วันที่ อังคาร มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ซีอาน – ลั่วหยาง (ตอนที่ 1)


สายการบิน Business Air เปิดเส้นทางใหม่ จากกรุงเทพฯ บินตรงไปลง ซีอาน

Travel Design Air ก็เลยจัด package พิเศษ ซีอาน - ลั่วหยาง 6 วัน 4 คืน

ผมเองได้รับความอนุเคราะห์ ให้ร่วมไปกับ package นี้ ซึ่งเป็น trip แรก ที่เป็น 6 วัน 4 คืน

ความจริง Travel Design Air จัด package 5 วัน 3 คืน ไป 1 trip ก่อนหน้านี้ ไปแล้ว

ขอเชิญร่วมเดินทางไปกับ review ชุด ซีอาน - ลั่วหยาง ของผมกันเลยดีกว่าครับ

20 มีนาคม 2555 (วันแรกของการเดินทาง)

5 โมงเย็น นัดเจอกัน สนามบินสุวรรณภูมิ แต่กว่าผมจะฝ่าการจราจรที่ติดขัดไปถึง

ก็เกือบ 6 โมงครึ่งแล้ว จุดแรก เช็คชื่อกันตรงนี้ก่อนครับ

มาถึงสุวรรณภูมิแล้ว จุดแรกก็ต้องเช็คชื่อกันก่อนที่นี่

ถ้าไม่เช็คชื่อถ่ายรูป ก็เหมือนกับจะมาไม่ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

จากนั้น ก็เตรียมตัวขึ้นเครื่อง เครื่องออกประมาณ 2 ทุ่ม ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง

เราก็จะถึงที่ซีอานกันประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง (บวกทดเวลาบาดเจ็บ ข้ามเขตเวลา อีก 1 ชั่วโมง)

ก็จะถึงประมาณ เที่ยงคืนครึ่ง เวลาท้องถิ่น

เมื่อขึ้นเครื่องแล้ว หลังจากแจกผ้าเย็นกันเรียบร้อยแล้ว อย่างต่อมาก็เป็น snack

snack ก็เป็นถั่วโก๋แก่ กับเครื่องดื่ม ผมเลือกเป็นน้ำแอปเปิล

โปรดสังเกตุซองถั่วนะครับ ที่ความสูง 7 หมื่นฟุต เหนือระดับน้ำทะเล

แรงดันจากภายในซองถั่ว มีมากกว่าแรงดันจากภายนอก ทำให้ซองถั่วแลดูบวมกว่าปกติ

เหมือนจะแตกออกมาเสียให้ได้ อันนี้ ไม่ใช่ว่า ผมเอามือบีบนะครับ

ลองดูอีกมุม

หลังจากที่หิ้วท้อง หิวมาเกือบทั้งวัน เพราะเป็นวันที่ผมต้องเคลียร์งานกองมหาศาล

กับต้องวิ่งไปประชุม นู่น นี่ นั่น เลยทำให้ ผมฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่อาหารบนเครื่อง

อาหารบนเครื่องวันนี้ ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง เพราะเสิร์ฟเป็น บะหมี่ปลา

หรือ จะเลือกเป็น ข้าวผัดหมู อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ได้

นอกจากนี้ ก็ยังมีสลัดผักน้ำใส รสอร่อย

ปิดท้ายด้วย เค้กราดแยมสัปปะรด

กินกับชา และขนมปังกะโหลก ทาเนย

และปิดท้ายด้วย น้ำดื่ม Business Air

หลังจากนั้น นอนเล่นสักพัก เราก็ถึงแล้วครับ สนามบินนานาชาติ ซีอานเสียนหยาง

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ใช้เวลาบินตรง จากกรุงเทพฯ เพียงแค่ 3 ชั่วโมงครึ่ง

บินสั้น สะดวก และสบายมาก ๆ เลยครับ

จุดแรกครับ ห้องน้ำในสนามบิน โปรดสังเกตุ อาหมวย ถักเปีย เสียล่วย...ย

อุณหภูมิที่ ซีอาน (และลั่วหยาง) ช่วงนี้ลดลงต่ำถึง 0 องศา และอาจจะติดลบ

เนื่องจากผลกระทบจากพายุหิมะ ที่พัดเข้า ที่ปักกิ่ง ก่อนเรามา 1 วัน ก็เลยทำให้

อุณหภูมิเย็นยะเยือก ทั้ง ๆ สัปดาห์่ก่อน อากาศเริ่มอุ่นสบายขึ้นมาหน่อยนึงแล้ว

และนี่ก็เป็นสภาพบรรยากาศรถบัส ที่มารับเรา เข้าสู่ที่พัก และเราก็จะใช้รถบัสคันนี้

ไปตลอด trip จากนี้ไปอีก 5 วัน 4 คืนเลยครับ

นี่ครับ ที่พัก คืนแรกของเรา เราพักกันที่ โรงแรม skytel อยู่ใจกลางกรุง ซีอาน

รายล้อมไปด้วยแหล่ง shopping ของ brand name และศิลปะ วัฒนธรรมโบราณ

หอกลอง หอระฆัง และกำแพงเมืองโบราณ ซีอาน ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พัก

