วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิทรรศการศิลปะสื่อผสม วิถีชีวีตชายแดนใต้ "อัซซาลามูอาลัยกุม ขอความสันติสุขจงเกิดแก่ท่าน"


ออกจากนิทรรศการ ของคน OK Nation ที่จัดแสดงอยู่ที่หอศิลป์จามจุรี อยู่จนถึงวันที่ ๒๙ มีนาคมที่จะถึงนี้ เหลือบมองไปเห็นอีกงานหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน และจัดแสดงงานศิลปะชายแดนใต้อยู่จนถึงวันเดียวกัน นั่นคือ งาน "อัซซาลามูอาลัยกุม ขอความสันติสุขจงเกิดแก่ท่าน"

ว่าแล้วก็เดินเข้าไปดูเสียหน่อย ไหน ๆ ก็มาแล้ว  อีกทั้งเตะตาด้วยภาพวาดชุด ๖ ภาพที่จัดแสดงอยู่หน้างาน ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นงานรับเชิญจากรองศาสดาจารย์พิเชษฐ์ เปียร์กลิ่น โดยงานดังกล่าวเป็นผลงานของบรรดานักศึกษา สาขาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จึงขอร่วมอุตหนุนเพื่อเป็นการสนับสนุน หนังสือสูจิบัตรมาหนึ่งเล่ม โดยจะขอเอาข้อความบางส่วนมาร่วมเผยแพร่ ณ โอกาสนี้

ผมปรารถนาที่จะเห็นผู้นำ เดินนำทางไปในโลกศิลปะอันกว้างใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนการตัดถนน นั่นคือเราต้องมีต้นทุนเพียงพอ มีเครื่องมือ มีคนจำนวนมากพอและยังต้องมีการจัดการที่ดี แม้นเราจะมีการจัดการทางศิลปะที่ดีแล้ว เราต้องมีคนที่แข็งแรงออกหน้าเพื่อแผ่วถางป่า และมีคนอืกกลุ่มคอยอำนวยความสะดวกดูแลสวัสดิภาพให้อย่างดี จนทุกอย่างพร้อม แต่คนทั้งหมดนี้ ก็ใช่ว่าจะเดินผ่าผืนป่าหรือโลกศิลปะที่ผมเปรียบเปรยนี้ได้สำเร็จ

เรายังต้องมีใครสักคน ซึ่งไม่จำเป็นต้องแข็งแรงที่สุด หรือเก่งที่สุด แค่มีใจกล้าพอ ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ต้นที่สูงที่สุด เพื่อมองไปข้างหน้าแล้วคอยตะโกนบอกเพื่อนร่วมทางว่า หนทางข้างหน้าเป็นหุบเหว หรือภูผา เราควรจะตัดถนนศิลปะของเราไปทางซ้าย หรือทางขวาจากแรงบันดาลใจเรื่อง "คนบนต้นไม้" (ผู้ที่มองเห็นความจริงไกลออกไป)

ผมมีความหวังในตัวตนของคนกลุ่มนี้ หวังว่าเขาคงจะมีความกล้าพอที่จะมีใจป่ายปีนขึ้นไปบนต้นไม้ต้นสูงสุด เพื่อเป็นตัวแทนผู้คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แสดงออกถึงศิลปะที่มีชาติพันธุ์ และมีความเป็นศิลปะด้วยน้ำใจ และความทุ่มเทอย่างซื่อสัตย์ในสิ่งที่ตนรัก เพื่อภาระกิจในศิลปะในบ้านเกิดของเรานั่น ยังต้องใช้ความอดทน และความกล้าหาญเข้าแลกอีกยาวไกล ตราบเท่าที่เรายังมีศรัทธา

รองศาสดาจารย์พิเชษฐ์ เปียร์กลิ่น
๑ มีนาคม ๒๕๕๕
ปัตตานี

"อัซซาลามูอาลัยกุม ขอความสันติสุขจงเกิดแก่ท่าน"

การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ จิตรกรรมร่วมสมัยของวิถีไทยภาคใต้-มลายู โดยกลุ่มศิลปินชายแดนภาคใต้ ทั้ง ๕ คน โดย ปรัชญ์ พิมานแมน, อิมรอม ยูนุ, อนีส นาคเสวี, ตอเฟต บูลายามา และ คีต์ตา อิสรั่น

ความสุขจากคำว่า "สันติ" อาจฟังดูไกลห่างจากความจริงอย่างในอดีต แต่สำหรับความศรัทธาที่มีอยู่เต็มเปี่ยมภายในจิตใจนั่น ยังคงอยู่ตลอดกาล คำกล่าวอวยพร "อัซซาลามูอาลัยกุม ขอความสันติสุขจงเกิดแก่ท่าน" เป็นชื่อในผลงานนิทรรศการศิลปะ จากการรวมตัวกันของกลุ่มศิลปินชายแดนภาคใต้ทั้ง ๕ ชีวิต ที่มีแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ สิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางเริ่มต้น กระบวนการ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจิตรกรรมร่วมสมัยของวิถีไทยภาคใต้-มลายู

