้...เป็นนปุงสกลึงค์ คือสัตว์ที่ไม่เป็นทั้งตัวผู้-ตัวเมีย!

เข้าใจกันแล้วใช่ไหม เมื่อเข้าใจ ชาวบ้านเขาสงสัยและถามกันแค่ว่า "นายกรัฐมนตรีไทยหนีประชุมสภาฯ ไป ว.๕ ชั้น ๗ กับนักธุรกิจอหังสาริมทรัพย์ที่ชื่อเศรษฐา ทวีสิน นั้นจริงไหม ด้วยเรื่องอะไร?"

เนี่ย....ก็เท่านี้ เขาถามตาม "บทบาท-อำนาจ-หน้าที่" แล้วมันเกี่ยวกับหมิ่นศักดิ์ศรี "รังแกตัวผู้-ตัวเมีย" ตรงไหน การเมืองไม่ใช่กอล์ฟ ที่มีแฮนดิแคป การยกเรื่องเพศมาใช้เป็นแต้มบวก-แต้มลบในการกระทำตามตำแหน่ง-หน้าที่นั่นแหละ เป็นสิ่งน่ารังเกียจ..คนมีศักดิ์ศรี เขาละอาย แต่คนกาลกิณี ใส่ครกตำสักพันปี ก็บ่มี ซึ่งยางอาย!

ต้องอย่าลืม...สังคมเขาสงสัย และเขาถามกับคนในตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ส่วนคนนั้น...จะเป็นเพศไหน นั่นมันคนละประเด็น (โว้ย)!
    แล้วมันน่าสงสัยมั้ยล่ะ ข่าวที่แพร่ไปทั้งโลกมันเป็นลักษณะนี้......
    Ms.Yingluck said yesterday there was nothing wrong in her visiting the hotel. "It was normal. There was nothing irregular about it," she insisted.
    "As prime minister, I'm free to see anyone," she said. "The hotel is a public place and as a lady, I wouldn't do anything that is disgraceful."
    She also denied an earlier claim by Deputy Prime Minister Chalerm Yubamrung that she went to a meeting on the seventh floor of the hotel.

ผมต้องยกเอาข่าว "บางกอกโพสต์" มาให้ดู เพื่อให้สมกับที่เป็นข่าวดังระดับโลก ยิ่งลักษณ์กลัว...ไม่กล้าชี้แจงหลังเป็นข่าว โยนให้ท่านรองฯ เฉลิมเพื่อนเลิฟผมแจงแทน รองฯ เหลิมก็แจงไปตามจริงที่ทราบว่า
    "นายกฯ ไปที่โรงแรมเป็นการส่วนตัว เมื่อเวลา ๑๔.๐๐ น.ขึ้นไปที่ห้องประชุมเล็ก ชั้น ๗ และกลับออกจากโรงแรมเวลา ๑๕.๓๐ น.ตามที่พนักงานโรงแรมระบุ"!

ส่วนโฆษกรอบชายกระโปรง เลียหาความดี-ความชอบกันสุดฝีลิ้น ไอ้วอกแถลงว่า...นายกฯ เดินทางไปโฟร์ซีซั่นส์ เมื่อ ๘ กุมภาที่ผ่านมาอย่างเปิดเผย เดินทางไปเป็นหมู่คณะ ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างที่มีผู้พยายามโยงให้เป็นประเด็นเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ อีกคนแถลงว่า...ภารกิจ ว.๕ เป็นภารกิจนายกฯ เรื่องดังกล่าวเป็นเวลาราชการจริง ไปโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์จริง แต่ไปภารกิจเพื่อประโยชน์ของคนทั้งประเทศ จะแจ้งสื่อหรือไม่แจ้งสื่อก็ได้ เป็นสิทธิ์ที่ทำได้อยู่แล้ว

แล้วเจ้าตัวคือ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" เมื่อถูกรุกถึงตัวจนปัดไม่หลุด ก็ดิ้นในทางตัน...แล้วดิ้นว่าไง?

ดิ้นไปว่า...."ไม่ได้ไปประชุมหรอก ในฐานะนายกฯ สามารถไปเจอกับใครก็ได้........" อย่างที่บางกอกโพสต์เขาลงเป็นข่าวนั่นแหละ!?

ก็คงหวังใช้ "ลูกนิ่ง" สยบข่าวให้เลือนหายไปเองเหมือนทุกเรื่องที่ผ่านมา แต่การหารือใช้ "พื้นที่รับน้ำ" ขึ้นไปสูงกว่าระดับน้ำทะเลมากถึงชั้น ๗ ขนาดนั้น ประชาชนตามพื้นที่รับน้ำต่ำๆ ไม่จางสงสัยง่ายๆ ดังนั้น นักธุรกิจในเครื่องหมาย? จึงใช้ความเป็น "ลูกผู้ชาย" เผยโฉมออกมาด้วยตัวเขาเอง นายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ "แสนสิริ" ที่กำลังโปรโมตโครงการอยู่เต็มตามหน้าสื่อทั้งหลายนั่นแหละ...เขาออกมารับว่า  "ได้พบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ชั้น ๗ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์จริง แต่เป็นการเข้าพบกันหลายคน เป็นกลุ่ม ๖-๗ คน มีการพูดคุยกันหลายเรื่องหลายประเด็น ทั้งเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง เรื่องเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย การเงิน ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากกว่า"

มาถึงขั้นนี้แล้ว ยิ่งลักษณ์ใช้ "ตำแหน่งนายกฯ" ตอบให้ตรงประเด็นซิจ๊ะ อย่าแหลว่า "ไม่ได้ไปประชุม" อีกนะจ๊ะ และอย่ายกความเป็นเพศหญิง-เพศชายขึ้นมา "กลบประเด็น" ที่สังคมเขารอฟังคำตอบ มันจะเสียศักดิ์ศรีนารีขี่ม้าแดง ๔๙ วันได้เป็นนายกฯ ซะเปล่าๆ.

ขอบคุณ: http://www.thaipost.net/news/200212/52843 เปลว สีเงิน

*********************************************************************

- ว่าจะไม่ต่อเติมเรื่องลับๆล่อๆ..ของนางยกแล้วเชียว..เปิดอ่านเจอ เรื่องเพศ "มันคนละเรื่องเดียวกัน?" ของป๋าเปลว สีเงิน แล้ว..ก็อดที่จะเอาความคิดเห็น มุมมองของสื่อคอลัมน์นิสต์ ที่มองในมุมของหน้าที่ในการตรวจสอบ ผู้นำและรัฐบาลไม่ได้ขึ้นมา เลยขอนำมาฝากกันอีกสักเรื่อง..

ก็ไม่รู้ว่า เราคนไทยจะเครียดน้อยลง หรือเครียดมากขึ้น เนาะ..

นิส.

โดย กนิษฐ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net