ห้องพัก ถึงแม้ว่าจะไม่กว้างมากนัก แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

มาดูสภาพรวม ๆ บรรยากาศภายในห้องนอนกันก่อนครับ

ที่โรงแรมนี้ เล่นอินเตอร์เน็ตได้ฟรีนะครับ แต่ว่า facebook กลายเป็นหน้าขาว ๆ แบบนี้

น้ำดื่ม ที่แจกในโรงแรม ยี่ห้อง ว่ะฮ่ะฮ่ะ ดื่มแล้ว ท่าจะหัวเราะเสียงดัง

นอนเล่นแป๊บเดียว ก็เช้าแล้ว

21 มีนาคม 2555 (วันที่ 2 ของการเดินทาง)

อาหารเช้าของโรงแรม ก็เป็นอาหารเช้าบุฟเฟต์ทั่ว ๆ ไป แต่พิเศษอยู่ตรงที่

ผู้คนที่ซีอาน ปลูกข้าวสาลีกันเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น อาหารของคนซีอาน จึงมักจะประกอบไปด้วยซาละเปา

และหมั่นโถว

นอกจากนั้น ก็ยังมีการเอาข้าวสาลี มาทำโจ๊ก เรียกว่า โจ๊กข้าวสาลี ซึ่งมีสีเหลือง ๆ แบบนี้

(หากินได้ ตามโรงแรมทุกแห่ง ตอนเช้า ๆ ก็จะมีหม้อนึง เป็น โจ๊กข้าวสาลี แบบที่เห็น)

นอกจากนี้ ก็มีเส้นก๋วยเตี๋ยวผัด รสชาดอร่อยใช้ได้เลยแหละครับ

(ซึ่งจากนี้ไปอีก 5 วัน เราก็จะกินแต่เส้นบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว ซาลาเปา และ หมั่นโถว กัน)

อาหารอย่างอื่น ๆ ก็มีนะครับ

อย่างอันนี้ เป็น ไส้กรอก รสเข้มข้นนะครับ ไม่ได้มีแต่แป้ง

เบค่อน

ไข่เจียว

หรือ ซีเรียล อาหารเช้า

ของที่ผมขอแนะนำอีกอย่างนึงเลยก็คือ เต้าหู้

เต้าหู้ที่นี่ ราดแค่น้ำซอสถั่วเหลือง หรือซี่อิ้ว (โรยผักโรย อีกหน่อย) แค่นี้ ก็อร่อยแล้ว

ต้องยอมรับอย่างนึงว่า ซี่อิ้ว ที่เมืองจีน หอม อร่อย ไม่เค็มมาก

ไม่เหมือนซี่อิ้วที่บ้านเรา ประชันกัน ที่ความเค็ม ความหอมอร่อย รสอูมามิ ขาดหายไป

และเมื่ออิ่มท้องกันเรียบร้อยแล้ว เช้านี้ เราจะนั่งรถไฟความเร็วสูง รถไฟหัวจรวด

ที่วิ่งด้วยความเร็วประมาณ 350 กม. ต่อ ชม. ข้ามเมืองไปเมืองลั่วหยางกัน

เมืองซีอาน ที่เราอยู่กันตอนนี้ อยู่ในมณฑลส่านซี

ส่วนเมืองลั่วหยาง อยู่มณฑลเหอหนาน อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ราว 400 กม. ได้

ก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. จอดเพียง 3-4 ป้าย ก็ถึงแล้ว

ที่นั่ง ก็กว้างขวาง นั่งสบาย แถมยังปรับเอนได้ นอนได้ เลื่อนเบาะได้ อีกต่างหาก

เพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลก เราก็ถึงแล้วครับ เมืองลั่วหยาง

ที่ลั่วหยางช่วงนี้อย่างที่บอก อากาศหนาวเย็นถึงติดลบ นอกเมืองหิมะตก

ส่วนในเมืองฝนตกหนัก ที่สถานีรถไฟ ก็เลยขึ้นคำเตือนว่า

ช่วงนี้ ฝนตก ถนนลื่น จะเดินจะเหินกันยังไง ก็เพิ่มความระมัดระวังกันด้วยเน้อ...