ณ สาขาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร วิทยาเขตปัตตานี รากฐานของชีวิตสู่ค้นหาตัวตน จุดมุ่งหมายแห่งห่วงของการก่อเกิดจินตนาการ ความคิด ความรู้สึก ในความเชื่อ จากจิตวิญญาณเดียวกัน ความศรัทธาในศาสนาอิสลาม หลักคำสอน ความดีงาม ก็ถูกถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะ เพื่อสะท้อนถึงวิถีแห่งรากเหง้า  ต้นกำเนิดของการสร้างสรรค์ และสรรค์สร้าง ความหมายของมโนภาพสู่ความคิด ผ่านรูปทรงสู่รูปลักษณ์ในแนวทางเฉพาะตน ทั้งผลงานในรูปแบบ จิตรกรรมผสมจากวัสดุท้องถิ่น และผลงานภาพพิมพ์แกะไม้ จากร่องรอยเศษเสี้ยวของลวดลายในความงามแห่งอารยะทางวัฒนธรรมท้องถิ่น มาสู่กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างแท้จริง

ปรัชญ์ พิมานแมน ผู้สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมร่วมสมัย ในชื่อชุดผลงาน ภายนอกสู่ภายในสู่ศรัทธา ในเทคนิค ขูด ขีด ลอก พื้นผิว บนพื้นดินสอพอง จากชุดผลงานในชิ้นสีแดงที่นำเสนอ ความน่าสนใจในเรื่องราวของสถาปัตยกรรมรูปทรงของมัสญิด ศาสนสถานแห่งความศรัทธาของชาวมุสลิม การสร้างพื้นผิวร่องรอยจากเปลือกนอก สู่รูปทรงโครงสร้างภายใน ที่ถูกจัดวางอย่างเรียบง่าย เหลือเพียงแก่นแห่งสาระด้วยจิตใจที่แน่วแน่ ในการแสดงอารมณ์ ความรู้สึกผ่านสีสัน และสัมพันธภาพของสัญญลักษณ์ระหว่างใจและสมาธิ จากชุดผลงานในนิทรรศการนี้

อีกคนผู้ที่สร้างสรรค์ผลงาน ด้วยเทคนิคจิตรกรรมผสมและสีอะคริลิค สื่อถึงเรื่องราวในชีวิต และสายใยแห่งความผูกพันระหว่างยาย และ อิมรอม ยูนุ ผู้ถ่ายทอดรูปทรงจากความรู้สึกผ่านแววตา และใบหน้า สะท้อนความงามจากภาษาอาหรับในอุดมคติของศาสนา อันมีความหมายถึงการละหมาดฟัรฏ วันละ ๕ เวลา ศุบห ซุฮรี อัศร มักริบ และอิซาอ จากความเชื่อและความศรัทธา ที่ยายไปปลูกฝัง ในหลักปฏิบัติคำสอนของศาสนาที่ช่วยหล่อหลอมจิตใจคนเราให้สะอาด สงบ ดีงาม และดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข ในชื่อชุดผลงาน  "ชีวิตและความผูกพัน"

จากรูปลักษณ์สู่รูปธรรมแห่งความเสมือนจริง จากเทคนิคผลงานภาพพิมพ์แกะไม้ อนีส นาคเสวี ผู้ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกของตนได้อย่างชัดเจน ผ่านร่องรอยที่แสดงออกบนแผ่นไม้อัด เหลือไว้เพียงรอยเศษของเสี้ยวไม้ ในรูปทรงจากภาพ (Portrait) คนครึ่งตัวของคนสองคน ทั้งชายมุสลิมและหญิงมุสลิม ที่บอกเล่าร่างกายผ่านช่วงเวลา ได้ทั้งความสุขและความทุกข์ เรื่องราวที่สร้างความทรงจำมากมาย ให้แก่ชีวิตของตัวเขาเอง เพื่อให้เราได้เรียนรู้และเข้าใจในความหมายของคำว่า สุข/ทุกข์ หรือ ทุกข์/สุข ถึงแม้นว่าอาจต้องโศกเศร้าและยิ้มแย้มไปพร้อม ๆ กัน ผ่านผลงานภาพพิมพ์ในชื่อชุด "ร่อง - รอย - ยิ้ม"

