วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยว จ. พัทลุง.. วัดถ้ำสุมโน (2) ตอน ชาวพัทลุงน้ำใจงามใครมาถึงเรือนชาน.. ต้องต้อนรับ..




เที่ยว จ. พัทลุง.. วัดถ้ำสุมะโน (2) ตอน ชาวพัทลุงน้ำใจงาม..

ใครมาถึงเรือนชาน.. ต้องต้อนรับ

  

เมื่อฉันกับน้องสาว “ชาวตรังใจกว้าง สร้างแต่ความดี” ข้ามเขาพับผ้ามายัง “เมืองลุง” หมายมุ่งไปร่วมงานบุญทอดผ้าป่าที่วัดถ้ำสุมโน..ไม่โยกโย้เลี้ยวหาที่จอดรถ หัวใจสดชื่นเมื่อเห็นมวลเขาไม้ป่าใบเขียว..ฝ่ายเจ้าบ้าน..หนุ่มเมืองลุงผู้ทำหน้าที่อยู่คนเดียวกระวีกระวาดอำนวยความสะดวกเรื่องจอดรถ เดินมายกมือไหว้ทักทาย หันซ้ายที ขวาที พร้อมกล่าวต้อนรับญาติมิตรทุกท่านที่มา รวมทั้งเราว่า..


 “เชิญไปทานข้าวก่อนนะครับ แล้วค่อยไปทำบุญ โรงทานอยู่ท่าปละขวา (ด้านขวา) เดินตรงไป ..ทำบุญอยู่ท่าปละซ้าย (ด้านซ้าย)”

        ฉันได้ยินดังนั้น ด้วยหัวใจพองโตเปี่ยมสุข ทันทีที่ย่างก้าวแรกมาถึงวัดถ้ำสุมโน หันไปบอกกับน้องว่า..


 “ไปท่าปละนี้ดีหวา ไปหาไอ้ไหร (อะไร) กินก่อน” พูดแล้วเราก็ชวนกันเลี้ยวไปทางขวา เดินสวนกับบรรดาผู้คนญาติโยมที่มาจากหลายจังหวัด สังเกตดูได้ชัดจากป้ายทะเบียนรถ ตรัง กระบี่ พัทลุง สงขลา สตูล...

        ฉันนึกถึงธรรมเนียมต้อนรับแขกของคนไทยแต่โบราณ “ใครมาถึงเรือนชาน ต้องต้อนรับ”..ที่ยังอยู่คู่กับวัฒนธรรมไทย ไม่ว่าแขกที่มาเยือนจะเป็นใคร “เจ้าบ้าน” จะต้องให้การต้อนรับ โดยอาจนำน้ำสักแก้วมาเสริฟให้ดื่มคลายร้อน..คุณเคยทำเช่นนี้หรือเปล่า สมัยเด็กๆ เวลาที่นำน้ำมาเสริฟให้แขกผู้ใหญ่ พ่อแม่ก็จะสอนเราว่า “ให้เสริฟน้ำสองมือ”...หลายท่านอาจไม่รู้จัก หลายท่านอาจลืมไปแล้ว..เสริฟสองมือทำอย่างไรคะ

        การต้อนรับแขกมาบ้าน..อาจเปลี่ยนไปตามกาลยุคสมัย..แต่ก่อน    เสริฟเพียงน้ำสักแก้วก็ชื่นใจ ปัจจุบันอาจเปลี่ยนไปเป็น ชาหรือกาแฟตามธรรมเนียมชาวตะวันตก..

        ทว่า..ในสภาวะเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง..เมื่อก่อนราว 20 ปีที่ผ่านมา บ้านนอกยังดื่มน้ำจากบ่อ จากน้ำฝนได้ บัดนี้..มลภาวะทางอากาศ สารเคมีจากการใช้ปุ๋ยซึมในดิน ทำลายสิ้นแหล่งน้ำสะอาด เราจึงต้องตกเป็นทาสน้ำบรรจุขวดของทุนนิยม โดยเฉพาะสังคมเมืองหลวง “ใครมาถึงเรือนชาน ต้องต้อนรับ” นับวันจะเลือนและจางหายเมื่อน้ำบรรจุขวดต้องซื้อกิน จะดื่มรินสักแก้วคิดถึงเงินที่จ่าย เมื่อก่อนกินอาหารนอกบ้านแถมน้ำดื่ม เดี๋ยวนี้คิดเงินค่าน้ำด้วย


        เราเดินตามคำเชื้อเชิญของ “หนุ่มเมืองลุง” เจ้าของบ้าน..บริเวณทางเดินผ่านลำธารที่ร่มรื่นด้วยไม้นานาพันธุ์ เราได้ยินเสียงน้ำตกตรงสะพาน เท้าที่เหยียบย่างไปบนพื้นดินทรายสีขาว...นำพาเราไปยังโรงทาน


กราบไหว้เจ้าที่เจ้าบ้าน..ปู่ทวด..ย่าทวด..ก่อน


 เราไปดูกันสิคะว่า...ที่โรงทานมีอะไรบ้าง..


        หม้อใหญ่..ขนมจีนเป็นกะละมัง


น้ำยาปักษ์ใต้ บ้านเรา ดูกันชัดๆ


โอ้..หม้อใหญ่ เหลือแค่นี้แล้ว..เนื้อปลาทูล้วน ฉันกินแกงพุงปลานิ


หรือจะกินหมี่..ดีน้อ


ก๋วยจั๊บ..ก็มี


หรือจะกินข้าว..แกงคั่วกลิ้ง


ของหวาน..บัวลอยเผือก..กับขนมปังสังขยาใบเตย..ที่แปลกใจมาก ที่นี่ ไม่มีแมลงวัน สักตัวเดียว..สุดยอด


ทานไหมคะ..เลือกกะละมังใส่..กินเอง ล้างเองนะคะ


กินขนมจีนพุงปลา..ตามด้วยบัวลอยเผือก..โอ้ อร่อยมากๆ หอมเผือก


กินเสร็จ ..ตาลาย..ทำไมกล้วยเถื่อนต้นนี้ ออกลูกขึ้นเสียดฟ้า


โดนใจ..ใครหลายคน


นี่แหละ..ถูกใจ..เหมือนปล่อยลิงเข้าป่า 


สนุกมากที่ได้เดินสะพานไม้



เหมือนลิงได้เข้าป่า..คนที่กินก็กินไป..พวกเรารักป่าทุกคน


นั่นน้ำ..นี่เถาวัลย์ ..โดนใจ


เถาวัลย์ใหญ่..น่านั่ง ทันใด แต่ไม่วางชามขนม


นั่งแล้ว..สบายใจ


เห็นแล้ว..อดใจไม่ไหว ร่มก็ไม่ต้องวาง


คำว่าให้..ไม่สิ้นสุด


โอ้โห..เถาวัลย์ใหญ่ ตื่นตา ..ลูกทาร์ซานอย่างเราๆ


บอนภูเขาใหญ่มากๆ


เดินเหนื่อย..พักกินไอติมก่อน เพิ่งพลัง


ชมน้ำตก..


แปลกใจ..ทำไมลูกพร้าวแห้ง โดนน้ำตกไหลชะ..ไม่ลอยไปไหน


นั่งดูปลา..ช่างมีความสุข..ขอกินก่อนนะครับ


ขอชื่นชมบรรยากาศ..กินไอติม นั่งพักสักครู่..เดี๋ยวไปเที่ยวกันต่อ กับพวกเรา เอ็นทรีหน้านะคะ..ตอนเข้าถ้ำ


โดย Chaoying

 

กลับไปที่ www.oknation.net