วันที่ เสาร์ เมษายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หลวงพระบางฉลองสงกรานต์ปีนี้ 10 วันรวด


                     

หากไม่พิจารณาถึงจำนวนของผู้คนที่เข้าร่วมในกิจกรรมเป็นสำคัญแล้ว ก็น่าจะกล่าวได้ว่าการจัดงานเฉลิมฉลองสงกรานต์ที่ยังคงสามารถรักษาเอกลักษณ์แห่งจารีตและธรรมเนียมประเพณีที่สืบต่อกันมาได้เป็นอย่างดีนั้น ก็คือสงกรานต์ปีใหม่ที่เมืองหลวงพระบางของลาวนั่นเอง


โดยถึงแม้ว่าในระยะหลังๆมานี้ การจัดงานสงกรานต์ปีใหม่ในลาวที่เมืองมรดกโลกหลวงพระบางแห่งนี้จะได้มุ่งเน้นไปที่การดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าไปให้มากขึ้นด้วยหวังว่าจะทำให้มีรายรับเป็นเงินตราต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม แต่ผู้นำรัฐบาลและพรรคประชาชนปฏิวัติลาวก็ไม่ได้หลงลืมในแนวทางที่จะรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาติลาวแต่อย่างใด


ซึ่งจะเห็นได้จากการวางแผนการรณรงค์เพื่อส่งเสริมปีการท่องเที่ยวลาวในตลอดปี 2012 นี้ กล่าวก็คือในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมต่างๆในแขวงหลวงพระบางนั้น ถึงแม้ว่าจะได้มีการมอบหมายให้ทุกเมืองหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปีก็ตาม แต่กิจกรรมหลักๆนั้นก็ยังคงมุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวในด้านศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติเป็นสำคัญ


ทั้งนี้โดยกิจกรรมที่ทุกๆเมืองในทั่วแขวงหลวงพระบางจะต้องร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานให้ได้อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดนั้น ก็คือเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ลาว ซึ่งได้เริ่มการรณรงค์นับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมาแล้วด้วยการจัดเป็นกองบุญผ้าป่าสามัคคีเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสที่เมืองหลวงพระบางได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองอันดับ 1 ของโลกที่นักท่องเที่ยวอยากจะเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุดในปีนี้


โดยการได้รับคัดเลือกดังกล่าวนี้เป็นผลจากการสำรวจของ The Wanderlust แห่งประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นวารสารการท่องเที่ยวชั้นนำของโลกที่ได้เปิดโอกาสให้บรรดาสมาชิกของวารสารในทั่วโลกได้เลือกเอาเมืองที่พวกตนนิยมชมชอบมากที่สุดจากทั้งหมดกว่า 1,000 เมืองทั่วโลก ซึ่งก็ปรากฏว่าเมืองมรดกโลกหลวงพระบางได้รับความนิยมสูงสุด และพร้อมกันนั้น ลาวยังได้ถูกเลือกให้เป็นประเทศอันดับที่ 6 ของโลกที่นักท่องเที่ยวอยากจะเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวมากที่สุดในตลอดปีนี้อีกด้วย


ซึ่งด้วยผลการสำรวจดังกล่าว เมื่อประกอบกับในตลอดปี 2012 นี้ก็ยังเป็นปีท่องเที่ยวลาว (Visit Lao Year) ด้วยนั้น จึงทำให้ฝ่ายการท่องเที่ยวของแขวงหลวงพระบางเชื่อมั่นว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งที่เป็นคนลาวและชาวต่างชาติเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในแขวงหลวงพระบางมากกว่า 2 ล้านคนในตลอดปี 2012 นี้อย่างแน่นอน


แต่สำหรับเทศสงกรานต์ปีใหม่ลาวประจำปี พ.. 2555 ที่เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง ที่กำหนดจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 9-18 เมษายนนี้ทางการแขวงหลวงพระบางได้วางเป้าหมายไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งที่เป็นคนลาวและชาวต่างชาติจำนวนมากกว่า 3 แสนคนที่จะเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในแขวงหลวงพระบางในตลอดระยะดังกล่าว


โดยเพื่อเป็นการทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ดังกล่าวได้อย่างแท้จริงนั้น ทางการแขวงหลวงพระบางก็ได้รณรงค์เพื่อดึงการมีส่วนร่วมของประชาชนลาวเข้าในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางด้านศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติให้ได้อย่างกว้างขวางกับทั้งยังจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ต่อเนื่องกับเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ลาวในตลอดปีนี้ด้วย


สำหรับกิจกรรมและกำหนดการต่างๆ ในตลอดเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ลาวที่แขวงหลวงพระบางในปีนี้จะเริ่มด้วยงานตลาดนัดวางแสดงสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองที่สนามธาตุหลวงในวันที่ 9 เมษายนตามด้วยงานมหกรรมดนตรีเพลงลาวและเพลงนานาชาติในคืนวันที่ 10 เมษายน


ส่วนวันที่ 11-12 เมษายนก็จะเป็นการจัดงานประกวดนางสงกรานต์ (นางสังขาน) และการแสดงทางด้านศิลปะและวรรณคดีพื้นเมือง ต่อเนื่องด้วยการลงตลาดที่จะมีสินค้านานาชนิดวางจำหน่ายตลอดแนวถนนใจกลางเมืองในเช้าวันที่ 13 เมษายน (วันสังขานล่วง) ที่จะเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเช้าจนถึงเที่ยงวัน ส่วนช่วงบ่ายวันเดียวกัน ก็จะมีกิจกรรมการก่อเจดีห์ทรายที่ริมฝั่งน้ำคานในเขตเมืองจอมเพ็ด ต่อเนื่องด้วยการแข่งขันกีฬาพื้นเมือง การแห่บั้งไฟ การแสดงศิลปวัฒนธรรมชนเผ่า และการบายศรีสู่ขวัญ