จากร้อยเส้นพันเส้นของผ้าบาเต๊ะ ที่เรียงร้อยเป็นแถว ๆ บนผืนเฟรม จากเรื่องราวความประทับใจในรูปทรงเรือท้องถิ่น ที่ปลูกฝังมาแต่วัยเยาว์ ผ่านรูปลักษณ์ของวิถีการดำเนินของคนในชายแดนภาคใต้ ที่มีความเรียบง่ายแบบวิถีชีวิตชาวประมงมลายู ในผลงานเทคนิคจิตรกรรมวัสดุผสมของผ้าพื้นถิ่น ตอเฟต บูลายามา ผู้ถ่ายทอดความงามอย่างมีปัจเจก สู่กระบวนการการสร้างสรรค์ ที่ประณีตอย่างมีสมาธิ ผสมผสานกลิ่นอายจากท้องทะเล แสดงความโดดเด่นของตัวตนออกมาได้อย่างชัดเจน ในชื่อชุด "ผลงานเส้นและรูปทรงจากวิถีชีวิตชาวประมง"

"ความสูญเสียและความหวัง" เป็นชื่อชุดผลงานของหญิงสาวชาวมุสลิม คีต์ตา อิสรั่น ในช่วงขณะที่สภาวะจิตไร้สำนึกทางร่างการและอารมณ์ของแม่ลูกผู้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความโดดเดี่ยวที่สะท้อนจากความเศร้าของความทรงจำอันเจ็บปวดและสูญเสีย ในความหวังที่ยังคงรอคอยให้เกิดสันติแสดงออกผ่านรูปทรงจากความรู้สึกทางกายภาพ ในรูปทรงของร่างกายที่ถูกบิดเบี้ยวจากความจริง ถ่ายทอดชีวิตคนในสังคมชายแดนภาคใต้ ในผลงานเทคนิคการเย็บมือ ร่องรอยเผาไหม้ที่ฉีกขาด ผ่านผืนผ้าสีดำอย่างเลือนราง ผูกมัดปมภายในจิตใจอย่างแนบแน่น จากสาระแห่งสัจจะ ในการสร้างสรรค์ผลงานจากรูปธรรมผ่านนามธรรมของตัวข้าพเจ้า

หากในชีวิตที่เราได้รับประสบการณ์ จากการเริ่มต้นทำงานศิลปะ ด้วยเทคนิค วิธีการที่เหมาะสมกับเนื้อหาแห่งธรรมชาติแท้ของศิลปิน การแสดงออกของมโนคติ (Idea) สื่อทางวัตถุและฝีมือ ทีทำให้เราสัมผัสผ่านรูปทรง และรูปธรรมไปจนสู่นามธรรม เกิดเป็นมโนภาพหรือความรู้สึกในจิตสำนึก เพื่อรวมกันก้าวเดิน จากกลุ่มก้อนดิน ไปจนสู่ก้อนหินที่แข็งแรง แรงผลักดันในความเชื่อ และพลังแห่งศรัทธา ที่จะแสดงออกผ่านผลงานศิลปะ ความสัมพันธ์ระหว่างเราผ่านวัตถุและเหตุการณ์ ทั้งทางกายและทางใจ อันจะสะท้อนตัวตนของเราออกมา จนเกิดเป็นประสบการณ์ทางศิลปะและประสบการณ์ทางศาสนา ในการแสดงผลงานกลุ่ม "อัซซาลามูอาลัยกุม" จากตัวตนสู่อัตตลักษณ์ของความจริง

ถ้าผู้สร้างสรรค์ศรัทธาในศิลปะ มีความเชื่อว่าศิลปะและศาสนาเป็นสิ่งมีค่า ว่าด้วยความเป็นศิลปะจากตัวตนของผู้สร้าง ที่ถ่ายทอดความคิดกระบวนการสร้างสรรค์จากจินตนาการและแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง

คีต์ตา อิสรั่น

ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตากรุณาปราณีเสมอ

ข้าพเจ้าต้องการสะท้อนความคิด ความรู้สึกให้เห็นถึงรูปลักษณ์ของวิถีชีวิตและสังคมที่มีความเรียบง่ายของชาวประมงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างสรรค์ผลงานโดยใช้เทคนิคการม้วนผ้าให้เป็นเส้น นำมาประกอบสร้างให้เกิดรูปทรง เส้น สี น้ำหนัก พื้นผิว พื้นที่ว่าง สอดคล้องสัมพันธ์ กับเนื้อหา เรื่องราว และแนวความคิดในการแสดงออกเป็นผลงานลักษณรูปแบบจิตรกรรมสื่อผสม

ตอเฟต บูลายามา
"ผลงานเส้นและรูปทรงจากวิถีชีวิตชาวประมง"

