วันที่ อังคาร มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับกองทุนรวมเพื่อประหยัดภาษี (ตอนที่ 1)


สวัสดีครับ 

        สำหรับคนที่สนใจเรื่องการเงินการลงทุน ก็คงพอจะทราบกันอยู่นะครับว่าการลงทุนในกองทุนรวมต่างๆ นั้น สามารถช่วยเราลดหย่อยภาษีได้ส่วนหนึ่ง และวันนี้ผมก็หยิบยกเรื่องที่เรามักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในกองทุนต่างๆ มาฝากเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อผลประโยชน์ของผู้อ่านทุกคนครับ เรื่องที่ว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ

1.เข้าใจผิดว่าสามารถซื้อ RMF และ LTF ได้ปีละไม่เกิน 700,000 บาท

        ในปี 2551 ได้เคยมีการขยายเพดานเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี โดยให้สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของรายได้รวม แต่ต้องไม่เกิน 700,000 บาท ซึ่งเงื่อนไขพิเศษนี้จำกัดเฉพาะการลงทุนในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2551 เท่านั้น หลังจากนั้นก็กลับไปที่เพดาน 15% แต่ไม่เกิน 500,000 บาทเช่นเดิม และคงเงื่อนไขนี้ไว้จนปัจจุบันครับ
ในจุดนี้ต้องระวังกันให้ดีนะครับ เพราะหากใครยังเข้าใจว่าสามารถลงทุนได้ถึงปีละ 700,000 บาทและเผลอลงทุนไปตามนั้น นอกจากจะไม่สามารถนำเงินส่วนที่เกิน 500,000 ไปลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังต้องนำกำไรที่ได้จากการลงทุนส่วนเกินนั้นไปรวมคำนวณรายได้อีกด้วยครับ เรียกว่านอกจากจะลดหย่อนไม่ได้แล้ว ยังจะเสียภาษีอีกต่างหากครับ
 
  สรุปนะครับ เพดานเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษีแบ่งได้เป็น

• RMF หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ลงทุนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ และเมื่อรวมกับเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเน็จบำนาญ และประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาทครับ
• LTF หรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ลงทุนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้รวม สูงสูดไม่เกิน 500,000 บาท
• อย่าลงทุนเกิน 500,000 นะครับ

2.เข้าใจผิดว่าถ้าเลือกลงทุนใน RMF และ LTF กองไหนแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

        ที่จริงแล้ว หากเราพบว่าเราได้เลือกกองทุนที่ไม่เหมาะกับความเสี่ยงของตัวเอง ก็สามารถติดต่อบริษัทหรือตัวแทนจำหน่ายกองทุนเพื่อสับเปลี่ยนกองทุนไปเป็นกองทุนอื่นได้หรือที่เรียกกันว่า Switch นั่นเองครับ แต่จะเปลี่ยนได้ภายใต้กองทุนประเภทเดียวกันนะครับ เช่น เปลี่ยนจาก RMF กองหนึ่งไปเป็น RMF อีกกองหนึ่ง โดยจะเปลี่ยนไปเป็น LTF หรือกองทุนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ RMF ไม่ได้ครับ

        นอกจากนี้ ในปัจจุบันบริษัทจัดการต่างๆ ก็แข่งขันกันสูงและมีความยืดหยุ่นกันมากขึ้นครับ เราสามารถที่จะเปลี่ยนกองทุนได้ตลอดปีเลยครับ แค่ติดต่อบริษัทหรือตัวแทนได้ทุกวันทำการเลยครับ

        สรุปครับ เราสามารถสับเปลี่ยนกองทุนได้ โดยที่ต้องเป็นกองทุนประเภทเดียวกันเท่านั้น และสามารถเปลี่ยนได้ทุกวันทำการครับ

3.เข้าใจผิดว่าหากลงทุนกับที่ไหนแล้ว จะไม่สามารถย้ายทุนก้อนนั้นไปบริษัทอื่นได้

        ประเด็นนี้ก็นับเป็นประเด็นเข้าใจผิดยอดฮิตประเด็นหนึ่งเลยละครับ นั่นคือหลายคนเข้าใจว่าหากลงทุนกับที่ไหนแล้ว ต้องถือครองไว้จนครบกำหนดตามเงื่อนไขของสรรพากร แต่ที่จริงแล้วเราสามารถย้ายกองทุนของเราไปยังบริษัทจัดการอื่นได้ครับ ซึ่งการย้ายนั้นจะมีค่าใช้จ่ายในการโอนย้ายข้ามบริษัทจัดการครับ โดยส่วนใหญ่แล้วทางบริษัทต้นทางจะเป็นผู้คิดค่าธรรมเนียมการโอนย้าย ซึ่งแต่ละที่ก็มีอัตราค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไปครับ รวมทั้งมีกำหนดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำในการโอนด้วย อย่างไรก็ตาม การโอนก็ต้องเป็นการโอนในกองทุนประเภทเดียวกันอยู่นะครับ

        สรุปคือ เราสามารถโอนกองทุนข้ามบริษัทจัดการได้ครับ แต่จะมีค่าธรรมเนียมการโอน และการโอนนั้น ต้องโดนภายในกองทุนประเภทเดียวกันเท่านั้นครับ

        เอาละ วันนี้เราได้ไขข้อเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีไปแล้ว 3 ข้อด้วยกัน แต่ยังไม่หมดนะครับ ยังมีอีก 2 ข้อ ซึ่งผมขอยกไปไว้ในตอนที่ 2 ซึ่งจะนำมาฝากกันในวันพุธหน้าครับ

         หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นการลงทุนในกองทุนต่างๆ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษี ก็สามารถส่งอีเมล์มาปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญของ K-WePlan ได้ครับที่ 
k-weplan@kasikornbank.com  หรือสามารถไปอ่านสาระดีๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินได้ที่เวปไซต์ http://www.k-weplan.com  ได้เลยครับ

Credit: ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.assetfund.co.th ครับ

 

โดย WePlanMoneyBuddy

 

กลับไปที่ www.oknation.net