วันที่ เสาร์ มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หรูนอกเละในไปไม่รอด


หรูนอกเละในไปไม่รอด

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

สัญญาณเล็กๆอย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึงการล่มสลายของสังคม หรือแม้แต่อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่คือ การใช้ชีวิตอย่างฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยของคนในสังคมนั้น โดยเฉพาะชนชั้นปกครอง

ขณะที่อาณาจักรโรมันรุ่งเรือง ทรัพย์สินความมั่งคั่งจากทั่วโลกได้ไหลไปตามถนนทุกสายที่มุ่งสู่กรุงโรม เวลาบรรดาแม่ทัพนายกองและผู้ปกครองจัดงานเลี้ยงฉลองอะไรก็ตาม อาหารที่นำมาเลี้ยงมีจำนวนมากมายจนต้องมีกระโถนรอบงาน กระโถนนี้มีไว้เพื่อให้คนที่กินอาหารแล้ว หากยังไม่จุใจก็สามารถออกไปเอานิ้วล้วงลำคอสำรอกอาหารเก่าออกมาแล้วกลับไปกินอาหารอย่างอื่นต่ออีก

ความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเหล่านี้เองคือที่มาของความอ่อนแอทางจิตใจของชาวโรมัน ซึ่งทำให้ความเข้มแข็งในสมัยเริ่มสร้างอาณาจักรใหม่ๆหมดไปจนต้องล่มสลายไปในที่สุด

อาณาจักรออตโตมันเติร์กเป็นอีกอาณาจักรหนึ่งซึ่งมีความมั่งคั่งเกรียงไกรหลังสมัยอาณาจักรโรมันและปกครองแผ่นดินใน 3 ทวีปเป็นเวลากว่า 500 ปี แต่เพราะการใช้ชีวิตอย่างฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยของสุลต่านผู้ปกครอง ในที่สุดอาณาจักรออตโตมานเติร์กก็ต้องล่มสลาย

ในช่วงปลายยุคมั่งคั่งรุ่งเรืองของอาณาจักรออตโตมานเติร์ก สุลต่านบางคนชอบฟังเสียงน้ำตก เสียงหญิงสาวหัวเราะระริกระรี้ และเสียงของเหรียญทองที่หล่นลงบนถาดเงิน ด้วยความชอบเช่นนี้เองที่ทำให้สุลต่านใช้งบประมาณจำนวนมากมายไปในการสร้างระบบประปาเพื่อทำน้ำตกในฮาเร็ม ใช้เงินอีกจำนวนหนึ่งไปในการกว้านหาหญิงสาวจากยุโรปตะวันออกมาเล่นน้ำในสระ หลังจากนั้นสุลต่านจะมานั่งหรือนอนเอกเขนกโกยเหรียญทองเทลงบนถาดเงินฟังเสียงน้ำตกเคล้าเสียงหัวเราะของหญิงสาวอย่างมีความสุข

แม้อาณาจักรจะดูเข้มแข็งจากภายนอก แต่ความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยทำให้ภายในอาณาจักรออตโตมานอ่อนแอ ไม่นานนักอาณาจักรออตโตมานเติร์กก็ต้องล่มสลาย

ในทางตรงข้าม ญี่ปุ่นได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่สองและมีภาระต้องชดใช้หนี้ปฏิกรณ์สงครามเป็นจำนวนมากมายมหาศาล แต่เพราะความอดทน มัธยัสถ์ อดออม มีระเบียบวินัย รู้จักใช้ทรัพยากรที่มีอยู่น้อยนิดอย่างคุ้มค่าและความมุ่งมั่นเป็นหนึ่งเดียวของคนในชาติ เมื่อเวลาผ่านไปหกสิบปี ญี่ปุ่นกลับกลายเป็นชาติที่มีความมั่งคั่งรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจจนทั่วโลกยอมรับ

ตัวอย่างที่ตรงข้ามกันดังกล่าวมาบอกให้เรารู้ว่า ความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยคือที่มาของความอ่อนแอและความหายนะ แต่ความมัธยัสถ์ อดทน และอดออม คือที่มาของความเข้มแข็งและความมั่งคั่ง

ความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเป็นค่านิยมของคนในสังคมทุกยุค เพียงแต่รูปแบบเท่านั้นที่แตกต่างกันไป ในอดีต ความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยมีอยู่ในหมู่ของชนชั้นปกครองที่มีอันจะกินเท่านั้น ในปัจจุบัน ผู้ปกครองอาจไม่ใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเหมือนสุลต่านหรือนายทหารโรมัน แต่อยู่ในรูปของการใช้งบประมาณในอภิมหาโครงการที่ทำให้คนในรัฐบาลมีช่องทางสร้างความมั่งคั่ง ในปัจจุบัน ความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยยังเป็นค่านิยมแม้แต่ในหมู่คนที่ไม่มีอันจะกินและแม้แต่ในหมู่เยาวชนที่ยังไม่มีรายได้ด้วย ทั้งนี้เพราะรัฐบาลมีนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่เน้นความเจริญเติบโต นโยบายนี้เองที่กระตุ้นให้คนในชาติทุกระดับบริโภคอย่างไม่บันยะบันยังโดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการเงินที่ช่วยให้สามารถเอาเงินในอนาคตมาใช้ได้ก่อน นั่นคือ การเป็นหนี้ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

นอกจากนี้แล้วตัวบ่งชี้ถึงความเจริญมั่งคั่งได้ถูกวัดกันด้วยเงิน เงินจึงกลายเป็นสรณะ การทำอะไรเพื่อให้ได้เงินมาไม่ว่าจะโดยการทุจริต การค้าสิ่งผิดกฎหมาย และการขายตัว จึงเกิดขึ้นดาษดื่นท่ามกลางสิ่งที่เราเรียกกันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ

เนื่องจากนโยบายเศรษฐกิจที่เน้นการเจริญเติบโตและต้องเติบโตทุกปี พฤติกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศจึงเป็นเหมือนอึ่งอ่างที่ต้องพองตัวให้ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆจนในที่สุดมันก็ต้องตายเพราะพองตัวโดยไม่รู้จักเจียมตน

ถ้าจะเปรียบสหรัฐอเมริกาเป็นหัวขบวนรถไฟของการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ขณะนี้หัวขบวนรถไฟนี้กำลังตกรางและกำลังลากโบกี้ประเทศต่างๆที่พ่วงติดกับหัวขบวนรถไฟนี้อย่างเช่น กรีซ อิตาลี สเปน โปรตุเกส และประเทศอื่นๆตกรางได้รับความเสียหายไปด้วย

ประเทศใดที่พ่วงติดอยู่กับหัวขบวนรถไฟสายนี้ไม่ช้าไม่นานก็จะต้องตกรางล้มระเนระนาดไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดย โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม

 

กลับไปที่ www.oknation.net