สุขและทุกข์สร้างร่องรอยความทรงจำมากมายให้แก่ชีวิต เพื่อให้เราเรียนรู้และเข้าใจในสุขทุกข์เหล่านั้น อาจต้องโศกเศร้าและยิ้มแย้มไปพร้อม ๆ กัน

อนีส นาคเสวี
"ร่อง - รอย - ยิ้ม"

ความสูญเสียและความหวัง ความเศร้าจากความทรงจำที่เจ็บปวดและสูญเสีย ที่ยังรอคอยให้เกิดสันติ แสดงออกจากรูปทรงผ่านความรู้สึกทางกายภาพ ในรูปทรงของร่างกายที่ถูกบิดเบี้ยวจากความจริง ถ่ายทอดชีวิตคนในสังคมชายแดนภาคใต้ ในผลงานเทคนิคการเย็บมือ ร่องรอยเผาไหม้ที่ฉีกขาดผ่านผืนผ้าสีดำอย่างเลือนราง ผูกมัดปมภายในของข้าพเจ้าอย่างแนบแน่น จากสาระแห่งสัจจะ ในการสร้างสรรค์ผลงานจากรูปธรรม สู่นามธรรม ศิลปะจิตรกรรมสื่อผสม โดยใช้วัสดุแบบวิถีไทยมุสลิม

คีต์ตา อิสรั่น
"การสูญเสีย และความหวัง"

ความศรัทธาทางศาสนา ที่ต้องรู้จักแก่นแท้ของความศรัทธา จากภายในตัวตนมาสู่ภายนอก เพื่อให้เกิดพลังแห่งความศรัทธาใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบของหลักคำสอน สะท้อนผ่านรูปทรงเชิงสัญลักษณ์ มัสญิด บนร่องรอยความแตกร้าวบนพื้นผิว ผสมผสาน กระบวนการสร้างสรรค์ เทคนิคปลอก ขูด ขีด พื้นผิวบนพื้นดินสอพอง

ปรัชญ์ พิมานแมน
"ภายนอก สู่ภายใน สู่ศรัทธา"

ความเชื่อ ความศรัทธาในหลักศาสนาช่วยหล่อหลอมจิตใจคนเราให้สะอาด สงบ มีความดีงามในชีวิต และดำเนินชีวิตไอ้อย่างมีความสุข

อิมรอม ยูนุ
"ชีวิตกับความผูกพัน"

นอกจากนี้ ฉันยังมีโอกาสได้พูดคุยกับศิลปินผู้สร้างงาน ซึ่งหนึ่งในศิลปิน คุณคีต์ตา อิสรั่น เป็นผู้แนะนำให้ ไม่ว่าจะเป็นคุณปรัชญ์ พิมานแมน หรือคุณอนีส นาคเสวี ผู้ซึ่งสร้างงานแตกต่างแปลกตา ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะขูดลงบนดินสอพองของคุณปรัชญ์ หรืองานภาพพิมพ์ที่ครั้งแรกฉันคิดว่ามันเป็นงานสเก็ต ของคุณอนีส นอกจากนี้คุณอนีสยังได้ให้เวลาในการอธิบายถึงแนวคิดในการสร้างผลงาน ซึ่งแบ่งออกเป็นสองช่วง คือ ช่วงแห่งการสูญเสียญาติผู้ใหญ่ ทำให้สร้างภาพ หญิงและชายมุสลิมออกมา ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงที่สอง นั่นคือ ช่วงของภาพแห่งรอยยิ้มชายแดนใต้

เราคุยกันอยู่พักใหญ่ ถึงเทคนิคต่าง ๆ ที่ฉันไม่เคยคิดว่ามันจะนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะได้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการเย็บผ้า การจัดเรียงผ้า หรือแม้นกระทั้งงานที่ฉันมองและสงสัยว่ามันใช้เทคนิคอะไร ทั้ง ๆ ที่มันใช้การวาดด้วยสีอะคริลิคธรรมดา อย่างงานของคุณอิมรอม ยูนุ ซึ่งทำให้เปิดหูเปิดตาเป็นอย่างมาก และไม่ค่อยขัดเขินเท่าไหร่เมื่อคุยกับศิลปินที่เป็นนักศึกษา เมื่อถึงเวลาสมควรฉันจึงลาบรรดาศิลปินใหญ่ในอนาคตเหล่านั้น และจากมา

หากใครผ่านไปมาแถวย่านจุฬา หรือแวะดูงานของคุณบัญชา มะ อยากให้ลองแวะไปชมงานของน้อง ๆ กลุ่มนี้ดูด้วยค่ะ เผื่อว่าจะได้แลกเปลียน หรือได้รับการเปิดกว้างทางทัศนคติของชาวสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นเดียวกับฉันที่ได้รับมาอย่างเต็มใจ และเต็มที่เลยทีเดียว

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net