วันที่ พุธ เมษายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จดหมายเปิดผนึกจาก เนวิน ชิดชอบ กับเรื่องราวร้อนๆ เงิน 200 ล้านอยู่ที่ไหน...Update การประกาศถอนตัวของ สยามสปอร์ต


สองสัปดาห์ที่ผ่านมาความเข้มข้นของฟุตบอลไทยไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันบนพื้นหญ้าเท่านั้น แต่มีเหตุการณ์ที่แฟนบอลกำลังจับตามองและวิพากวิจารณ์อย่างหนัก ในกรณีที่มีการทวงถามถึงเงินรายได้จากสปอนเซอร์ของการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งรวมแล้วสูงถึง 200 ล้านบาท แต่เมื่อเปิดงบบัญชีรายรับของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก กลับมีเงินรายได้เข้ามาเพียง 18 ล้านเท่านั้น

ภาพการตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่สร้างความฮือฮาและเป็นที่สนใจของแฟนบอลเมื่อมีตัวละครใหม่อย่างสยามสปอร์ทเข้ามาเอี่ยว

ในการประชุมประธานสโมสรครั้งที่ผ่านมา ทั้งนายวิทยา คุณปลื้ม (ประธานสโมสรชลบุรีเอฟซี ) และนายเนวิน ชิดชอบ (ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไตเต็ด) ได้ขอความชัดเจนจากนายวิชิต แย้มบุญเรือง ประธาน TPL แต่นายวิชิตกลับตอบคำถามนี่ว่า “คุณก็รู้ว่าเรื่องนี้จะไปถามได้ที่ใคร” เมื่อไม่อาจให้คำตอบได้แฟนบอลจึงเริ่มตั้งคำถาม และสืบเสาะที่มาที่ไป แต่แทนที่จะเป็นสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย หรือบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ออกมาชี้แจง งานนี้กลับเป็นนายระวิ โหลทอง เจ้าของบริษัทสยามสปอร์ต ซิดิเคท และประธานสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ออกมาชี้แจงแทน ในฐานะผู้ถือสิทธิประโยชน์ของการจัดแข่งขัน นี่จึงเป็นข้อมูลใหม่ที่แฟนบอลไม่เคยได้รับรู้มาก่อนว่างานนี้ มีนายหน้า หรือ เอเย่น รับเงินสปอนเซอร์มาบริหารโดยตรง และเป็นผู้ปันส่วนให้กับ TPL อีกทอด

ข้อความจากเฟสบุคของคอมลัมนิสท์ชื่อดังที่ออกมาปกป้องเจ้านายและโจมตีฝ่ายตรงข้าม

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างอื้ออึงหลังการชี้แจงนี้ บรรดาคอลัมนิสต์ในเครือสยามกีฬาก็ค่อยๆ ดาหน้าออกมาปกป้องเจ้านาย ทั้งบทความที่พยายามให้เหตุผล รวมไปถึงการโพสข้อความที่กล่าวหาอีกฝ่าย และด่าแฟนบอลของคอลัมนิสต์ฝีปากกล้าจากบอบู๋ ล่าสุดนายเนวิน ชิดชอบ ได้โพสข้อความจดหมายเปิดผนึกถึงแฟนบอล เพื่อชี้แจงแถลงไขเรื่องราวต่างๆ อีกครั้ง เรื่องนี้สนุก และน่าสนใจ เพราะหลายปีที่ผ่านมา แม้แฟนบอลจะพยายามเรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสมาคม แต่เสียงเล็กๆ ของแฟนบอลไม่สามารถสั่นคลอนเก้าอี้ของนายวรวีร์ได้ แต่เมื่ออดีตนักการเมืองที่ช่ำชองเชิงยุทธอย่างนายเนวิน เดินลงทำศึกในสังเวียนนี้อย่างเต็มตัว เราก็เห็นแล้วว่าการทะลวงได้ตรงจุดของนายเนวินได้ผลยิ่งนัก แม้ว่าขณะนี้ตัวนายวรวีร์ยังคงนิ่ง และซุ่มดูเชิง ปล่อยให้สหายรักอย่างนายระวิ และบรรดาลูกน้องออกมาดิ้นเพื่อปกป้องก็เริ่มเป๋กันบ้างแล้ว งานนี้เราจะได้ดูอะไรดีๆ ได้เห็นการลากใส้กันอย่างสนุกแน่ และหากถึงที่สุดแล้วก็ขอให้เกิด Wind of Change ขึ้นกับวงการฟุตบอลไทยบ้างเถิด

