วันที่ เสาร์ มีนาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สุพรรณบุรี เป็นพื้นที่รับน้ำ ปี 2555


             หลายคนดูห้วข้อแล้ว คงไม่เชื่อหรอกน่ะว่าจะเป็นได้จริงๆ เพราะพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพื้นที่สุดพิเศษ  สำหรับใครบางคนที่มีอำนาจในการบริหารจัดการน้ำในปี 2554 ที่ผ่่านมา  จนเกิดน้ำท่วมใหญ่ ความเสียหาย 1.4 แสนล้านบาทนับเป็นความเสียหายมากที่สุดตั้งแต่มีประเทศไทยมา หลายคนเชื่ออย่างนั้นจริงๆ แต่พอมีข่าวว่าเมืองสุพรรณบุรี เกิดอุบัติเหตุจุดพลุระเบิดกลางงานตรุษจีนขึ้นมา บางคนที่คับแค้นใจตอนน้ำท่วมต่างก็บอกว่า สนน. ไม่อยากเอาน้ำดีนัก เอาไฟไปก็แล้วกัน แต่เราก็อดสงสารประชาชนชาวสุพรรณบุรีที่ไม่รู้เรื่องด้วยต้องมารับกรรม

                   เมื่อปลายกลางเดือน มีนาคม 2555 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมต.มหาดไทยออกมาสัมภาษณ์ว่า"จังหวัดสุพรรณบุรี" รัฐบาลอาจจะไม่เอาเป็นพื้นที่รับน้ำตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรฯ ที่เสนอให้สุพรรณบุรี เป็นพื้นที่รับน้ำซึ่งพูดให้ดูดี ผมไม่แน่ใจว่าใครพูดจริงบ้าง คอยติดตามต่อไป
                   การบริหารจัดการน้ำในพื้นภาคกลาง พื้นที่ต้นน้ำ จากปิง วัง ยม น่าน พื้นที่บางระกำ บางกระทุ่่ม พิษณุโลก พื้นที่โพธิ์ปรเะทับช้าง ตะพานหิน  บางมูลนาก โพทะเล  พิจิตร และบึงบอระเพ็ด ชุมแสง เก้าเลี้ยว  นครสวรรค์ พื้นที่เหล่าประมาณ 550,000 ไร่ ที่รัฐบาลควรจะเก็บน้ำเอาไว้และกำหนดเป็นพื้นที่รับน้ำ ส่วนตอนกลางคือตั้งแต่อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี หากเรามาดูตามศักยภาพ การระบายน้ำจากจังหวัดนครสวรรค์ เดินทางมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีประตูระบายน้ำอยู่ 2 ฝั่ง คือฝั่งตะวันตกเริ่มจากประตูมะขามเฒ่า-อู่ทอง(ระบายน้ำได้ 35 ล.ลบ.ม. ระบายน้ำเข้าสุพรรณบุรี วนกลับมาที่แม่น้ำท่าจีนอีก) ประตูพลเทพ(320 ลบ.ม.) ระบายน้ำลงแม่น้ำท่าจีน(ไปสุพรณุบรี)  และประตูบรมธาตุ(230 ล.ลบ.ม.) ระบายน้ำลงแม่น้ำน้อยไปสิงห์บุรี อ่างทอง) ประตูระบายน้ำ 3ประตู มีศักยภาพระบายน้ำได้ถึง 585 ล้าน ลบ.ม.ต่อวินาที มีพื้นที่ประมาณ 1,100.000 ไร่เศษ ปริมาณน้ำไหลลงแม่น้ำท่าจีนลงอ่าวไทย  และแม่น้ำน้อย ลงแม่น้ำเจ้าพระยาที่บางไทร  ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันออก มีเพียง 2ประตูเท่านั้น มีศักยภาพระบายน้ำคือประตูมโนรมย์ ระบายน้ำได้ 210 ล.ลบ.ม.ลงคลองชัยนาทป่าสัก (ผ่านตาคลี สิงห์บุรี ลพบุรี) และประตูคลองชัยนาท-อยุธยา ระบายน้ำได้ 65 ล.ลบ.ม. รวมฝั่งตะวันออก 275 ล้าน ลบ.ม.วินาที มีพื้นที่ 870,000 ไร่ การบริการจัดน้ำระหว่างนครสวรรค์ ไหลมาถึงเขื่อนเจ้าพระยาเพราะปริมาณน้ำที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จะต้องไม่เกิน 2,000 ล้าน ลบ.ม. เพราะลำน้ำเจ้าพระยา ช่วงพื้นที่สิงห์บุรี อ่างทอง แคบมากๆ จะมีปัญหาตลอด อย่างเช่นปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำ 4,000 ลบ.