วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กระเช้ากับภูกระดึง


                        ภูกระดึง แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเมืองเลย เป็นที่ใฝ่ฝันของนักท่องเที่ยว ที่จะปีนขึ้นไปเที่ยวชม อย่างท้าทายพละกำลัง ของคนวัยหนุ่มวัยสาวให...้ขึ้นไปพิสูจน์ ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่สร้างสรรค์โลกมหัศจรรย์ที่ได้นามว่า ภูกระดึง ไว้ให้มวลมนุษยชาติได้เชยชม และเป็นที่มาของความภูมิใจของชาวเลยโดยรวมที่ได้เป็นเจ้าของภูกระดึง ที่มีเสน่ห์ติดตรึงใจจริงแห่งนี้

                       ภูกระดึง ได้รับการประกาศเป็น อุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 เมื่อ 40 กว่าปีล่วงมาแล้ว มีเนื้อที่ 348.12 ตารางกิโลเมตร ( 217,576 ไร่ ) เป็นพื้นที่ภูเขา 60 ตารางกิโลเมตร ( 37,500 ไร่ ) สูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,200 เมตร จุดสูงสุด อยู่ที่บริเวณดอกเหมย สูง 1,316 เมตร มีระยะทางเดินขึ้น 5 กิโลเมตร มี่แหล่งท่องเที่ยว ที่เป็นผาจุดชมวิวให้เที่ยวชมมากถึง 12 แห่ง มีน้ำตกที่สวยงาม กว่า 10 แห่ง และ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย ที่นักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยี่ยมชม เกิดความประทับใจมิรู้ลืม ปี พ.ศ. 2526 กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอแนวทางการพัฒนา ด้านคมนาคม เสนอให้ใช้ ระบบขนส่งขึ้น - ลง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง โดยใช้ยานพาหนะ เดินทางโดยสายเคเบิล และได้ตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อการศึกษาผลกระทบจากการสร้างกระเช้าไฟฟ้า กลางปี พ.ศ. 2528 คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดเผย ผลการศึกษา และ ประเมินผลกระทบเบื้องต้น ของการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้า ว่า การสร้างกระเช้าลอยฟ้า เป็นแนวทางหนึ่งที่ควรดำเนินการ เพื่ออำนวยความสะดวก และคาดว่า จะเป็นการแก้ไขปัญหา และข้อจำกัดทางด้าน นันทนาการ การท่องเที่ยว และได้สรุปแนวเส้นทางขึ้น – ลง ของกระเช้าไฟฟ้า เป็น 3 แนว คือ

แนวที่ 1. เริ่มจาก หลังสถานีโทรคมนาคม ของทหารอากาศ และสิ้นสุดบริเวณห่างจากเรือนพักรับรอง ของอุทยาน ประมาณ 1 กิโลเมตรไปทางขวามือ ใกล้ที่ทำการ บ้านศรีฐาน

แนวที่ 2. อยู่ในช่วงระหว่าง ผานกแอ่น กับ สถานีโทรคมนาคมทหารอากาศ ไปสิ้นสุดที่แนวเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ในบริเวณพื้นที่ธรรมชาติ ที่ยังไม่มีการพัฒนาใด ๆ

แนวที่ 3. อยู่ในช่วงระหว่างผาหมากดูก กับสถานีโทรคมนาคมทหารอากาศ ไปสิ้นสุดบริเวณ บ้านนาน้อย อำเภอ ภูกระดึง จังหวัดเลย และได้เสนอแนะว่า แนวเส้นทาง ที่เหมาะสมที่สุด คือ แนวทางที่ 1 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการสร้างกระเช้าไฟฟ้า ได้ประชุมกันหลายครั้ง พิจารณาหาข้อดี ข้อเสียและผลกระทบ จาการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง มี ข้อกังขาในใจ ของหลายๆฝ่าย ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งถึงปัจจุบันว่า ทำไม ? ? ขึ้นภูกระดึง ต้องเป็น กระเช้าไฟฟ้า เพราะ นักอนุรักษ์นิยม เห็นว่าเดินขึ้นมันท้าทายดี มันเป็นมนต์ขลัง และเสน่ห์ ของการไปสัมผัส อุทยานแห่งชาติภูกระดึงแห่งนี้มากกว่า แม้กระทั่ง คณะกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ได้พิจารณาเบื้องต้น พบว่า มรดกทางธรรมชาติของประเทศไทย บริเวณอุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีลักษณะเด่นเป็นพิเศษ สมควรได้รับการพิจารณา จัดทำบัญชีรายชื่อไว้ เพื่อดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ และ ประเมินคุณค่าในรายละเอียด สำหรับเสนอ เป็นแหล่งมรดกโลก ทางธรรมชาติต่อไป
เกี่ยวกับเรื่องนี้ คณะอนุกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ที่ศึกษาเรื่อง การสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ครั้งที่ 3 เมื่อ วันที่ 5 สิงหาคม ศกนี้ ที่ห้องประชุมรัฐสภา โดยพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสีย ของการสร้างกระเช้าไฟฟ้า สรุปว่า มีข้อดีมากกว่าข้อเสียหลายอย่าง

