วันที่ เสาร์ เมษายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขายขวดในโซเวียต เบิกบานอุรา


ผมเริ่มสัมผัสกับเบียร์อย่างเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรกในชีวิต ก็ตอนไปเรียนหนังสือระดับมหา วิทยาลัยชั้นปีที่ 1 ที่โซเวียตครับ วันแรกรู้สึกว่าจะซัดไป 4 ขวด รวมปริมาณ 2 ลิตร เมาสลบไปเลย คนที่ชวนเมา ก็เป็นรูมเมทของผมเอง หมอมาจากมองโกเลีย แต่เรียนหนังสือเป็นพี่ผม 1 ปี หลังจากนั้น เวลาว่างๆจากการศึกษาเล่าเรียน เราก็ซัดเบียร์กันเป็นประจำ มึนบ้าง เมาบ้าง ก็ว่ากันไป

หลังเบียร์หมดขวด รูมเมทของผมก็สอนว่า ขวดเบียร์นั้นอย่าทิ้ง เพราะว่ามันมีค่ามีราคา สามารถเอาไปขายได้

จากประสบการณ์ในเมืองไทย ทำให้ผมไม่ค่อยได้ใส่ใจกับคำพูดของเพื่อนมากนัก เพราะก็รู้ๆกันอยู่ว่า บ้านเรา ขวดเบียร์แทบไม่ได้มีราคาค่าตัวอะไรเลย คนที่นิยมเก็บขวดเบียร์มาขายก็มักจะเป็นพวกคนเฒ่าคนแก่ แม่บ้านที่ไม่ค่อยมีสะตุ้งสตางค์ สมัยนั้น เท่าที่จำได้ ขวดเบียร์เปล่าบ้านเรา ขายได้ขวดละสลึงมั้ง ผู้คนจึงชอบโยนมันทิ้งมากกว่า ทั้งๆที่ขวดยังใหม่ๆอยู่ โลกยังใช้มันไม่คุ้มเลย และผมก็สงสัยตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ว่า ทำไมผู้คนจึงรังเกียจขวดเบียร์



แต่เมื่อเพื่อนบอกให้เก็บ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็เก็บตามที่เพื่อนผู้มากประสบการณ์บอก เราก็เลยใช้ตู้เสื้อผ้าที่เหลือ 1 ตู้ เป็นที่เก็บขวดเบียร์เปล่า บางที เรากินจนตู้เก็บขวดเบียร์เต็ม พอเวลาเปิดประตูที ขวดไหลออกมากอง ก็บ่อยครั้ง

มีอยู่วันหนึ่ง ด้วยความที่เรากินเบียร์กันมากไปหน่อย เงินของเราทั้งสองเกิดหมดก่อนจะถึงสิ้นเดือน ที่ทางมหาวิทยาลัยจะจ่ายทุนให้กับเรา

ตัวผมนั้น ก็กระวนกระวายอยู่ในใจว่านี่ตูจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อข้าวกินวะเนี่ย จะไปยืมเพื่อนก็ไม่กล้า ไอ้เราก็เพิ่งจะย้ายมาอยู่ใหม่ๆ จะไปสร้างความสนิทสนมกับคนอื่นมากเกินเหตุด้วยการไปขอยืมเงินก็คงจะไม่เหมาะ แต่ไอ้รูมเมทผม ซึ่งก็เงินหมดด้วยเหมือนกัน กลับไม่เห็นมันจะเดือดร้อนอะไรเลย



ในวันนั้น หลังเลิกเรียน เมื่อกลับมาถึงหอ ไอ้รูมเมทผมก็ชวนเลย “ ไป......ไปหาเบียร์กินกัน “ ว่าแล้ว หมอก็เอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ที่ผมใช้ใส่เสื้อผ้าตอนเดินทางมาเรียนที่โซเวียต มาใส่ขวดเบียร์เปล่าที่เราเก็บไว้ ใส่จนเต็มเอี๊ยด แล้วก็ยังเหลือขวดอยู่ในตู้อีกหลายสิบขวด ว่าแล้วมันก็แบกกระเป๋า พาผมเดินลงจากหอ ไปทางหลังไปรษณีย์กลาง ซึ่งห่างจากหอเราราว 1 กิโลเมตร ก็จะพบร้านรับซื้อขวด ซึ่งก็ถือว่าอยู่ใกล้หอของเรามาก

