วันที่ เสาร์ มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วัดพระเขี้ยวแก้ว สิงคโปร์


วัดพระเขี้ยวแก้ว สิงคโปร์

วัดพระเขี้ยวแก้ว สิงคโปร์ .. ตั้งอยู่ที่ 288, South Bridge Road, Chinatown, Singapore สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว ของพระพุทธเจ้า

วัดพระพุทธศาสนาแห่งนี้สร้างโดยมีสถาปัตยกรรมตามแบบของราชวงศ์ถัง วางศิลาฤกษ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ,นาคม 2005 และใช้ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมดราว 62 ล้านเหรียญสิงคโปร์

กล่าวกันว่าพระเขี้ยวแก้วที่นำมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้พบเมื่อปี 1980 ณ สถูปแห่งหนึ่งซึ่งพังทลายลงมาในประเทศพม่า

ประตูทางเข้าไปภายในวัดเรียกว่า Mountain Gate ซึ่งเป็นช่องประตูไม้ขนาดใหญ่ทาเลคเกอร์สีแดง 3 ช่องตามแบบสถาปัตยกรรมในแบบฉบับของราชวงศ์ถัง

ประตูนี้สร้างตามแบบฉบับจีนโบราณ คือมีเสาไม้ขนาดใหญ่เพื่อเป็นโครงสร้างหลัก และใช้การเข้าลิ่มในการยึดโว้ด้วยกัน โยงวัสดุก่อสร้างเข้าไว้ด้วยกัยและไม่ใช้ตะปู

หลังคาและเพดาน ก็สร้างโดยวิธีเข้าลิ่มเช่นเดียวกัน ส่วนกระเบื้องตรงหลังคานั้นเป็นกระเบื้องในแบบของญี่ปุ่นที่ได้รับการออกแบบและมีกรรมวิธีการผลิตพิเศษให้มีความแข็งแรงและกันน้ำ เพื่อให้เหมาะสมกับภูมิประเทศของสิงคโปร์

เมื่อผ่านประตูใหญ่เข้ามาจะเป็นห้องโถงที่เรียกว่า "Dharma Hall" ... ที่นี่มีพระ (หรือเทพ?) Bodhisattva Avalokitesvara ในอิริยาบทประทับนั่งเป็นประธาน

เครื่องบูชา และสิ่งของประกอบที่วางอยู่ด้านหน้าพระประธาน

กำแพงด้านข้างทั้งสองด้านของ Dharma Hall มีพระพุทธรูปรูปแบบจีนในซุ้มองค์เล็กอยู่โดยรอบ และพระพุทธรูปเหล่านี้จะอยู่ในอิริยาบทต่างๆกัน ... รอบๆซุ้มพระพุทธรูปจะมีพระพุทธรูปขนาดเล็กมากอยู่โดยรอบอีกชั้นหนึ่ง

กลางห้องโถง ... เห็นมีผู้เลื่อมใส ผู้มาปฏิบัติธรรมที่เป็นสมาชิกมานั่งสวดมนต์กันหนาตา

บนกำแพงที่ Dharma Hall ด้านหลัง มีเทพของชาวจีนปางต่างๆรายล้อมอยู่รอบๆ ... และรอบๆเหล่าเทพนี้มีเทพองค์จิ๋วรายล้อมเหมือนกับที่เห็นด้านนอก

ตรงกลางห้องโถงเป็นที่ประดิษฐานเทพองค์หนึ่ง ซึ่งนั่งเป็นประธาน และมีประตอมากรรมขององครักษ์ขนาบข้าง

หน้าแท่นที่ประทับขององค์เทพที่เป็นประธาน มีสิ่งของที่มองดูแล้วเหมือนกับเครื่องประดับยศ หรืออาจจะเป็นสิ่งของที่ผู้คนนำมาสักการะก็ได้ ... ไม่แน่ใจค่ะ

วันที่ฉันไปไหว้พระเห็นมีผู้คนเดินทางมาสักการะมากหน้าหลายตา พร้อมกับนำดอกไม้ จุดตะเกียงมาวางไว้บนแท่น ... เดาเอาว่าบางคนคงมาขอพร ในขณะที่ใครบางคนอาจจะมาบนบานให้สิ่งที่ปรารถนาบังเกิดเป็นความจริง

ส่วนที่เห็นในภาพบนเป็นทางออกด้านหลัง อันเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับไชน่าทาวน์

มีเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตั้งให้ผู้คนมาจุดธูปบูชาอยู่หลายองค์

ชั้นที่ 2-3 ของวัดเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงโบราณวัสถุที่สำคัญของพระพุทธศาสนาและของวัด เช่น ธรรมะและคำสอนของพระพุทธองค์ที่เป็น คัมภีร์ เป็นต้น

ชั้นที่ 4 เรียกว่า The Sacred Buddha Tooth Relic Chamber เป็นที่ตั้งแสดงพระเขี้ยวแก้ว ... ที่นี่นักท่องเที่ยวไม่ได้รับอนุญาติให้ถ่ายรูป แต่เดินดูรอบๆห้องได้

พระเขี้ยวแก้วประดิษฐานอยูในสถูปเล็กๆภายใต้สิ่งที่เหมือนกระโจมสีทอง และมีกระจกใสกั้นไม่ให้ผู้ใดเข้าไปภายในได้ ยกเว้นพระชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น

ด้านหนึ่งของห้องโถง จัดให้เป็นสถานที่ที่ผู้เลื่อมใสสามารถมานั่งสมาธิได้

ชั้นบนสุดของอาคาร เป็นที่ตั้งของวิหารพระพุทธรูปหมื่นองค์ หรือ Ten Thousand Buddhas Pagoda โดยมีสวนไม้ดอกสวยๆอยู่รอบๆวิหาร

ตรงกลางด้านในของวิหารจะมีกงล้อมนต์ หรือ Vairocana Buddha Prayer Wheel ตั้งอยู่

กงล้อมนต์นี้เดิมคือชั้นหนังสือธรรมะแบบหมุน เพื่อให้ง่ายในการค้นหาหนังสือเล่มที่ต้องการ .. ต่อมาได้กลายเป็นกงล้อมนต์จากการดำริที่ว่า “those who set up the place for worship, use the knowledge to propagate the dharma to common people, should there be any man or woman who are illiterate and unable to read the sutra, they should then set up the prayer wheel to facilitate those illiterate to chant the sutra, and the effect is the same as reading the sutra”.

... เพื่อให้คนที่อ่านหนังสือไม่ออก ได้หมุนกงล้อ ซึ่งก็จะเหมือนกับได้ท่องและสวดมนต์จากหนังสือเช่นกัน ...

บนผนังโดยรอบ มีพระพุทธรูปขนาดเล็กหนึ่งหมื่นองค์ประดิษฐานอยุ่

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net