วันที่ พุธ เมษายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นกหวีด...สร้างสงคราม


นกหวีด...สร้างสงคราม


 

เสียงนกหวีดนับได้ว่าเป็นเสียงสัญญาณที่ใช้ในงานเพียงไม่กี่อย่าง หลัก ๆ ก็คือการกีฬา แต่ในบ้านเราก็ใช้สำหรับการจราจรด้วย ที่จะได้ยินกันจนคุ้นหู แต่ไม่นับรวมหนังเรื่อง บ้านผีปอบที่เคยใช้มุก ถ้าอยากขอความช่วยเหลือให้เป่านกหวีด บังเอิญวิ่งหนีผีเพลินไปหน่อย เลยกลืนนกหวีดไปติดคอ หายใจเข้าหายใจออก ก็ได้ยินเสียง และทำให้ “ปอบ” หาเจอ นี่เป็นมุกตลกสมัยเด็ก ๆ ที่ดูแล้วขำมาก

การกีฬา ก็ไม่ได้ใช้ เสียงนกหวีดตัดสินเสมอไป ส่วนใหญ่กีฬาที่เคลื่อนไหวเป็นทีมจะสำคัญมากในการตัดสิน และเสียงนกหวีดจึงต้องเป็นเสียงอันศักดิ์สิทธิ์เที่ยงธรรม  ในที่นี้ ผมกำลังพูดถึง “ฟุตบอล”

ฟุตบอล TPL ลีคสูงสุดของไทย ก็เริ่มกันมาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2555 รวมถึงนัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2555 เป็นนัดที่ 4 กันแล้วในฤดูกาลนี้

เมื่อวานผมก็ไม่พลาดที่ตีตั๋วไปนั่งชม การแข่งขันระหว่าง สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี (BGFC)  แข่งกับ พัทยา ยูไนเต็ด ในชั้นเชิงสำหรับนัดนี้ บางกอกกล๊าส มีภาษีเหนือกว่า เพราะ 3 นัดที่ผ่านมา ยังไม่เคยแพ้ใคร คือ ชนะวัวชน เสมอ ชลบุรีกับเมืองทอง นัดนี้ถือว่า น่าจะเก็บชัยชนะได้

เมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศชื่อผู้ตัดสิน ผมจำไม่ได้ และไม่รู้จักหรอก แต่พอผลการตัดสินออกมา ต้องรีบกลับไปค้นชื่อเสียงเรียงนาม จนรู้ว่า กรรมการตัดสินในสนามคือ นายมงคลชัย เพชรศรี  เมื่อค้นประวัติใน google  จึงได้เห็นผลงานของท่านมากมาย ในส่วนของ คอมเม้นท์จากแต่ละเวป มีแต่เรื่องราวที่ทิ้งไว้ซึ่งความคั่งค้าง คาใจเป็นยิ่งนัก

กลับมาถึงผลการแข่งขันที่เป็นปัญหา เมื่อ บางกอกกล๊าส เสมอกับ พัทยา 1-1 แต่เป็นผลทำให้แฟนบอลของ บีจี เกิดการประท้วงและมีเรื่องวุ่นวายกันหลังเกมการแข่งขัน เนื่องจากว่าไม่พอใจการตัดสินของกรรมการ  เนื่องจาก บีจีเอฟซี ยิงเข้าถึง 2 ประตู แต่กรรมการไม่ให้ กลายมาเป็นมูลเหตุของความไม่พอใจของกองเชียร์เป็นอย่างมาก



ผมเชียร์ บีจีมาตั้งแต่ปี 2010  รู้ว่า แฟนบอลบีจีไม่เคยเป็นแบบนี้ คงเหลืออดเหลือทนกันจริง ๆ เลย

ผมพยายามทำความรู้จักกับ “นายมงคลชัย เพชรศรี” ว่าเป็นใครมาจากไหน ก็ไม่ค่อยมีเนื้อหาสาระอะไร ยกเว้นกระทู้โพสต์ด่า ที่มีอยู่มากมาย รวมถึคงคู่ของ เมืองทอง ที่แข่งกับ บีอีซีเทโรด้วย ...แฟนบอลต่างฝากให้จดจำเอาไว้

แต่น่าแปลกใจมาก ที่ผู้ตัดสินอัน “ลือชื่อ” ของไทยเหล่านี้ ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมฯ เช่นข่าวนี้...

“ขณะที่อีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์อย่างศึกลูกหนังฉลองเอกราชประเทศบรูไนซึ่งจะเป็นการฟาดแข้งของชาติทีมชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ของชาติย่านอาเซียน ซึ่งรายการดังกล่าวทางเจ้าภาพอย่างประเทศบรูไนได้ส่งหนังสือเทียบเชิญผู้ตัดสินของไทยให้เข้าร่วมทำหน้าที่ โดยงานนี้ทางสมาคมฟุตบอลฯได้ส่งชื่อ 2 ผู้ตัดสินฟีฟ่าอีลิทอย่าง มงคลชัย เพชรศรี (ผู้ตัดสิน) และ มานพ ปานสาคร (ผู้ช่วยผู้ตัดสิน) เพื่อร่วมทำหน้าที่ในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว...” ชัดไหมละครับท่าน

นอกจากนี้ ไทยเรายังดีใจกับ “ถนอม บริคุต” ที่เคยเป็นผู้ต้องหาวางระเบิดให้หัวหน้าตัวเองไปสู่สรวงสวรรค์มาแล้ว และเคยตัดสินให้แฟนบอลบีจีได้จดจำ นัดที่ไปเสมอกับราชนาวี เมื่อสองปีที่แล้ว ไม่แน่ใจว่าหลุดคดีหรือพ้นโทษ ได้ไปตัดสินบอลคู่ของ (เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ ๑)  เกาหลีใต้ เปิดบ้านพบ อุซเบกิสถาน วันที่ 25 ก.พ.2555 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นนัดกระชับมิตร