นายเนวิน กับการเดิมเกมก้าวสำคัญในหน้าประวัติศาตร์ฟุตบอลไทย

10  เมษายน 2555


เรื่อง                         สอบถามการดำเนินงานของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด

เรียน                         แฟนฟุตบอลชาวไทย

สำเนาถึง                    ดร.วิชิต  แย้มบุญเรือง  ประธานบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด

                               นายวรวีร์  มะกูดี   นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

             
                               จากกรณีที่ผู้บริหารบริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงถึงการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก  การจัดหารายได้ และ ค่าใช้จ่ายต่างๆ  ทั้งการชี้แจงด้วยวาจา โดยคุณระวิ โหลทอง  การชี้แจงผ่านหนังสือพิมพ์สยามกีฬา และ สื่อในเครือสยามสปอร์ต  และการแถลงข่าวโดยนายอดิศัย วารินทร์ศิริกุล  กรรมการผู้จัดการบริษัทสยามสปอร์ตซินดิเคท จำกัด (มหาชน)   รวม 3 ครั้ง   ซึ่งทั้ง 3 ครั้ง มีการกล่าวอ้างว่า เป็นการตอบข้อสงสัยที่ ผม เป็นผู้ตั้งคำถาม  และ ยืนยันว่าจะไม่ชี้แจงประเด็นต่างๆ ในที่ประชุมผู้บริหารสโมสร ที่ส่งทีมเข้าแข่งขันรายการไทยพรีเมียร์ลีก ในวันที่ 23 เมษายน นี้  ตามที่ ผม นัดหมาย   ดังที่ปรากฎทางสื่อในเครือสยามสปอร์ต แล้วนั้น


                               ผมขอเรียนชี้แจง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ต่อแฟนฟุตบอลชาวไทย  และขอชี้แจงไปยังดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด  คุณวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ  และ ผู้บริหารบริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)  ตลอดจน บริษัทในเครือ และสื่อมวลชนทั่วไป ที่ให้ความสนใจติดตามกรณีการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ ที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก  ดังนี้

1.ผม ไม่ใช่ “คู่กรณี” กับบริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)และ บริษัทในเครือสยามสปอร์ต   แต่ผมเป็น “คู่ค้า” ในฐานะ ลูกค้าที่ซื้อพื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในหนังสือพิมพ์สยามกีฬา ในโอกาสต่างๆ  และ จ้างบริษัทในเครือสยามสปอร์ต ผลิตรายการธันเดอร์โซน  ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของบริษัทในเครือสยามสปอร์ต  ซึ่งปัจจุบันนี้ ก็ยังคงใช้บริการของบริษัทในเครือสยามสปอร์ต อยู่


2.ผมไม่เคยเรียกร้องให้บริษัทสยามสปอร์ตฯ ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยของผมทั้งเป็นการส่วนตัว หรือ ในนามสโมสรฯ  แม้แต่ในที่ประชุมผู้บริหารสโมสรฯ ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ผมก็ไม่เคยพาดพิงถึงบริษัทสยามสปอร์ตฯ มาก่อน  แต่ได้ร้องขอให้ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ในฐานะประธานบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด  ชี้แจง แต่ก็ไม่ได้คำตอบ จนกระทั่งผู้บริหารบริษัทสยามสปอร์ตฯ  ชี้แจงว่าเป็นผู้บริหารจัดการสิทธิประโยชน์ทั้งหมด แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นข้อมูลใหม่ที่แฟนฟุตบอลส่วนใหญ่ ก็เพิ่งทราบเช่นกัน  


