วันที่ จันทร์ มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ RMF


 

 

สวัสดีครับ 

       ถ้าพูดถึงกองทุนรวมเพื่อประหยัดภาษี แน่นอนว่าก็คงจะคิดถึง LTF และ RMF กันอย่างแน่นอน แต่เชื่อได้ว่าคนคงจะสนใจ LTF มากกว่า RMF เพราะรู้สึกว่า RMF มีเงื่อนไขที่ยุ่งยากเพราะต้องถือไปจนถึงอายุ 55 ปี แต่จริงๆ แล้ว RMF ก็มีจุดที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยนะครับ

       RMF หรือกองทุนรวมเพื่อนการเลี้ยงชีพ เน้นให้คนออมเงินระยะยาวเพื่อเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างวินัยการออมโดยเป็นการสะสมเงินเป็นประจำทุกปีในช่วงที่ทำงานมีรายได้ ซึ่งหลายคนมองว่าไม่เหมาะสมกับตนเองและคิดว่าเป็นการลงทุนที่มีไว้ให้ผู้ใกล้เกษียณเท่านั้น แต่ “5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ RMF” จะช่วยทำให้เข้าใจว่าจริงๆ แล้ว RMF ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยละครับ

1.ยกเว้นการลงทุนได้ปีเว้นปี RMF เป็นการลงทุนระยะยาวที่ไม่ได้เป็นภาระที่เราจะต้องมากังวลว่าจะสามารถซื้อและถือหน่วยลงทุนไปได้ตลอดจนอายุ 55 หรือไม่ เพราะว่าเราสามารถเว้นการลงทุนได้แบบ “ปีเว้นปี” ครับ โดยปีการลงทุนจะนับเฉพาะปีที่มีการซื้อหน่วยลงทุนเท่านั้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับปีการถือครองครับ นอกจากนี้ยังมีกำหนดยอดการลงทุนขั้นต่ำที่ไม่สูง นั่นคือเพียง 3% ของเงินได้ต่อปี หรือ 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่ายอดไหนจะต่ำกว่าครับ

       ทั้งนี้มีเงื่อนไขที่ต้องระวังอยู่แค่ว่าการลงทุน RMF นั้นจะนำมาลดหย่อนภาษีได้ก็ต่อเมื่อถือครองจนอายุ 55 ปี และต้องมีอายุการลงทุนขั้นต่ำ 5 ปีครับ

2.รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ 2 ส่วน นั่นคือ เงินลงทุนสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้ทั้งปี และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเน็จบำนาญ และประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท อีกส่วนหนึ่งคือ เมื่อเมื่อครบเงื่อนไขอายุ 55 ปีและลงทุนครบ 5 ปีแล้ว เราสามารถขายได้โดยที่กำไรจากการขายไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีครับ

       ในส่วนนี้มีข้อพึงระวังอยู่ตรงที่ หากลงทุนเกินสิทธิ (500,000 บาท) กำไรที่ได้จากส่วนที่ลงทุนเกินนั้ต้องนำมาคำนวณภาษีครับ

3.มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย นั่นคือมีกองทุนที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ต่ำไปถึงสูงให้ได้เลือกลงทุนกันตามความเหมาะสมของแต่ละคน เช่น

• วัยเริ่มทำงาน ซึ่งรับความเสี่ยงได้สูง เหมาะกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้น ทองคำ เป็นต้น
• วัยกลางคน ซึ่งรับความเสี่ยงได้ปานกลาง เหมาะกับการลงทุนผสมในตราสารหนี้และตราสารทุน
• วันก่อนเกษียณ ซึ่งรับความเสี่ยงได้ต่ำ เหมาะกับการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ เงินฝาก ฯลฯ

       ทั้งนี้การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงก็มีกจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำนะครับ แต่เราก็ควรพึงระวังความเสี่ยงเอาไว้ โดยดูจากสภาพคล่องและกำลังทางการเงินของตัวเราเองนะครับ

4.ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล เนื่องจาก RMF เป็นกองทุนที่เน้นการออมไว้ใช้ในยามเกษียณอย่างแท้จริง จึงไม่มีการจ่ายเงินปันผล ทำให้เราไม่มีภาระภาษีในส่วนของเงินปันผลครับ

5.สามารถสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน RMF ที่ถือครองอยู่ได้ ซึ่งมีข้อดีตรงที่ตราสารประเภทต่างๆ ผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจ ไม่มีตราสารตัวไหนที่ให้ผลตอบแทนดีเสมอไป ดังนั้นการสับเปลี่ยนกองทุนจึงเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้เราสามารถบริหารความเสี่ยงได้ในทุกช่วงของสภาวะเศรษฐกิจ

       ยกตัวอย่างเช่น ในปี 53 เราลงทุน RMF ที่เน้นการลงทุนในหุ้น ต่อมา ในปี 54 เราย้ายหน่วยลงทุนไปยัง RMF ที่เน้นการลงทุนในตราสารหนี้ ทั้งนี้สิ่งที่พึงระวังคือ หน่วยลงทุนที่เราสับเปลี่ยนนั้นจะไม่ถือว่าเป็นการลงทุนใหม่ จึงไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีในปีนั้นได้

       จะเห็นได้ว่า RMF เป็นการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูงนะครับ นับว่าเป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจทีเดียว ทั้งช่วยลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังเป็นการออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณอีกด้วย ทั้งนี้หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ RMF หรือการลงทุนประเภทต่างๆ สามารถส่งอีเมล์มาปรึกษากับกูรูการวางแผนการเงินของ K-WePlan ได้ที่  k-weplan@kasikornbank.com   หรือเข้าไปอ่านสาระดีๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงินได้ที่ http://www.k-weplan.com ครับ

Credit: ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.4ingrid.com ครับ

โดย WePlanMoneyBuddy

 

กลับไปที่ www.oknation.net