ในร้านมีพนักงานแก่ๆอยู่คนเดียว เป็นผู้หญิง พอมาถึงเราก็เอาขวดออกจากกระเป๋า เอาวางบนกระบะไม้เพื่อควมสะดวกในการนับ กระบะแบบนี้สามารถใส่ขวดเบียร์ได้กระบะละ 20 ขวด  จากนั้นก็ส่งให้พนักงาน ซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจว่าขวดแตกหรือไม่ โดยการใช้นิ้วลูบปากขวด หลังจากเสร็จสรรพ ก็คิดเงินให้เราครับ

จากที่คิดว่า เราคงจะได้เงินไม่กี่รูเบิ้ล ปรากฏว่าวันนั้น เรารวยครับ และเราก็เมากันอีก เพราะเราได้เงินมามากมายในแบบที่ผมต้องเก็บมาคิด และจดจำเรื่องการขายขวดในครั้งนั้น แม้วันเวลาจะผ่านมานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม



เพราะว่า ราคาขวดเบียร์เปล่านั้นเกือบเท่ากับครึ่งหนึ่งของราคาเบียร์

ในยุคนั้น เบียร์ขวดขนาดครึ่งลิตรราคาประมาณ 50 โกเปค แต่เมื่อเราซดน้ำไปหมดแล้ว ขวดเบียร์เปล่ายังมีราคาถึง 20 กว่าโกเปค ซึ่งก็เท่ากับว่าซื้อเบียร์ 1 ลัง ได้แถมเบียร์อีกเกือบครึ่งลัง

ถ้าใช้ราคาเบียร์สิงห์บ้านเราเป็นเกณฑ์ ก็จะประมาณได้ว่า ขวดเบียร์เปล่าบ้านเราควรมีราคาขวดละ 20 กว่าบาท

ในโซเวียต เรื่องนี้ มีเขียนเอาไว้ที่ฉลากบนขวดเบียร์ทุกขวดครับ โดยมีการระบุเอาไว้เสร็จสรรพว่า เบียร์ขวดนี้มีราคาเท่าไหร่ แยกเป็นราคาขวดเปล่าเท่าไหร่ และราคาน้ำเท่าไหร่

ในโซเวียตนั้น ไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องแพ็คเกจสินค้าสักเท่าไหร่ เรียกว่า มีให้กินให้ซื้อได้ก็พอแล้ว ขวดเบียร์ของเรา จึงกลายเป็นขวดครอบจักรวาล เพราะนอกจากใช้บรรจุเบียร์ทุกยี่ห้อแล้ว มันยังถูกนำไปใช้บรรจุอย่างอื่นๆ เช่นน้ำผลไม้ ว๊อดก้า น้ำยาล้างส้วม และอื่นๆที่มีปริมาณครึ่งลิตร

นอกจากขวดเบียร์แล้ว ขวดอื่นๆที่ยังนำมาขายที่นี่ได้ ก็มีขวดนมสด กระปุกโยเกิร์ต ขวดว๊อดก้า ซึ่งก็คือกลุ่มขวดยอดนิยม ที่ใช้กันมากในชีวิตประจำวัน

หลังได้รับขวดจากประชาชนไป ทางโรงงานก็จะนำมันไปทำความสะอาด และนำกลับมาใช้ใหม่ ไม่ได้นำไปหลอมละลาย แล้วเป่าออกมาเป็นขวดใหม่ให้เปลืองทรัพยากร

คำว่าบริษัทจึงไม่มีอยู่จริงเมื่อพูดถึงเรื่องขวด ขวดเป็นเสมือนทรัพยากรของส่วนกลาง ที่ทุกบริษัทสามารถใช้ได้เหมือนกันหมด การจัดการ



เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว โรงงานที่ดูแลเรื่องการนำขวดเก่า มาทำความสะอาด เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ก็ไม่ต้องวุ่นวายมากมายกับการคัดเลือกว่าขวดนั้น ใช้กับบริษัทนี้ ขวดนี้ใช้กับบริษัทนั้น เพราะ ว่ามันใช้ด้วยกันได้ทั้งหมด กระบวนการเรื่องนี้จึงสะดวก และได้ผลอย่างมาก

และเมื่อขวดเปล่าราคาดี คนก็เอาขวดมาขายคืนเป็นจำนวนมาก โรงงานผลิตขวดก็ไม่ต้องผลิตขวดใหม่ๆออกมามากมาย เนื่องจากขวดเก่า ที่วนเวียนอยู่ในตลาดมีเป็นจำนวนไม่น้อย และการที่ขวดถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้าง ผู้คนจึงเห็นความสำคัญของมัน ไม่ได้ทิ้งให้เสียเปล่า และการได้เงินจากการขายขวดเป็นจำนวนมาก ก็ทำให้ความอายในการนำขวดมาขายลดลงมาก

