วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ช้างโด่ง พี่ชายที่แสนดีที่สุดในโลก


"ช้างโด่ง" เป็นชื่อที่ป้า ๆ ตั้งให้ตอนพี่โด่งคลอด
เพราะเป็นหลานชายคนแรกที่หน้าตาน่ารัก อ้วนท้วนน่าเอ็นดู
ชีวิตในวัยเด็กของพี่ชายเราเป็นเด็กที่ซนและฉลาด
เหมือนเด็กผู้ชายทั่ว ๆ ไป และหวงน้องสาวคนนี้มาก...ไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน
"พี่โด่ง" เป็นลูกชายของลุง เกิดที่ จ.ลพบุรี
แต่ด้วยความที่ป้า ไม่มีลูกเลยขอรับเลี้ยง "พี่โด่ง"
ที่บ้านที่อ่างทอง เราเลยสนิทกัน...



แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ขณะที่พี่โด่งอยู่ชั้น ป.6
พี่เค้าก็ไปเล่นกับเด็กผู้ชายแถวบ้านตามปรกติ
แต่....พอวิ่งเล่นแล้วล้มลง...พี่ชายเราคนนี้กลับไม่มีแรงลุกขึ้น
แต่ก็ไม่พูดอะไร เพราะตัวเองก็คิดว่าไม่เป็นอะไรมาก

หลังจากนั้นผ่านไปไม่นาน "พี่โด่ง"เริ่มผิดปรกติมากขึ้น
ร่างกายเริ่มไม่มีแรง...แขน ขา ไม่มีแรง ด้วยตอนนั้นเราเด็กมากก็ยังไม่รู้ประสา
ก็คิดว่าพี่ชายไม่สบายเฉย ๆ
จนกระทั่ง "พี่โด่ง" ต้องหยุด ร.ร. เพราะอาการหนักขึ้น

ป้า แม่ และลุง พาพี่เค้าไปรักษา หลายที่
ทั้งเจาะเลือด ตัดชิ้นส่วนเนื้อไปพิสูจน์
ปรากฏว่า "พี่โด่ง" เป็น
โรคกล้ามเนื้อไม่มีแรง
ในขณะนั้น คือเป็นมากแล้ว ครอบครัวเราก็พยายามกันเต็มที่
ไม่ว่าทางไหน ทั้งหมอปัจจุบัน และหมอแผนโบราณ
แต่ทุกอย่างก็ไม่ดีขึ้น...แต่เรายอมรับว่าพี่ชายเราคนนี้เข้มแข็งมาก
ไม่เคยบ่น ไม่เคยย่อท้อกับโรคนี้ แม้กระทั่งเดินไม่ได้
ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้ว พี่เราก็ไม่เคยสร้างความลำบากให้ใคร


ซ้ำร้ายไปกว่านั้น หมอวินิจฉัยว่ากล้ามเนื้อพี่โด่ง
จะค่อย ๆ เสื่อมลง เต็มที่จะอยู่ได้ถึง
อายุ 20 ปี
ทุกคนในบ้านได้แต่ทำใจ ในขณะที่พี่โด่งยืนยันว่า "หนูไม่เป็นไร"


ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี
"พี่โด่ง" จะมี "ป้าทองโกย" ดูแลตลอด
เรียนหนังสือคริสต์จากรายการวิทยุจนได้ใบประกาศ
หัดซ่อมวิทยุ, โทรทัศน์ และเรียนรู้ทุกสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัว
ทำให้พี่โด่งเป็นอัจฉริยะที่ไม่แพ้คนปรกติ

จนกระทั่งปี 2547 วันมาฆบูชา
และใกล้จะถึงวันเกิดครบรอบ 30 ปี
(ตอนนั้นพี่โด่งอายุ 29 ย่าง 30)
เราได้รับโทรศัพท์จากแม่ว่า
"รีบกลับบ้านเร็ว โด่งเป็นอะไรไม่รู้เรียกไม่รู้สึกตัว"
เราได้แต่บอกแม่ว่า
"แม่เอาโทรศัพท์ไปใกล้ ๆ โด่งหน่อยหนูจะคุยด้วย"
น้ำตาเราก็ไหลออกมาไม่รู้สึกตัว แล้วเราก็คุยกับโด่งว่า
"โด่ง นี่เค้านะเป็นอะไร ตื่นได้แล้ว รอเค้านะเดี๋ยวเค้าไปหา"
แล้วรีบบอกแม่ว่าให้พาโด่งไปร.พ.
แต่ที่บ้านบอกว่าหมอก็อยู่ที่บ้านแล้ว...และบอกให้เราทำใจ


.........สักพักไม่นาน...........
แม่ก็โทรมาบอกว่า
"พี่โด่งไปแล้ว...จากเราไปแล้ว..."
เราได้แต่อึ้ง เงียบและร้องไห้ออกมา
น้ำตาไหลตลอดทางตั้งแต่ กทม. ถึงอ่างทอง
และคิดว่า
"ไม่จริง โด่งรอเราอยู่"

พอไปถึงอ่างทองเราวิ่งเข้าไปกอดและจับมือโด่งบีบเบา ๆ
..........แล้วก็ได้แต่คิดว่า...........
"ทิ้งเค้าไปทำไม ทำไมไม่รอเค้า ทำไมไม่ไปด้วยกัน ไหนว่าจะอยู่ด้วยกันไง"

....ณ วันนั้นถึงวันนี้
เราไม่เคยลืม....
เรายังเสียใจ และคิดถึง "พี่ชายที่แสนดี" คนนี้มาก ๆ
เราได้แต่ภาวนาว่า ถ้าชาติหน้ามีจริง
เราจะขอกลับมาเกิดเป็นพี่น้องกันอีก...ทุกชาติไป 

เรื่องราวด้านบน ดิฉันเคยเขียนไว้ใน BLOGGANG

แต่วันนี้...ความรู้สึกคิดถึงมันทำให้รู้สึกว่าอยากจะกลับมาอ่านข้อความด้านบนอีก

และก็อยากจะบันทึกสิ่งที่เขียน...ข้อความเก่า ๆ นั้น...ลงใน OKNATION

นับจาก วันนั้น...จนวันนี้...ผ่านมาหลายปี แต่...ความทรงจำเหล่านี้...เราไม่เคยลืม

หลับให้สบายนะ "พี่ช้างโด่ง" ... สักวันเราคงได้พบกัน

22 ก.ค. 2550 (วันที่คิดถึงพี่ชายคนนี้...อีกแล้ว...)

 

โดย YOKUJUNG

 

กลับไปที่ www.oknation.net