3.ผมเคารพสิทธิของบริษัทสยามสปอร์ตฯ  ซึ่งไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องมาชี้แจงข้อสงสัยของผม   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ก็ตาม  เพราะผมไม่อาจก้าวล่วงสิทธิของบริษัทฯ ได้  เพียงแต่ในฐานะประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด  ผมเสนอแนะด้วยความปรารถนาดี ว่าเพื่อให้แฟนฟุตบอล ซึ่งกำลังมีคำถามมากมายในหัวใจ อยู่เวลานี้ มีความเข้าใจดีขึ้น  ผู้มีหน้าที่ทุกคน ควรจะนำเอกสารหลักฐานประกอบการทำงาน มาชี้แจง มาแสดง เพื่อให้ผู้ที่ความสงสัย สิ้นสงสัย  แต่ก็เป็นสิทธิของผู้มีหน้าที่ทุกคน ว่าจะชี้แจงหรือไม่ จะตอบคำถามหรือไม่  ไม่มีใครไปบังคับได้  และผมก็ไม่เคยเชิญบริษัทสยามสปอร์ตฯ ไปให้ข้อมูลในการประชุมผู้บริหารสโมสร ในวันที่ 23 เมษายน 2555 ด้วย  ผมเห็นว่าดร.วิชิต แย้มบุญเรือง  ประธานบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด  ควรจะเป็นผู้ให้คำตอบได้ดีที่สุด ในทุกเรื่อง ทุกกิจกรรม ที่เกี่ยวกับการการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก  ไม่ใช่บริษัทสยามสปอร์ตฯ  


4.ผม พร้อมและยินดีที่จะรับฟังคำชี้แจง และ แลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย กับ ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด  สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัทสยามสปอร์ตฯ  แต่ขอให้เป็นเวทีที่ บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด  หรือ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ  จัดขึ้น โดยมีสโมสรสมาชิก  สื่อมวลชน และ แฟนฟุตบอล มีโอกาส เข้าร่วมอย่างเปิดเผย  ทั้งนี้ ขอความกรุณาแจ้งล่วงหน้า และกำหนดวันที่ไม่ติด หรือ เป็นวันเดียวกับที่สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องแข่งขันฟุตบอล ทั้งรายการไทยพรีเมียร์ลีก และ AFC แชมเปี้ยนส์ลีก  


5.ผมเชื่อว่าประเด็นคำถามที่เกิดขึ้นในที่ประชุมผู้บริหารสโมสรฯ ว่าด้วย “เงินรายได้ไทยพรี เมียร์ลีก หายไปไหน”  และ ประเด็นคำถามที่เกี่ยวเนื่องหลังจากผู้บริหารบริษัทสยามสปอร์ตฯ  ชี้แจงแล้ว รวม 3 ครั้ง จะไม่จางหายไปกับกาลเวลา  ตามที่มีผู้ต้องการ  ไม่ว่าผมจะเป็นผู้นำเสนอประเด็น หรือทวงถามคำตอบ หรือไม่ เพราะประเด็นเหล่านี้ เป็นประเด็นคำถามที่แฟนฟุตบอล มีข้อสงสัยกันมานานแล้ว และให้ความสนใจค้นหาความจริงกันตลอดมา  ดังนั้นตราบใดที่ความจริงยังไม่ถูกเปิดเผย ยังมีผู้ปกปิดความจริง การค้นหาความจริงของแฟนฟุตบอล ก็จะดำเนินต่อไป อย่างต่อเนื่อง  เพราะประเด็นคำถามเหล่านี้  เป็นประเด็นคำถามสาธารณะที่เกิดขึ้นเพราะความไม่เชื่อถือ ไม่ไว้วางใจของแฟนฟุตบอล ซึ่งกำลังพัฒนาไปสู่การจับทุจริตคอรัปชั่น ในวงการฟุตบอลไทย  ของแฟนฟุตบอล  ไม่ใช่ประเด็นส่วนตัวระหว่างผม กับ บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด  สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัทสยามสปอร์ตฯ แต่ประการใด


