วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุณพ่อขายาว กับ BTS


คุณพ่อขายาว กับ ลูกโป่ง BTS

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

จำเดิมซึ่งคิดไว้

ก็ว่าจะติดตามเรื่องราวดังกล่าว

ด้วยใจ ด้วยความรู้สึก พร้อมเหตุผลอันปรากฎ

เพราะคิดตั้งแต่แรก เมื่อเห็นภาพ ของคุณพ่อขายาว ซึ่งอุ้มลูกโป่ง และ มีลูกสาวอยู่ร่วมเหตุการณ์ ก็สลดหดหู่ใจมิใช่น้อย มินับรวมความ ภาพคุณพ่อขายาว กำลังแหย่เท้าเข้าใส่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รถไฟฟ้า BTS ท่ามกลางการห้ามปราม และ รั้งด้วยชายหนุ่มฝรั่งอีกหนึ่งท่าน มินับรวม สุภาพสตรีท่านหนึ่ง ซึ่งเดินวนไปเวียนมา แต่มิได้กั้นเด็กหญิงให้ออกไป

ภาพปรากฎ ล้วนเป็นเรื่องน่าสลด และ รันทดมิน้อย

ยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ที่มีลูกตัวน้อย

กับ เหตุรุนแรงเบื้องหน้า

แต่สำหรับสิ่งปรากฎ ตามเนื้อข่าว และ การพาดพิงเนื้อหาเรื่องราว จากฝั่งคุณแม่ ซึ่งพยายามต่อสู้ในเหตุนี้ กลับมีภาพบางอย่าง ที่ชวนให้ต้องตั้งคำถาม โดยมิใช่คำถามแค่เพียงว่า คุณพ่อขายาวเป็นฝรั่ง หรือ เหตุผลว่าลูกโป่งดังกล่าว มีผลต่อจิตใจของลูกสาว และ อีกหลายเหตุผล

อันเป็นเหตุผล

ในเชิงความรู้สึก ซึ่งดราม่ายิ่ง

มิเพียงระบุถึง เหตุที่ไม่อยากให้ลูกสาวสะเทือนใจ

เพราะลูกโป่งดังกล่าว หรือ ไม่อยากให้ลูกสาวเห็นภาพรุนแรง จากเลือดบนใบหน้าคุณพ่อขายาว จากเหตุด่าทอ กระโดดยื่นเท้า และ การอ้างอิงว่า มีการใช้กำลังทุบตี กระชาก ใช้อาวุธ จนเกิดบาดแผลดังกล่าว ท่ามกลางเหตุผลอันระบุว่า ในเมื่อยามรักษาความปลอดภัย ของสถานีอื่น ยอมปล่อยให้นำลูกโป่งผ่านมาได้ ทำไมจึงไม่ยอมปล่อย ให้เขานำลูกโป่งผ่านไปอีก    

ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นเหตุผลของ คุณพ่อขายาว

จากปากคำของ คุณแม่ ซึ่งโพสต์

รวมทั้งการให้ข่าวที่ตามมา

ทำให้เกิดคำถามสำคัญ จนกลายเป็นอคติ ไม่ว่าจะเป็นอคติทางเชื้อชาติ ซึ่งระบุว่า คุณพ่อขายาว เป็นฝรั่งที่กร้าวร้าว ใช้ความรุนแรง ด่าทอ ไร้เหตุผล หรือ ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง โดยกระทำกับคนไทย และ สังคมไทย รวมถึงละเมิดกฎความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจน

ประเด็นสำคัญ

ในการต่อสู้ โต้แย้งดังกล่าวนั้น

ไม่เกี่ยวกับบาดแผล หรือ ความรุนแรงที่เกิดขึ้น

เพราะสิ่งที่เราคนไทยได้เห็น ถึงระบบระงับยับยั้งความรุนแรง อันด้อยประสิทธิภาพ บนรถไฟฟ้า BTS แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่หญิง เข้ามาห้ามปรามไกล่เกลี่ย แต่ก็มิอาจจบเรื่อง หรือ แม้แต่ความหละหลวม ของระบบความปลอดภัย ในการห้ามนำสิ่งของต้องห้าม ขึ้นบนรถไฟฟ้า อันเป็นเหตุผลให้บานปลาย เพราะคุณพ่อขายาว เชื่อว่า ตนมีสิทธิ์ ในความลักลั่นของข้อห้าม  

