วันที่ อังคาร มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปรองดองไปทำไม


ปรองดองไปทำไม

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

สำหรับเช้านี้

เมื่อลุกขึ้นอ่านข่าวทั่วไป

สำหรับคำถามของผู้คน เรื่อง การปรองดอง

จนอดไม่ได้ ที่อยากพูดถึงใครหลายคน ที่ไม่พยายามทำให้เกิดความปรองดอง อดรู้สึกคับแค้นใจ คั่งค้างจนว่า ต้องเขียนอะไรสักอย่าง สำหรับกลุ่มผลประโยชน์ ผู้คนในแวดวงการเมือง หรือ แม้แต่ผู้ชื่นชอบความรุนแรง ที่ต่างประกาศตัวว่า อยู่ข้างความดี จนไม่พร้อมจะปรองดอง กับ ความชั่วร้าย กระทั่งคิดไปเรื่อยเปื่อย ถึงญาติมิตรผู้สูญเสีย ในวิบัติที่ผ่านมา

ซึ่งเป็นผลที่เกิดขึ้น จากวิกฤติการเมืองไทย

เมื่อคนไทยขัดแย้ง จนเกิดการเข่นฆ่า

อันสืบเนื่องจากความรุนแรง

จากความขัดแย้งบาดหมาง จากปมของความไม่เชื่อ ไม่ไว้วางใจ เชื่อว่าต่างฝ่ายต่างคิดไม่ดี ต่อประเทศชาติบ้านเมือง จนเกิดการละเมิดกฎหมาย เกิดความอยุติธรรม เกิดความคลุมเครือ ไม่โปร่งใสชัดเจน ซึ่งทำให้เกิดการเผชิญหน้า เกิดวิบัติขึ้นกับคนไทย ซึ่งบาดเจ็บล้มตาย 

ขณะที่ใครต่อใคร

ต่างพูดเงื่อนไข เพื่อตั้งคำถาม

ต่อหนทาง เพื่อนำพาไปสู่ ความปรองดอง

จนอดไม่ได้ ที่จะตั้งคำถามกับ กลุ่มคนที่พยายามตั้งแง่ กับ หนทางสร้างความปรองดอง ทั้งจากผู้ซึ่งหาประโยชน์ หาอยู่หากินกับ วิกฤติของชาติบ้านเมือง ซึ่งมักได้ดิบได้ดีเสมอ ยามที่ผู้คนห่ำหั่นเข่นฆ่า เช่นเดียวกับ ผู้คนซึ่งเสพความรุนแรง เป็นกิจวัตรประจำวัน ซึ่งไม่เชื่อหนทางอันสุขสงบ

ขณะคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เขียนไปอย่างลื่นไหล

นิ้วมือก็พาลไปกด Keyword F11 จนจอใหญ่

ก่อนรีบกลับมากด ลากข้อความทั้งหมด

เพื่อต้องการ Copy ข้อความ เพราะกลัวว่า ที่เขียนมาอย่างเมามันนั้น จะหายไป แต่เมื่อกดลากข้อความ เพื่อจะบันทึก ดันกลับรีบไปกดคำสั่ง Paste ซึ่งอยู่ใต้คำสั่ง Copy พร้อมสถานะข้อความทั้งหมด ซึ่งเกือบจบ Entry อยู่ร่อมร่อ หายจ้อยไปแค่เพียงพริบตา จนอดไม่ได้ ที่จะอุทานคำน้อยออกมา ด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจ กับ สิ่งที่ตั้งใจไว้ แต่ไม่ได้ดั่งใจ

สำหรับอาการลักลั่น

ยามเร่งรีบ จะบันทึกเรื่องราว

แต่ดันกลับผิดพลาด ที่ทำให้ทุกอย่างจางหาย

สำหรับความหงุดหงิดรำคาญใจ ที่อยากคลี่คลายคำถามว่า ใครไม่อยากให้ปรองดอง ใครไม่ต้องการปรองดอง หรือเพราะเหตุใด ขณะคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก็ได้แต่เรียบเรียงสิ่งที่คิดที่เห็น เหมือนเช่นถามไถ่ว่า อะไรเป็นจุดเริ่มต้น ที่เราต้องหันหน้ามาพูดคุย หลังขัดแย้งบาดหมาง

เหมือนเช่นสถานการณ์ ของคู่ต่อสู้บนสังเวียน

ซึ่งต่างเหน็ดเหนื่อย บอบช้ำ เจ็บปวด

จนต้องกอดคอพยุงตัว

ก่อนนั่งถามไถ่ว่า จะเอายังไงต่อไปเบื้องหน้า ในเมื่อต่างฝ่ายต่างบอบช้ำสูญเสีย เจ็บตัวจนถึงที่สุด แต่เอากันไม่ลง ขณะที่พี่เลี้ยงข้างเวที ก็ได้แต่ตะโกนด่าทอ ผู้คนรายรอบ ก็ได้แต่ยืนส่งเสียง ให้เข้าห่ำหั่นกันต่อ เพียงเพราะไม่รู้ผล จากความเจ็บปวดของฝักฝ่ายคู่ต่อสู้ ขณะที่ผู้แบกรับความเจ็บปวด ต่างยืนตัวหอบ น้ำหูน้ำตาไหลเพราะความเจ็บปวด ซึ่งไม่มีทางออก เพราะเสียงรอบข้าง