6.ผมตระหนักดีว่า ผมเพิ่งเข้าสู่วงการฟุตบอลไทย มาเพียงไม่กี่ปี แต่ผมมีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาวงการฟุตบอล  และเมื่อได้พบเห็นความไม่ถูกต้อง  ความไม่ปกติ  ไม่ชอบมาพากล  ผมจำเป็นต้องพูด เพื่อเตือนให้ผู้กำลังกระทำความไม่ถูกต้อง หยุดการกระทำนั้น  ซึ่งผมมั่นใจว่าผมมีเจตนาดีเพื่อส่วนรวม  ผมไม่มีปัญหาส่วนตัว หรือ ความขัดแย้งระหว่างผมกับบริษัทสยามสปอร์ตฯ เพราะผมไม่มีผลประโยชน์ใดๆ กับการหารายได้ และลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด จึงขอความกรุณาทุกท่านที่มีสื่อในมือ ได้โปรดอย่าดูถูกแฟนฟุตบอล ว่า เป็นคนโง่  หรือ รู้น้อย รู้ไม่เท่าทัน พวกท่าน  เมื่อท่านชี้แจงแล้ว ยังมีผู้ที่ไม่เข้าใจ ท่านควรจะชี้แจงให้เขาเข้าใจ ให้ได้  ไม่ควรเบี่ยงเบนประเด็นว่าเป็นความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างผม กับ “เจ้านายของท่าน”   แล้วพิพากษาว่า แฟนฟุตบอลที่ยังมีคำถามต่อเนื่อง เป็นคนโง่ จึงไม่เข้าใจเจตนาดีของท่าน   แม้ว่าท่านจะมีเจตนาดีเท่าใดก็ตาม แต่หากการกระทำของท่านทำให้ผู้อื่นเข้าใจเป็นอื่นได้  เจตนาดีของท่าน ก็ไร้คุณค่า ไม่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม


7.สำหรับคอลัมนิสต์บางท่าน ที่เขียนถึง “ใคร” คนหนึ่ง  โดยมีเจตนาให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเป็น ผม นั้น ขอความกรุณาให้เขียนอย่างตรงไปตรงมา ลูกผู้ชาย ต้อง กล้าทำ กล้ารับ อย่าเป็นอีแอบ เมื่อกล้ากล่าวหาผม แล้ว ก็ควรกล้าเปิดเผยหลักฐาน  ว่า ผมได้นักฟุตบอลคนใด จากสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด  มาฟรีๆ  ผมขอเรียนว่า ผมได้นักฟุตบอลจากสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด จริง แต่ ซื้อมา และ จ่ายเงิน ทุกคน  ไม่เคยขอฟรี และไม่เคยได้ฟรี แม้แต่คนเดียว  หากไม่รู้จริง ไม่ควรนำมากล่าวหาผู้อื่น ให้ได้รับความเสียหาย เพราะเท่ากับเป็นการดูถูก ไม่ให้เกียรติสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด และ ไม่ให้เกียรติต่อต้นสังกัดของท่าน  ด้วย  ผมขอยืนยันว่าสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีเอกสารการชำระเงิน ครบถ้วนทุกกรณี  ดังนั้น ท่านควรจะไปตรวจสอบเอกสารที่สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด  ก่อนที่จะกล่าวหาใคร


8.ผมในฐานะประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมและยินดีที่จะให้การสนับสนุน ให้ความร่วมมือกับแฟนฟุตบอลทุกท่าน  หน่วยงาน องค์กรใดๆ ก็ตาม ที่จะเข้ามาค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น ทั้งที่เกิดขึ้นในอดีต และกำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน  เพื่อนำไปสู่การจัดระเบียบ จัดระบบ การพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และแฟนฟุตบอลสามารถตรวจสอบได้  ทั้งนี้เพื่อ สร้างศรัทธาของแฟนฟุตบอล และ ประชาชนทั่วไป ที่กำลังจับตามองวงการฟุตบอลไทย อยู่ในขณะนี้