น่าแปลกที่ผู้ตัดสินเหล่านี้ กลับตัดสินบอลไทยแบบค้านสายตาคนไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งผมรู้สึกเป็นห่วงสวัสดิภาพของท่านกรรมการเหล่านนี้จริง ๆ ดีไม่ดีอาจจะเสียชีวิต ทิ้งลูกไว้เป็นภาระของภรรยา เพราะเคยเกิดคดีเช่นนี้มาแล้ว

ผมไม่รู้ว่า กรรมการ ตัดสินถูกหรือผิด เพราะผมไม่ใช่กรรมการ แต่ถ้าเป็นผม ผมคงตัดสินเป็นอย่างอื่น คนเรามีทางเลือกที่ดีเสมอ เพียงแต่คุณจะเลือกหรือไม่ก็เท่านั้น ทางเดินไปสวรรค์กับนรก มันก็เปิดกว้างพอ ๆ กัน การทำความดีกับความเลว ก็มีทางผ่านขนาดเดียวกัน แต่ไม่รู้จิตใจของคนเราจะถูกนำพาไปด้วยสิ่งใดก็ไม่อาจทราบได้ ถ้าสิ่งที่กรรมการทำ เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ก็สมควรยกย่อง แต่ถ้าไม่ใช่ก็เป็นเรื่องที่อัปยศอดสูยิ่งนั่ง ไม่มีจรรยาบรรต่อวิชาชีพของตน เสื่อมเสียไปทั้งตระกูล ลูกเมียจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน พวกเขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ถ้าเกิดมีคนไปทักว่า “ไอ้ลูกคนขี้โกง” มันน่าสงสารเด็กมากนะครับผมว่า

อาชีพ “กรรมการ” ผมว่ามีศักดิ์และศรีเท่ากับ “ผู้พิพากษา” เลยทีเดียว เพราะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด แต่ยิ่งไปกว่าผู้พิพากษา คือการตัดสินด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และด้วยสติปัญญา ในเวลาอันน้อยนิด  ในศาลจะมีการสืบพยานทั้งโจทย์และจำเลย หาหลักฐานมาสู้กัน ผู้พิพากษาใช้ข้อมูลเหล่านั้นมาพิจารณา  แต่ในสนามนั้น แค่พริบตาเดียวก็พลาดไม่ได้ ดังนั้น ผู้ตัดสิน ต้องแม่นยำ ต้องมีไหวพริบ ต้องมีสติรอบคอบ อยู่ตลอดเวลาการแข่งขัน เพราะนั่นคือ “ผลงาน” ของตัวเอง งานดีคืออนุสาวรีย์ของเรา

ผลของการตัดสินฟุตบอลหลายต่อหลายนัดของกรรมการ ก่อให้เกิดความวุ่นวายตามมา บางครั้งแฟนบอลทะเลาะตีต่อยกันเอง บางครั้ง แฟนบอล ทำร้ายกรรมการจนได้รับบาดเจ็บ ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ และมีหลายครั้งที่ต้องมีการประท้วงการตัดสินของคณะกรรมการ  เหล่านี้มันสื่อถึงอะไร

 

ถ้า “กีฬาเป็นยาวิเศษ”  กรรมการห่วย ๆ ก็คงเป็น “ยาบ้า” ทำลายได้ทุกอย่างทั้งเกมและบรรยากาศของการแข่งขัน

ถ้าลองไปค้นหาในเวปดู หรือแวะเข้าไปอ่านในเวปบอร์ดเกี่ยวกับฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นไทยแลนด์สู้ ๆ หรือ ของสโมสรฟุตบอลต่าง ๆ เราจะได้เห็นว่าพวกเขา “สวดกรรมการเละ” และที่น่าแปลกคือ เป็นกรรมการคนเดียวกันที่มีปัญหาซ้ำ ๆ แต่ไม่โดนลงโทษอะไรร้ายแรงเลย แถมยังได้รับการสนับสนุนอีก....น่าสมเพศเวทนาการกีฬาของไทยจริง ๆ

หรือจะมีแต่ “ความตาย” เท่านั้น ที่จะหยุดยั้งสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้

แต่คนเราควร “ตาย” อย่างสมเกียรติมากกว่า ตาย อย่างไร้เกียรติ ถูกเหยียดหยามประนามจากผู้คน

 

ผมอยากรู้เหลือเกินว่า กรรมการห่วย ๆ หัวใจเขาทำด้วยอะไร และ

อยากรู้จริง ๆ ว่าเคยสำนึกในสิ่งที่ตัวเองตัดสินไปหรือไม่

 

สิ้นเสียงนกหวีดลง กลับกลายเป็นเรื่องเศร้า มีแต่เรื่องวุ่นวาย และอารมณ์ที่ขุ่นเคืองกัน  มันคุ้มเหรอ ที่ทำแล้วผลเป็นแบบนี้  มีดีแล้วเหรอที่เราทำหน้าที่ “บกพร่องโดยสุจริต”  มันจะทำให้สังคมและประเทศชาติเราพัฒนาไปได้ดีอย่างไร มันเป็นแบบอย่างที่ดีต่อลูกหลานแล้วหรือ ...


มาดูคลิปกันครับ จะสังเกตุเห็นลูกที่ บางกอกกล๊าสยิงเข้า 2 ลูกที่กรรมการไม่ให้

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net