สำหรับคำตอบสุดท้าย

ก่อนที่ต่างฝ่าย จะหันหน้ามาพูดคุย

หลังห่ำหั่นกันจนไม่รู้ว่า หนทางเบื้องหน้าจะเป็นเช่นไร 

เป็นความจริง เช่นเดียวกับ การประเมินเหตุเบื้องหน้าว่า ความรุนแรงอาจอุบัติขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยความคุกรุ่นคุโชน จากความตึงเครียดของผู้คน จากผู้คนซึ่งพร้อมจะฉกฉวยวิบัติของสังคม ให้เป็นโอกาสของตัวเอง หรือจากการประเมินว่า ทางออกจากวังวนของความรุนแรง จำเป็นต้องหันหน้าเข้ามา ถามไถ่พูดคุยเจรจา เพราะรู้ว่า ต่างฝ่ายต่างบอบช้ำมามากมาย

คำตอบของทางตัน จากความสูญเสีย

เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ต่างฝ่าย

ต้องหันมาปรองดอง

มาคลี่คลายคำถามในใจว่า ทำเช่นไรจึงจะทำให้ความคลุมเครือในหัวใจ ของต่างฝ่ายต่างขั้ว ได้รับการขจัด ได้รับการคลี่ปมออกมา เพื่อถามไถ่ว่า สิ่งใดสร้างปัญหา และ สิ่งใดจะเป็นทางออก ขจัดปมชนวนของความขัดแย้ง และ คลี่ความคลุมเครือให้ได้ ก่อนที่จะเยียวยาชดเชย

เพราะเหตุความสูญเสีย

ที่ต่างฝ่ายต่างรู้ว่า การห่ำหั่นเข่นฆ่า

ไม่ใช่ทางออกจากวังวน ของความวิบัติฉิบหาย

และ ต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่า ยังมีผู้คนอีกมากมาย ที่ชื่นชอบสถานการณ์เหล่านี้ ลิ้มลองและเสพวิกฤติเหล่านี้ หรือแม้แต่รู้ว่า ในยามบาดเจ็บล้มตาย ผู้ซึ่งสูญเสียมากมาย คือ ประชาชนคนธรรมดา มวลชนคนทั่วไปซึ่งโลดแล่น ไปตามคำประกาศบนเวที ซึ่งต่างมีใจบริสุทธิ์ ที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้องชอบธรรม และ ผู้นำ แกนนำ คนการเมือง ต่างไม่เคยบาดเจ็บล้มตาย ในระหว่างวิกฤติ

คำตอบเหล่านี้ต่างหาก ที่ถางทาง

ให้เราต้องมานั่งเจรจาความ

เพื่อทางออกของปัญหา

มานั่งพูดคุยว่า จะคลี่คลายได้อย่างไร ทำสิ่งใดให้เกิดความโปร่งใส คลี่สิ่งใดให้เกิดการเยียวยา ยอมรับความจริงว่า เราสร้างความคลุมเครือหลายประการ หรือ ในระหว่างวิกฤติ เรามีความโกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชัง เป็นเจ้าเรือนมากน้อยเพียงใด ที่ทำให้ความเป็นคนของเราลดลง

ความจริงเหล่านี้ต่างหาก

ที่ทำให้เราเห็นว่า ใครหาทางออก

และ ใครไม่เสนอทางออก จากความวิบัติบ้าง

ไม่นับรวมความ ถึงกลุ่มคนผู้หัวรุนแรง ผู้ประกาศความจริงด้วยการเข่นฆ่า แต่ตัวเอง ญาติพี่น้อง และ คนที่เขารัก กลับไม่เคยบาดเจ็บล้มตาย หรือ ตะโกนร้องต่อสู้ฆ่าฟัน ขณะที่ขาของตัวเอง อยู่ในบ้าน บนที่นอน ในห้องอันสุขสันต์ ท่ามกลางความตายของใครต่อใคร ขณที่ปากตัวเอง และ หัวใจของตัวเอง ยังตะโกนร้องให้ใครต่อใคร ฆ่าฟันกันต่อไป เพียงเพราะเชื่อว่า ถูกต้องดีงาม

สำหรับหัวใจของใครในยามนี้ ยามรีบกด Paste

ในแต่ละปากคำอย่างง่ายดาย

กับหัวใจของผู้สูญเสีย ซึ่ง Copy ภาพคนที่เขารัก

ความจริงที่เราต้องคุยกันเพื่อ ปรองดอง จึงไม่ง่ายดายเลย

  สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net