ม. ทำให้น้ำล้นจนประตูระบายน้ำบางโฉมศรี รับไม่ไหว จนพัง และพังตามอีกทั้ง 13 จุด ซึ่งทำให้น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดลพบุรี และเลยเข้าไปนิคมโรจนะ นวนคร ฯลฯ ตรงนี้ รัฐบาลจะต้องให้ความใส่ใจให้มากๆ จะต้องเป็นธรรมและเท่าเทียมโดยคำนึงศักยภาพประตูระบายน้ำ และพื้นที่รองรับน้ำ การระบายน้ำฝั่งตะวันตกเริ่มจากประตูมะขามเฒ่า-อู่ทอง และประตูพลเทพ จะต้องดำเนินการเพื่อโรยน้ำลงมา และแบ่งน้ำออกไปสุพรณบุรีบ้าง  และฝั่งตะวันออกก็เช่นกันจะต้องเฉลี่ยน้ำให้มากที่สุด บทเรียนปีที่ผ่านมา การปล่อยน้ำโดยวิธีกรณีพิืเศษ จนควบคุมไม่ได้ สร้างความเสียหายมากมายขนาดไหน แต่มาวันนี้เชื่อใจรัฐบาลไหม๊ เชื่อถือยากทั้งๆที่วันนี้ (31 มีนาคม 55) นายกรัฐมนตรีไปเปิดโรงานรถยนต์ฮอนด้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับชาวต่างชาติ แต่คนไทยด้วยกันยังไม่เชื่อเลยว่าท่านจะบริหารจัดน้ำที่เป็นธรรมได้อย่างไร  อย่าไปฝันหวานถึงต่างชาติเลยครับ เอาแค่คนไทยด้วยกันดีกว่า ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรี ไปที่เขื่อนเจ้าพระยา ก่อนน้ำท่วมใหญ่ พอท่านกลับประตูพลเทพก็ปิดสนิท เหมือนเดิม ใครหลอกใครกันแน่ ดังนั้น บทเรียนปีที่ผ่านมา รัฐบาลจะต้องมาดูแลเอง ลางสังหรณ์ว่าหากน้ำเท่ากับปีที่แล้วมา ท่วมเหมือนเดิม และการกำหนดพื้นที่รับน้ำ ที่ รมต.มหาดไทยเป็นคนดูแลนั้น แค่คิดก็ไม่เป็นธรรมแล้ว บอกว่า"สุพรรณบุรี"เป็นพื้นที่อยู่ใกล้ กทม.เกินไป อาจจะไม่เอาเป็นพื้นที่ตามข้อเสนอของ รมว.เกษตรฯที่จริงพื้นที่สุพรรณบุรี คณะทำงานของนายเจษฎา แก้วกัลยา เป็นประธานพิจารณา นั้น ก็ไม่ได้กำหนดให้สุพรรณบุรี เป็นพื้นที่รับน้ำตั้งแต่แรกแล้ว เพราะกำหนดเอาพื้นที่ชลประทานโครงการเจ้าพระยาใหญ่ 11 โครงการ ทั้ง 2 ฝั่งคือฝั่งตะวันออก ตั้งแต่มโนรมณ์ ช่องแค โคกกะเทียม มหาราช เริงราง และฝั่งตะวันตก บรมธาตุ ชัณสูตร ยางมณี ผักไห่ บาง เจ้าเจ็ดบางยี่หน เป็นพื้นที่รับน้ำอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว ใหนล่ะ "สุพรณบุรี" 4.7 ไร่ ตามข้อเสนอของนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่จะรองรับน้ำร่วมกัน การกำหนดในลักษณะเช่นนี้ ประตูฝั่งตะวันตก 2 ประตูคือมะขามเฒ่า อู่ทอง และพลเทพ คือไม่ต้องเปิดรับน้ำนอง รมต.มหาดไทย มาพูดให้ดูดี แต่ที่จริงแล้ว สุพรรณบุรี ไม่มีตั้งแต่แรกแล้ว ดังนั้น ความเชื่อมั่นในการบริหารจัดน้ำ ว่าจะมีความเป็นธรรมเกิดขึ้นได้หรือไม่ ส่วนแม่น้ำท่าจีนด้านล่างนครปฐม บางเลน นั้นก็รับน้ำไปเต็มๆ ดังนั้น ไม่แปลกใจหรอกว่า การบริหารจัดการน้ำ ถ้าปริมาณน้ำมากเหมือนปีที่ผ่านมาจะท่วมเหมือนเดิม เพราะ กระทรวงเกษตรฯคิดไว้แล้ว น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ฝั่งตะวันออกระบายน้ำ 800 ล้าน ลบ.ม. เข้าทุ่งนา และฝั่งตะวันตกระบายน้ำ 940 ล้าน ลบ.ม.เข้าทุ่ง ระยะการระบายน้ำคำณวนแล้วว่าใช้เวลา 21 วันเท่ากับปี 2554 ซึ่งหากทำกันอย่างนี้ และพื้นที่สุพรรณบุรี ก็อยู่รอดปล่อยภับเหมือนเดิม แต่พองบประมาณเร่งด่วนปี 2554 กรมชลประทานได้รับการอนุมัติมา 6,000 กว่าล้านบาท เอาไปลงฝั่งตะวันตก 2,500 ล้านบาท ส่วนฝั่งตะวันออกได้แค่ 1,600 ล้านบาท ทั้งๆที่น้ำท่วมจนไำม่มีแผ่นดินอยู่ ก็ไม่ว่ากัน แต่ในปีนี้ขอให้รับน้ำมากๆหน่อยก็แล้วกัน 

โดย ปลัดศักดิพงศ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net