วันที่ อังคาร มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การลวงโลกของมนุษย์พิลท์ดาวน์


การลวงโลกของมนุษย์พิลท์ดาวน์

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

ภาพหัวกระโหลกมนุษย์พิลท์ดาวน์
มนุษย์และสัตว์ต่างมีสมองเหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ก็คือ มนุษย์มีสติปัญญาที่เป็นพลังของสมองในขณะที่สมองของสัตว์ไม่มีพลังสติปัญญา

เพราะสติปัญญานี่เองที่ทำให้มนุษย์ตั้งคำถามกันมานานแล้วว่า มนุษย์มีต้นกำเนิดมาจากไหน? มนุษย์มายังโลกนี้ได้อย่างไร? มนุษย์มีสถานภาพอะไรในโลกนี้? และคำถามอื่นๆในทำนองนี้อีกมากมาย

แต่คำถามประเภทนี้เกิดขึ้นน้อยนักในสมองของผู้นับถือศาสนาที่มาจากพระเจ้า เช่น ศาสนายูดาย ศาสนาคริสต์และอิสลาม เพราะคำสอนของศาสนาเหล่านี้ให้คำตอบตรงกันว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาและพระองค์ทรงส่งมนุษย์มายังโลกนี้เพื่อรับใช้พระองค์ หลังจากตาย มนุษย์จะต้องกลับไปตอบพระองค์ว่าตัวเองทำอะไรไว้ในขณะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้

โลกของผู้ศรัทธาในพระเจ้าจึงไม่เสียเวลาไปกับการค้นหาหลักฐานมาแย้งกับความจริงดังกล่าวข้างต้น

แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุควิทยาศาสตร์ที่มนุษย์หันหลังให้คำสอนของศาสนาและหันมานับถือวิทยาศาสตร์แทน นักวิทยาศาสตร์ที่คนยุคใหม่นับถือเหมือนศาสดาพยายามจะหาทางลบล้างคำสอนของศาสนาด้วยการสันนิษฐานว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากลิง

ภาพหนังสือเรื่อง “The Origin of Species”

ภาพชาล์ ดาร์วิน

การสันนิษฐานนี้ได้กลายเป็นทฤษฎีวิวัฒนาการขึ้นมาเมื่อชาร์ลส ดาร์วิน เขียนหนังสือเรื่อง “The Origin of Species” (ต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์) ออกมาหลังจากที่เขาสู้อุตส่าห์เดินทางไกลและใช้เวลายาวนานเพื่อหาคำตอบเรื่องที่มาของมนุษย์ หลังจากนั้นทฤษฎีของเขาได้ถูกนำไปเผยแพร่และสอนในสถาบันการศึกษาต่างๆทั่วโลก

แม้ทฤษฎีของเขามีคนสนับสนุนมากมายจนถึงกับมีการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกนับร้อยฉบับ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานมาสนับสนุนว่าเป็นความจริง ข้อโต้แย้งสำคัญต่อทฤษฎีของเขาคือ ถ้าหากว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากลิง อย่างน้อยที่สุดจะต้องมีซากโครงกระดูกที่เป็นช่วงต่อระหว่างลิงกับมนุษย์เป็นหลักฐาน

เพื่อที่จะตอบคำถามที่ท้าทายนี้ หลักฐานเท็จเรื่องการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์พิลท์ดาวน์จึงถูกสร้างขึ้น

ใน ค.ศ. 1912 มีการพบหัวกะโหลกมนุษย์ที่มีกรามเหมือนกรามของลิงขนาดใหญ่ที่เมืองพิลท์ดาวน์ในอังกฤษ โดยนักสะสมของเก่าคนหนึ่งชื่อชาร์ลส์ ดอว์สัน หลังจากนั้นข่าวการค้นพบของเขาก็แพร่ออกไปทั่วโลกว่าหัวกะโหลกนั้นเป็น “ช่วงต่อระหว่างลิงกับมนุษย์” และเป็น “ชาวอังกฤษยุคแรกที่สุด”

ภาพพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติอังกฤษ

ต่อมาหัวกะโหลกมนุษย์พิลท์ดาวน์ได้ถูกนำไปตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติของอังกฤษเพื่อแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของมนุษย์จนกระทั่ง ค.ศ. 1953

กะโหลกมนุษย์พิลท์ดาวน์นี้สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ทฤษฎีวิวัฒนาการเป็นอย่างมาก แต่ทฤษฎีของชาร์ลส ดาร์วิน ไม่เพียงแต่พูดถึงวิวัฒนาการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มันยังพูดถึงการคัดเลือกตามธรรมชาติที่ผู้แข็งแรงกว่าเท่านั้นที่อยู่รอดด้วย เมื่อทฤษฎีของเขาถูกนำมาใช้ในทางธุรกิจโดยเฉพาะในระบบทุนนิยม มันส่งเสริมคนให้สร้างธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อทำลายธุรกิจที่เล็กกว่าและอ่อนแอกว่า เมื่อถูกนำมาใช้ในการเมือง มันส่งเสริมให้รัฐบาลสร้างอำนาจบาตร ใหญ่เพื่อทำลายชาติเล็กที่อ่อนแอกว่า และทำให้มนุษย์มองเห็นว่าการที่ผู้อ่อนแอถูกรังแกจนล้มหายตายจากไปนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ความเท็จไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ตลอดไปเหมือนความจริง เมื่อวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้า ประดิษฐกรรมและการค้นพบทางวิทยาศาสตร์นั่นเองที่พิสูจน์ว่า กะโหลกมนุษย์พิลท์ดาวน์เป็นหลักฐานเท็จที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยการเอาหัวกะโหลกของมนุษย์กับกรามของลิงอุรังอุตังมาประกอบเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน

การพิสูจน์ด้วยวิธีการที่เรียกว่า “ฟลูออไรด์เทสต์” ทำให้นักวิทยาศาสตร์พบว่า ความสามารถในการดูดซึมน้ำยาของกะโหลกส่วนบนกับกระดูกกรามมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด นักวิทยาศาสตร์จึงยืนยันว่ากะโหลกส่วนบนและกระดูกกรามส่วนล่างเป็นของสิ่งมีชีวิตคนละเผ่าพันธุ์กัน

เท่านั้นเองพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติของอังกฤษจึงหน้าแตกและต้องยกเอากะโหลกมนุษย์พิลท์ดาวน์ออกไปจากที่ตั้งแสดงอย่างฉับพลันทันที

หลังจากสอบสวนหาต้นตอผู้สร้างเรื่องเท็จนี้ขึ้นมาเป็นเวลา 40 ปี เจ้าหน้าที่สอบสวนพบว่า เรื่องกะโหลกมนุษย์พิลท์ดาวน์นี้เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ภายในพิพิธภัณฑ์คนหนึ่งซึ่งไม่พอใจเพื่อนร่วมงานด้วยกัน จึงสร้างเรื่องเท็จขึ้นมาเพื่อกลั่นแกล้ง แต่เมื่อพบความจริง พิพิธภัณฑ์ก็ไม่สามารถเอาผิดใครได้ เพราะผู้เป็นสาเหตุของเรื่องได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว จะขุดเอาหัวกะโหลกของคนต้นเหตุมาตั้งแทนก็จะเป็นการประจานพิพิธภัณฑ์ไปเสียเอง

ปัจจุบันการสร้างเรื่องเท็จลวงโลกเช่นนี้ยังมีอยู่ในรูปแบบต่างๆเพื่อนำมาใช้เป็นเหตุผลทางการเมือง เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวหกล้านคนโดยฮิตเลอร์ การสะสมอาวุธทำลายร้ายแรงของซัดดัม ฮุสเซน การถล่มตึกเวิลด์เทรดของกลุ่มอัลกออิด๊ะฮฺ การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน เป็นต้น

โดย โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม

 

กลับไปที่ www.oknation.net