วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ภาษีกับผลตอบแทนจากการลงทุน


สวัสดีครับ 

       ในที่สุดเราก็เข้าสู่เดือนสุดท้ายของช่วงยื่นแบบภาษีกันแล้วนะครับ สำหรับตลอดเดือนมีนาคมนี้ ผมก็ยังจะหยิบเอาสาระดีๆ เกี่ยวกับภาษีมาฝากกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกคนที่จะนำไปปรับใช้ในการกรอกและยื่น ภ.ง.ด. กันครับ หรือจะนำไปต่อยอดกับการวางแผนภาษีก็ดีครับ และเรื่องที่ผมนำมาบอกเล่ากันในวันนี้คือเรื่องของภาษีกับผลตอบแทนจากการลงทุนครับ 

       ถ้าพูดถึงการลงทุน ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่คงให้ความสำคัญกับ “ผลตอบแทน” กันเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนจากการลงทุนนั้นมีทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีและแบบที่ปลอดภาษี ดังนั้นเราจึงควรศึกษาประเภทของผลตอบแทนจากการลงทุนให้ดี เพื่อให้เราสามารถเลือกลงทุนได้อย่างคุ้มค่าครับ

เรามาเริ่มกันจากผลตอบแทนจากการลงทุนประเภทที่ปลอดภาษีกันครับ

       1.ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ปลอดภาษีหากเป็นเงินไม่เกิน 20,000 บาท/ปีครับ
       2.ดอกเบี้ยเงินฝากประจำรายเดือนแบบปลอดภาษี ซึ่งโดยทั่วไปจะมีกำหนดฝากเป็นเวลา 2 หรือ 3 ปี โดยที่ยอดรวมฝากต้องไม่เกิน 600,000 บาท
       3.กำไรจากมูลค่าหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้นของกองทุนรวมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ตราสารหนี้ กองทุนหุ้น กองทุนทองคำ ฯลฯ ก็ปลอดภาษีครับ แต่ถ้าหากเป็นการขาย LTF/RMF ที่ผิดเงื่อนไขของสรรพากร เราต้องนำกำไรมาคำนวณในการยื่นแบบภาษีของปีที่ขายครับ
       4.ดอกเบี้ยเงินฝากของผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งปกติแล้วผู้ที่อายุ 65 ปีขึ่นไป จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ทุกประเภท รวมถึงภาษีดอกเบี้ยเงินฝากด้วยครับ ซึ่งได้รับยกเว้นเป็นเงินไม่เกิน 190,000 บาทครับ
       5.กำไรจากการซื้อขายหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์
       6.ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่ได้รับจากสหกรณ์

ต่อไป เรามาดูผลตอบแทนจากการลงทุนที่ต้องเสียภาษีกันบ้างนะครับ

       <1ใดอกเบี้ยเงินฝากประจำ โดยเสียภาษี 15%>
       <2.ดอกเบี้ยพันธบัตรและหุ้นกู้ โดยเสียภาษี 15%>
       <3.เงินปันผลของหุ้นสามัญ โดยเสียภาษี 10%>
       <4.เงินปันผลของกองทุน โดยเสียภาษี 10%>

       สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ พันธบัตร หุ้นกู้ และเงินปันผลของหุ้นสามัญ โดยปกติแล้วเราจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ทั้งนี้ หากเรามีฐานภาษีที่ต่ำกว่าอัตราภาษี ขอแนะนำให้นำรายได้เหล่านี้กลับมารวมคำนวณเป็นเงินได้หมวด 40(4) เพื่อเสียภาษีตามฐานภาษีจริง และเพื่อความเข้าใจนะครับ ผมมีตัวอย่างมาให้ดูกันครับ

       นาย ก ซึ่งปัจจุบันเกษียณแล้ว มีเงินได้จากดอกเบี้ยเงินฝากประจำ (จากทุกธนาคาร) และพันธบัตรรัฐบาลปีละ 150,000 บาท หากนาย ก ไม่ยื่นภาษี ดอกเบี้ยเงินฝากประจำและพันธบัตรฯ จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นเงิน 22,500 บาท แต่หากนาย ก นำรายได้ดังกล่าวไปยื่นภาษี นาย ก จะไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจากมีรายได้ไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี ซึ่งในกรณีนี้ นาย ก จะได้รับเงินคืน 22,500 บาท

       ส่วนเงินปันผลของกองทุนถือว่าเป็นรายได้ประเภท 40(8) โดยที่เราสามารถเลือกได้ตอนเปิดบัญชีกองทุนว่าต้องการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือนำไปคำนวณในการยื่นภาษี ในกรณีนี้ หากใครเป็นพนักงานประจำ ขอแนะนำให้เลือกหักภาษี ณ ที่จ่ายครับ แต่ถ้าใครที่รายได้ต่อปีไม่ถึง 150,000 ก็อย่าลืมนำเงินปันผลมาคำนวณเป็นรายได้แล้วยื่นแบบภาษีด้วยนะครับ เราจะได้ส่วนที่หัก ณ ที่จ่ายไปกลับคืนมาครับ ทั้งนี้อยากขอย้ำว่า อย่าลืมขอหลักฐานแสดงรายได้จากดอกเบี้ยและเงินปันผลจากบริษัทที่จ่ายดอกเบี้ยและเงินปันผลให้เราด้วยนะครับ เผื่อไว้ว่ากรมสรรพากรจะขอเรียกดูครับ

       และนี่ก็คือภาษีกับผลการตอบแทนที่นำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนวางแผนการเงินการลงทุนได้นะครับ สำหรับใครที่มีข้อสงสัยเรื่องการวางแผนการเงิน สามารถส่งอีเมล์มาคุยกับกูรูของ K-WePlan ได้ฟรีครับที่ k-weplan@kasikornbank.com หรือเข้าไปอ่านสาระดีๆ ได้ที่ http://www.k-weplan.com  ครับ


Credit: ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.earningdiary.com


โดย WePlanMoneyBuddy

 

กลับไปที่ www.oknation.net