ในสมัยนั้น ผมไม่รู้จักคิดหรอกครับเรื่องแนวความคิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ผมรู้อย่างเดียวว่า แนวความคิดแบบนี้เจ๋งดี เพราะมันประหยัดน้ำประหยัดไฟที่นำไปใช้ในการผลิตขวดใหม่ๆขึ้นมา คือผมแค่รู้สึกเสียดายขวดเบียร์ แต่พอในยุคปัจจุบัน วิธีการแบบนี้ มันเจ๋ง เสียยิ่งกว่าเจ๋ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคโลกร้อน

แต่มีข่าวว่า ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป รัสเซีย คาซัคสถาน และเบลารุส จะห้ามเอาขวดเหล้าขวดเบียร์ และขวดอาหารสำหรับเด็กกลับมาใช้ใหม่ อันนี้ผมไม่ได้ติดตามข่าว แต่รู้สึกว่า เหตุผลของเรื่องนี้เป็นเรื่องควมปลอดภัยทางด้านสุขภาพของผู้บริโภค ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ผมก็ก็รู้สึกเสียดายครับ

จริงๆแล้วก็เสียดายมาตั้งนานแล้วหละ เพราะหลังเปลี่ยนแปลงประเทศจากสหภาพโซเวียตมาเป็นรัสเซีย ราคาขวดเปล่าก็ไม่ได้สูงมากเช่นแต่ก่อนแล้ว แต่เรียกได้ว่า ลงอยู่ในระดับเดียว กับราคาขวดเปล่าในเมืองไทยก็ว่าได้ คือขวดละบาทขวดละ 50 สตางค์ หรือระดับแทบจะไร้ค่า

เขียนมาเสียยืดยาว ก็แค่อยากให้บ้านเรา เอาแนวคิดเรื่องนี้ไปทำบ้างครับ คงจะช่วยโลกได้เยอะทีเดียว เพราะผมไม่คิดว่าการนำขวดเก่า กลับมาใช้อีกครั้ง จะเป็นเรื่องสกปรกซกม๊กอะไร เลย

เอาภาพศูนย์รับซื้อขวดในรัสเซีย และโรงงานเบียร์แห่งหนึ่งชื่อ บัลติก้า ซึ่งนำขวดเก่ากลับมาใฃ้ใหม่มาให้ดูกันครับ



นี่เป็นตัวอย่างของขวดที่ศูนย์แห่งนี้รับซื้อครับ โปรดสังเกตราคาขวด ราคาถูกมากๆ 1 รูเบิ้ล ก็พอๆกับ 1 บาทไทยนั่นแหละครับ

สำหรับโรงงานเบียร์แห่งนี้  มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก และก็มีโรงงานเบียร์แห่งหนึ่งอยู่ที่เมืองนี้ด้วย พวกเขาทำงานร่วมกับศูนย์รับซื้อขวดจากประชาชน 4,500 แห่งทั่วประเทศ ที่จะรับซื้อขวดเบียร์เก่าของบริษัท และจัดส่งให้บริษัทนำกลับมาใช้ใหม่



นี่เครื่องล้างขวดของบริษัท พวกเขาใช้ของเยอรมัน ซึ่งเป็นเครื่องล้างขวดที่แพงที่สุดในตลาด มันล้างได้ชั่วโมงละ 6 หมื่นขวด แต่ละขวดใช้เวลาอยู่ในเครื่องราว 30- 40 นาที ขวดไหนล้างออกมาแล้ว ไม่ใสแจ๋ว ไม่เกณฑมาตรฐานการตรวจสอบ จะต้องถูกส่งกลับไปเข้าเครื่องใหม่ อีกรอบ







อันนี้เป็นฉลากที่ลอกออกมาจากขวดเก่า ไม่ได้เอาไปทิ้งนะครับ แต่เอาไปทำให้แห้ง เพื่อนำกลับมารีไซเคิลใหม่



ในขณะที่ขวดเก่าเข้าสู่กระบวนการล้าง ( ด้านล่าง )  ขวดที่ล้างแล้ว ก็ถูกนำไปบรรจุเบียร์เรียบร้อย ( ด้านบน )

ไม่รู้จริงๆว่า ตอนนี้ทางการเขาสั่งห้ามในเรื่องนี้แล้วหรือยัง

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net