วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ประกอบการ SMEs (ตอนที่ 2)



สวัสดีครับ 


จากเมื่อวันก่อนเราได้รู้กันแล้วนะครับว่า ผู้ประกอบการ SMEs หมายถึงใคร และมีเกณฑ์อย่างไรถึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี นอกจากนี้เรายังพูดถึงสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ในส่วนของภาษีที่จะคิดในอัตราพิเศษกันอีกด้วย และวันนี้เราจะมาต่อกันกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกข้อหนึ่ง นั่นก็คือ การคิดค่าเสื่อมราคาในอัตราที่สูงขึ้นกว่าปกติในปีแรก ครับ

ตั้งแต่ 2548 เป็นต้นมา ผู้ประกอบการ SMEs ที่ชำระทุนจดทะเบียนแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทจะได้รับสิทธิในการคิดค่าเสื่อมราคาในปีแรกในอัตราที่สูงกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการหักเป็นค่าใช้จ่ายในปีแรกมากขึ้น ทำให้ฐานกำไรสำหรับคำนวณภาษีลดลง ผลต่อเนื่องก็คือผู้ประกอบการจะมีเงินสดในมือไว้ใช้หมุนเวียนในกิจการได้มากขึ้นในปีแรก ทำให้มีโอกาสอยู่รอดในตลาดมากขึ้นนั่นเองครับ โดยผู้ประกอบการ SMEs มีสิทธิเลือกหักค่าเสื่อมราคาด้วยวิธีการใหม่ตามสินทรัพย์แต่ละประเภทดังนี้

  1. อาคารโรงงาน – ให้หักค่าเสื่อมราคาวันแรกได้ 25% ส่วนอีก 75% ให้แบ่งหักปีละ 3.75% เป็นเวลา 20 ปี ดังนั้นปีแรกจะหักค่าเสื่อมราคาได้ 25% + 3.75% = 28.75%

  2. เครื่องจักร – ให้หักค่าเสื่อมราคาวันแรกได้ 40% ส่วนอีก 60% ให้แบ่งหักปีละ 12% เป็นเวลา 5 ปี ดังนั้นปีแรกจะหักค่าเสื่อมราคาได้ 40% + 12% = 52%

  3. คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ (ไม่รวมซอฟท์แวร์) - ให้หักค่าเสื่อมราคาวันแรกได้ 40% ส่วนอีก 60% ให้แบ่งหักปีละ 20% เป็นเวลา 3 ปี ดังนั้นปีแรกจะหักค่าเสื่อมราคาได้ 40% + 20% = 60%

จะเห็นได้ว่าวิธีการคิดค่าเสื่อมราคาแบบใหม่ ช่วยให้ผู้ประกอบการที่เพิ่งจะเริ่มกิจการมีโอกาสอยู่รอดและเติบโตในตลาดได้มากขึ้นกว่าวิธีการคิดค่าเสื่อมแบบเดิมที่คิดค่าเสื่อมแบบเส้นตรง นั่นคือ หักค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ทุกประเภทในอัตราเท่าๆ กันทุกปี โดยหักปีละ 5% เป็นเวลา 20 ปี ครับ

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาดูตัวอย่างบริษัท A กันครับ

งบกำไร-ขาดทุน                 วิธีเก่า (ก่อน 2548)           วิธีใหม่ (2548 เป็นต้นมา) 

- กำไรก่อนหักค่าเสื่อม           900,000                            900,000 

- หัก ค่าเสื่อมราคา               (200,000)                         (600,000) 

- กำไรสุทธิก่อนหักภาษี          700,000                            300,000 

- หัก ภาษีนิติบุคคล SMEs (ฐาน 15% = 82,500)         (ฐาน 15% = 22,500)

- กำไรสุทธิหลังหักภาษี           617,500                            277,500 

งบกระแสเงินสด 

- บวก ค่าเสื่อมราคา*              200,000                            600,000 

- กระแสเงินสด                     817,500                                877,500 

*เราแสดงยอดค่าเสื่อมเพื่อหักยอดคำนวณภาษี แต่ไม่ได้จ่ายจริง จึงทำมีเงินเหลือในมือมากขึ้น 

 

จากตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าการคิดค่าเสื่อมราคาแบบใหม่จะทำให้ผู้ประกอบการมีเงินหมุนเวียนมากกว่าการคิดค่าเสื่อมแบบเก่านะครับ แต่ก็ต้องขอย้ำไว้สักนิดว่าในช่วงปีหลังๆ การคิดค่าเสื่อมราคาแบบใหม่จะทำให้หักค่าใช้จ่ายได้น้อยกว่าวิธีเก่า เพราะว่าเราได้หักไปเยอะแล้วในช่วงปีแรกนะครับ ในจุดนี้ก็เป็นเพราะว่าภาครัฐนั้นเห็นว่าสภาพคล่องคือสิ่งที่เป็นหัวใจของการอยู่รอดของธุรกิจ SMEs โดยเฉพาะในปีแรก แต่หลังจากผ่านพ้นปีแรกไปแล้วผู้ประกอบการก็จะมีความชำนาญมากขึ้น สามารถบริหารสภาพคล่องได้ดีขึ้น ดังนั้นก็ต้องพึงพาสิทธิประโยชน์ลดน้อยลงตามไปด้วยครับ

และนี่ก็คือสิทธิประโยชน์ดีๆ ที่มีให้ผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะนะครับ ผมก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่เพิ่งเริ่มธุรกิจส่วนตัวหรือกำลังต้องการเปิดธุรกิจส่วนตัวนะครับ ทั้งนี้หากใครต้องการคำปรึกษาทางด้านการวางแผนการเงินในการทำธุรกิจ สามารถส่งอีเมล์มาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการวางแผนการเงินของ K-WePlan ได้ฟรีที่ k-weplan@kasikornbank.com หรือเข้าไปอ่านสาระดีๆ เรื่องการเงินได้ที่ www.k-weplan.com ครับ

ก่อนจากกันในวันนี้ ผมขอชวนคนที่กำลังเตรียมตัวยื่น ภ.ง.ด. 90/91 ให้ไปลองใช้ Tax Buddy โปรแกรมช่วยกรอกภาษี ที่คิดค้นโดยทีมงานของ K-WePlan ซึ่งโปรแกรมนี้จะช่วยให้การกรอกภาษีเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อน พร้อมช่วยตรวจสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ด้วยนะครับ ไปโหลดใช้ฟรีๆ กันได้ที่ www.k-weplan.com ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ศกนี้ เลยครับ

Credit: ขอบคุณภาพประกอบจาก www.runningasmallbusinessinc.com ครับ  

 

โดย WePlanMoneyBuddy

 

กลับไปที่ www.oknation.net