อากาศที่หนาวเหน็บ เจอฝนตก และลมแรงเข้าไป สั่นสะท้านถึงกระดูกดำกันเลย

ผิดคาดกันเป็นแถว เสื้อผ้าที่เตรียมไป ไม่พอที่จะกันหนาวกันเลย

มื้อกลางวันกันเลยดีกว่าครับ

อาหารจีน มื้อแรกของเราวันนี้ เปิดเกมเสิร์ฟแรง ด้วย ปลานึ่ง ซี่อิ้ว

อย่างที่บอกไปก่อนนี้แล้วว่า ซี่อิ้ว ที่นี่ อร่อย ไม่เค็มมาก และมีกลิ่นหอม อร่อย

ที่มาคู่กันเลยครับ เบียร์จีน

คนจีนซดเบียร์ อย่างกะน้ำ ด้วยความที่ ดีกรีของเบียร์ อยู่แถว ๆ ไม่เกิน 4

เพราะฉะนั้น ทุกมื้อ ต้องมีเบียร์จีน ประกอบเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารด้วย

ไว้ให้ซดคล่องคอ ลื่นปรื้ด ลื่นปรื้ด (เบียร์ไทย ดีกรี อยู่แถว ๆ 12)

จานต่อมา เป็นเหมือน ปลาราดซอสเปรี้ยวหวาน โรยงา

และอย่างที่บอกไปตอนต้นแล้ว อาหารหลักของที่นี่เป็น หมั่นโถว มีทุกมื้อ

แล้วก็เป็นข้าวสวย (น่าจะหุงมาจาก ข้าวสาลี)

จานต่อมา เป็น สลัดกุ้งแตงกวาดอง

ถัดมา เป็น ผักดองไม่เปรี้ยวผัดไข่

ยังไม่หมดครับ จานต่อมา เป็นหมูหมัก (แบบหมูแดง) ผัดพริกหวาน ลูกใหญ่ ๆ

จานนี้เป็นจานปริศนา เพราะหมูหมักแบบหมูแดงที่ว่า ทำให้รสของหมู ไม่เป็นหมู

หลาย ๆ ท่าน คาดเดากันไปต่าง ๆ นานาว่า ไม่น่าจะใช่หมู ซึ่งพอเฉลยว่าเป็นหมู

ทุกคน ค่อยหายใจหายคอ ได้โล่งขึ้นมาหน่อย เพราะไม่แน่ใจว่า ไอ่ที่กิน ๆ ไปนั่นน่ะ

มันเป็นเนื้ออะไร?

จานต่อมา เป็น หมูสามชั้นผัดมันเทศ (น้ำแดง) กับพริกไทดำ

ไข่เจียว (จานแรกไหม้ จนขมเลยครับพี่น้อง)

น้ำแกง มาเป็นหม้อ ออกเป็นซุปเหนียว ๆ รสชาดเข้มข้นมาก ๆ ถ้วยนี้ น่าจะเป็น กระเพาะหมูตุ๋น

มื้อนี้มีเกี้ยว เสิร์ฟมาเป็นน้ำซุป แต่ไม่ใช่ เกี้ยวซีอาน เป็นเกี้ยวน้ำธรรมดา น้ำซุป จะออกรสเปรี้ยว ๆ นิด ๆ

ไข่เจียว แก้ตัวใหม่ คราวนี้ ไม่ไหม้ เหมือนจานแรก

ผัดผัก เป็นผัดผักรวม มีดอกกระหล่ำ ผัดกับแครอท

ยังไม่หมดแค่นั้น มีเส้นหมี่ คล้าย ๆ ราดหน้า แต่น้ำไม่เหนียว และราดมาพอขลุกขลิก

จานต่อมา เป็นผัดมะเขือยาว กับพริกหวาน

แล้วก็ยังมีซุป น้ำออกข้น ๆ รสคล้าย ๆ น้ำข้าว ก็อร่อยดี

ปิดท้ายด้วย สาลี่ ฝานเป็นชิ้นบาง ๆ

กว่าจะผ่านมื้อแรกไปได้ ไม่ต้องตกใจ อาหารจัดหนัก มาเต็ม ๆ และที่สำคัญ ส่วนใหญ่แล้ว

รสชาดอร่อย ไม่มันจนเลี่ยนอย่างที่เราเข้าใจกัน

และเมื่ออิ่มท้องกันแล้ว เดี๋ยวช่วงบ่าย เราจะไปฝึกวิทยายุทธกัน ที่สำนักวัดเส้าหลินกันครับ

โปรดติดตามกันต่อนะครับ

โดย LonelyHenry

 

กลับไปที่ www.oknation.net