9.ผมขอเรียนว่า ผมกำลังตรวจสอบเอกสารหลักฐานบางประการอยู่  หากตรวจสอบได้ว่าเป็นความจริง และ ทำให้วงการฟุตบอลไทย ได้รับความเสียหาย  ผมจะนำมาเปิดเผยต่อแฟนฟุตบอล ทุกท่าน ให้ได้รับทราบ แม้ว่าจะส่งผลกระทบต่อบุคคลที่เคารพกัน รู้จักกัน  ก็จำเป็นต้องกระทำ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม  ขอเรียนให้แฟนฟุตบอลทุกท่าน ทราบว่าผมจะไม่หยุดค้นหาความจริง และ จะไม่มีการ “ฮั้ว” หรือ “สมยอม” กับใครทั้งสิ้น   หากแฟนฟุตบอลท่านใด มีเอกสารหลักฐาน หรือ ข้อมูล  ที่จะนำมาร่วมกันค้นหาความจริง  ติดต่อผมได้ตลอดเวลา  ผมพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกท่าน เพื่อความโปร่งใสของวงการฟุตบอลไทย


                                        จึงเรียนมาเพื่อทราบ




  ขอแสดงความนับถือ

 
   
(นายเนวิน  ชิดชอบ)

ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด    


เครดิต
http://www.buriramunited.com/th/content.php?lang=th&cat=3&id=292 

http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S11929533/S11929533.html

เปิดงบดุลบ.ไทยพรีเมียร์ลีก เงินรายได้ 200 ล.อยู่กับใคร

กระทู้ที่รวมรวมรายละเอียดของเรื่องราวทั้งหมดไว้ และเป็นที่มาที่ไปของเรื่องราวที่กำลังร้อนอยู่ในขณะนี้

 ******************************************

 

*** หมายเหตุ หลังจากจม.เปิดผนึกของคุณเนวินได้รับการเผยแพร่ออกมา ล่าสุดทางบริษัทสยามสปอร์ตฯ ได้ประการศถอนตัวจากการเป็นผู้ดูแลสิทธิ์ประโยชน์ของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกแล้ว

สยามสปอร์ตฯประกาศขอถอนตัวออกจากผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ฟุตบอลอาชีพ ปี 2555 มีผลทันทีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และจะเปิดเผยตัวเลขรายรับ-รายจ่ายทั้งหมดในงานแถลงข่าวของสมาคมฟุตบอลฯ และไทยพรีเมียร์ลีก ต่อสมาชิกสโมสรทั้งหมด ในวันที่ 20 เมษายนนี้เพื่อเคลียร์ข้อกังขาทั้งหมด

ตามที่ได้มีการเปิดประเด็นข้อกังขาต่างๆถึงเรื่องรายได้สิทธิประโยชน์ต่างๆของการจัดแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก แม้ทางบริษัท สยามสปอร์ตฯในฐานะผู้ได้รับการแต่งตั้งจากสมาคมฟุตบอลให้เป็นผู้ดูแลสิทธิประโยชน์การแข่งขันฟุตบอลอาชีพนั้นจะมีการชี้แจงในข้อสงสัยไปแล้วนั้น แต่ก็ยังมีการนำไปเป็นประเด็นให้เป็นที่เคลือบแคลงต่อสังคมอย่างไม่จบสิ้น ล่าสุดทางผู้บริหารของสยามสปอร์ตฯจึงมีมติให้ยุติบทบาทถอนตัวออกจากผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ฟุตบอลอาชีพ ในปี 2555 โดยมีผลทันที

ทั้งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่าในการดำเนินการดูแลสิทธิประโยชน์ดังกล่าวทางสยามสปอร์ตฯมิได้มุ่งหวังเข้ามาเกาะหาผลประโยชน์แต่อย่างใด และพร้อมที่จะเปิดเผยตัวเลขรายรับ-รายจ่ายทั้งหมดเพื่อเคลียร์ข้อกังขาทั้งหมดในวันศุกร์ที่ 20เมษายนนี้ ตามที่สมาคมฟุตบอลฯได้ออกข่าวมาว่าสมาคมฟุตบอลฯ และบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จะเรียกสโมสรสมาชิกมาประชุมแถลงข่าว โดยสยามสปอร์ตฯยินดีที่จะตอบข้อสงสัย และชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดในงานแถลงข่าวดังกล่าว

โดย kate

 

กลับไปที่ www.oknation.net