โดยไม่เกี่ยวกับ การรักษา กฎ กติกา มารยาท

ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ ของ สังคมไทยวันนี้

ในวันที่เรา มีหลายมาตรฐาน

ซึ่งในประเด็นวิกฤติเช่นนี้ คุณพ่อขายาว น่าจะรู้ดี คุณแม่คนไทยก็น่าจะรู้ดี และ คนไทยในสังคมนี้ ก็น่าจะทราบดี ถึงความอึดอัดคับข้องใจ ในความอยุติธรรม จากการใช้กฎหมาย ใช้กฏ ใช้กติกา ซึ่งเกิดพฤติกรรมละเมิดอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้มิใช่หรือ ที่ส่งผลต่ออคติ และ มายาคติมากมายในสังคมไทย อันเป็นความหลอกลวง ความไม่จริง และ ความไม่ยุติธรรม ที่เราได้รับ

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจ

ที่คนไทยหลายคน จะรู้สึกสะใจ

เมื่อเห็นคุณพ่อขายาว ถูกทำร้ายร่างกาย

เพียงเพราะเชื่อว่า ฝรั่งที่อยู่ในเมืองไทย เอาเปรียบคนไทย เอาเปรียบสังคมไทย ไม่ยอมรับกฏ กติกา มารยาทใดใด เพียงเพราะยืนยันว่า ตนเองเป็นฝรั่ง ในขณะที่กล่าวอ้าง ถึงการใช้ และ ปฏิบัติตามระเบียบ กฎ กติกา มารยาท หรือ กฏหมายในบ้านเมืองตนเอง อย่างเคร่งครัด

ประเด็นเหล่านี้ต่างหาก ที่ดราม่ามากมาย

เท่ากับการพิสูจน์ว่า ลูกโป่งไม่มีแก๊ส

เพื่ออ้างความชอบธรรมว่าทำได้

สามารถนำลูกโป่งขึ้นรถไฟฟ้า BTS ได้ โดยตีความเข้าข้างตนเอง โดยมิได้มีการถามไถ่ เพื่อนร่วมเดินทาง ทั้งคนไทย คนต่างชาติ หรือ ใครก็ตามที่ฝากชีวิตไว้บนรถไฟฟ้า ว่ายินยอมให้ตนเอง ละเมิดกฎความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ที่ผู้ร่วมเดินทาง ต้องปฏิบัติตามร่วมกันหรือไม่

ใช่อย่างยิ่ง

ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นการกระทำเกินเหตุ

ใช้ความรุนแรง บานปลายจนเกิดการทำร้ายร่างกาย  

และ ก็ใช่อย่างยิ่ง สำหรับบาดแผล ซึ่งเกิดขึ้นตามร่างกาย และ จิตใจ ของคุณพ่อขายาว และ เด็กหญิงตัวน้อย ซึ่งต้องได้รับการเยียวยาชดเชย เท่ากับ การตั้งคณะกรรมการสอบสวน เอาผิดในทางระเบียบ ต่อระบบความปลอดภัย และ ดำเนินทุกเรื่อง ตามครรลองข้อกฎหมาย  

แต่มิได้หมายความว่า เหตุผลข้ออ้างว่า

ยามสถานีอื่นปล่อยมาแล้ว

ดังนั้น ตนเองมีสิทธิ์

เพราะหากเป็นเช่นนั้น สิ่งที่ผู้รับผิดชอบ ระบบความปลอดภัย รถไฟฟ้า BTS จะพึงกระทำ คือ การฟ้องร้อง เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของตัวเองที่หละหลวม และ เอาผิดต่อคุณพ่อขายาว ในการละเมิดกฎความปลอดภัย ซึ่งเกี่ยวพันกับชีวิตของผู้คน ของความเชื่อมั่นในมาตรฐานของชีวิต ของอุบัติเหตุอันบานปลาย ซึ่งส่งผลต่อเนื่องมากมาย เพียงเพราะใครคนหนึ่ง คิดว่าตนมีสิทธิ์

เพราะสิ่งที่คุณพ่อขายาว

และ คุณแม่คนไทย ควรจะทำ

นอกเหนือจากตนเอง ควรจะเป็นสังคมรอบข้าง

เป็นการต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งความถูกต้อง ของ ระบบรักษาความปลอดภัยโดยรวม เป็นการต่อสู้มา เพื่อให้ได้มาตรฐาน กฎ กติกา เท่ากับต่อสู้เพื่อให้ได้รับการชดเชยเยียวยา ต่อการกระทำอันเกิดกว่าเหตุ และ ต่อระบบการควบคุม รักษาความปลอดภัย หรือ ระงับยับยั้งความรุนแรง

เพราะสิ่งที่ควรทำต่อจากนี้ คือ การต่อสู้ในทางคดีความ

โดยมิเกี่ยวข้อง กับ เหตุผลในเชิงดราม่า

แต่ต้องเป็นเหตุผลส่วนรวม

เพื่อสร้างมาตรฐาน มิให้ใครละเมิดต่อสังคมไทย ในอนาคต

  สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net