ด้านข้อเสีย คือ เป็นการเสี่ยง ต่อการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม นักท่องเที่ยวมากเกินความสามารถ และการรองรับ ขยะจะล้นภูกระดึง ปัจจัยพื้นฐานและน้ำ จะไม่เพียงพอ ด้านข้อดี คือ เปิดโอกาสให้ขึ้นท่องเที่ยวได้ ทุกเพศทุกวัย ลดระยะเวลาในการเดินทาง ทำให้ลดจำนวนพักแรมบนภู นักท่องเที่ยวจะไม่หอบขยะขึ้นไปบนภู เพราะทุกอย่างมีบริการอยู่ข้างบนแล้ว กระบวนการขนขยะลงมา จะง่าย และเร็วกว่า ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของบุคคล ให้เท่าเทียมกัน สร้างรายได้แก่ท้องถิ่น และ ประเทศชาติ ลูกหาบมีทางเลือก เปลี่ยนมาเป็นพนักงานก็ได้ นักท่องเที่ยวมีทางเลือก ผู้ประกอบการร้านค้า มีลูกค้าเพิ่มขึ้น สามารถเฉลี่ย กระจายปริมาณนักท่องเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ ตลอดช่วงที่เปิดอุทยาน การรักษาป้องกัน การบุกรุก ทำลายทรัพยากรธรรมชาติของเจ้าหน้าที่ ทำได้รวดเร็ว อำนวยประโยชน์ด้านบริการสุขภาพ และ ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว สร้างธุรกิจต่อเนื่องและการสร้างงาน สามารถบริหารการท่องเที่ยวแบบมืออาชีพ แบ่งโซนกำหนดกติกา ให้ผู้รับสัมปทานปฏิบัติตาม ที่ ทางราชการต้องการได้

ผู้เขียนคิด ว่า ถ้ามีการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จริง ๆ น่าจะอยู่ที่ การจัดการให้เกิดสมดุล ของการพัฒนา ที่ไม่ควบคู่ไปกับการทำลาย ถ้าทำลาย หรือ มีทรัพยากรธรรมชาติ ที่สูญเสียไป ก็ต้องจัดชดเชย หรือ สร้างทดแทน สิ่งที่ต้องสูญเสียไป สร้างให้เกิดสมดุลให้ได้ระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในเชิงนิเวศ (Ecotourism) เนื่องด้วย ภูกระดึง เป็นแหล่งต้นน้ำลำน้ำพอง และลำธารสายสำคัญหลายสาย เป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์ป่า มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีกระบวนการจัดการ ที่สร้างเสริมจิตสำนึก ของผู้มาเที่ยวชม ให้คำนึงถึงมรดกอันล้ำค่าของโลก ทางด้านธรณีวิทยา ธรรมชาติวิทยา ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ จากการทับถม ของตะกอน ทราย ดิน และ หิน เป็นระยะเวลา กว่า 300 ล้านปี เป็นหมวดชุดหิน ที่หลากหลาย และมีร่องรอยซากดึกดำบรรพ์ (Fossil) อีกด้วย ทำให้ธรรมชาติ ที่สวยงาม อันเป็นมรดกที่ล้ำค่า ยังคงอยู่ กลายเป็นแหล่งที่เกิดคุณค่า ทางด้านเศรษฐกิจ และ สังคม สร้างจิตสำนึกร่วมกัน ในการ อนุรักษ์ ดูแล รักษา และ มีความภูมิใจร่วมกัน ของชุมชนท้องถิ่น ของประชากรในชาติ และ ประชาคมโลกโดยส่วนรวมด้วยนั่นก็คือ การพัฒนา ที่ความคู่ไปกับ การอนุรักษ์ ส่งเสริมความเจริญก้าวหน้า ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม อาจกล่าวได้ว่า เป็นการบริหารจัดการ ที่จัดสรรค์ผลประโยชน์ ระหว่างกลุ่มผู้รักธรรมชาติ และกลุ่มผู้อยากขึ้นไปชมภูกระดึง แต่มีข้อจำกัด ได้อย่างลงตัวที่สุด
   

โดย กวีแสง

 

กลับไปที่ www.oknation.net