สำหรับในเช้าวันที่ 14 เมษายน ซึ่งเป็นวันสังขานเนานั้นก็จะเป็นการเยี่ยมชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่และศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีของชาวไทลื้อที่บ้านผานม โดยจะมีบุคคลสำคัญของทางการลาวและแขกชาวต่างชาติเข้าร่วมในพิธีบายศรีของชาวไทลื้อด้วย ส่วนในตอนบ่าย ก็เป็นการแห่วอจากวัดธาตุน้อยไปวัดเซียงทองเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และทำบุญตักบาตรในเช้าของวันที่ 15 เมษายน ซึ่งเป็นวันสังขานขึ้น (วันขึ้นปีใหม่) ส่วนในช่วงบ่ายถึงเย็นก็จะมีพิธีบูชาพระธาตุจอมศรี พิธีไหว้พระบางพิธีบายศรีสู่ขวัญเพื่อรับพรปีใหม่ การแห่วอจากวัดเซียงทองกลับไปวัดธาตุน้อย และขบวนแห่โคมไฟพญานาคลงจากพระธาตุจอมศรีสู่หอพิพิธภัณฑ์ (พระราชวังเก่า) ปิดท้ายด้วยการแสดงศิลปวรรณคดีเรื่องนางสีดาลุยไฟและฟ้อนนางแก้วตามลำดับ


ส่วนในเช้าวันที่ 16 เมษายน ก็จะเริ่มด้วยพิธีกรรมทางศาสนาเพื่ออัญเชิญพระบางจากหอพิพิธภัณฑ์พระราชวังเก่าไปยังวัดใหม่สุวันนะพูมมารามเพื่อให้ประชาชนรดสรง และจัดขบวนแห่นางสังขานทาง เรือเพื่อไปสรงพระพุทธรูปในถ้ำติ่งที่เมืองปากอู (ปากน้ำอู) ในช่วงบ่าย หรือก่อนที่จะปิดงานตลาดนัดและจัดการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น วรรณคดีรามเกียรติ์ ฟ้อนลิง ฟ้อนยักษ์ ฟ้อนนางแก้ว และฟ้อนดอกจำปา ในคืนวันที่ 16 ต่อเนื่องถึงคืนวันที่ 17 เมษายน


สำหรับวันที่ 18 เมษายนอันเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลนั้น พิธีกรรมก็จะดำเนินไปอย่างเรียบง่ายตามจารีตประเพณีที่ชาวหลวงพระบางได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งก็คือ การจัดพิธีกรรมทางศาสนาเพื่ออัญเชิญพระบางจากวัดใหม่สุวันนะพูมมารามกลับไปประดิษฐานที่หอพิพิธภัณฑ์พระราช วังเก่าอันเป็นการสิ้นสุดการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ลาวประจำปี พ.. 2555 ที่ใช้เวลาถึง 10 วัน 10 คืนนั่นเอง


หากจะว่าไปแล้วการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ลาวที่หลวงพระบางในปีนี้ก็ยาวนานกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าปี 2012 นี้เป็นปีการท่องเที่ยวลาว (Visit Lao Year) ที่ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 12 ปีพอดี โดยครั้งแรกนั้นได้จัดขึ้นในปี 2000 ที่รัฐบาลลาวได้วางเป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไว้เพียง 7 แสนคนเท่านั้น แต่สำหรับในปี 2012 นี้รัฐบาลลาวได้วางเป้าหมายไว้ถึง 2.8 ล้านคนหรือเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าเลยทีเดียว


แต่ถึงกระนั้น การที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวนี้ได้อย่างแท้จริงนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะถ้าหากจะพิจารณาเฉพาะที่แขวงหลวงพระบางในปี 2011 ที่ผ่านมาก็ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวเกือบ 1.9 ล้านคนที่ได้เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในเมืองมรดกโลกแห่งนี้ โดยถึงแม้ว่าในจำนวนดังกล่าวจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพียง 274,500 กว่าคนก็ตาม แต่ก็คิดเป็นอัตราเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นกว่า 26% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2010 ซึ่งก็ทำให้เชื่อว่าในตลอดปีการท่องเที่ยวลาว 2012 นี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากกว่า 360,000 คนที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในแขวงหลวงพระบางอย่างแน่นอน

ทั้งนี้โดยในปัจจุบัน แขวงหลวงพระบางมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมด 220 แห่ง โดยแบ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม 82 แห่ง สถานที่ท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ 32 แห่ง และสถานที่ท่องเที่ยวด้านธรรมชาติ 106 แห่ง


ส่วนโรงแรม-รีสอร์ตและบ้านพักนั้น ถึงแม้ว่าจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เพียง 6,000 กว่าคนในแต่ละคืนเท่านั้นก็ตาม แต่ก็หาใช่ปัญหาที่น่าเป็นห่วงสำหรับแขวงหลวงพระบางแต่อย่างใดไม่ เพราะตราบใดที่เมืองมรดกโลกแห่งนี้ยังคงสามารถดำรงรักษาจารีตและวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามเช่นว่านี้ได้ต่อไปอย่างมั่นคงแล้ว ก็ย่อมหมายถึงมนต์เสน่ห์ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดเวลา


แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือการที่ คำแพง ไซสมแพง เลขาพรรคแขวงและเจ้าแขวงหลวงพระบาง ได้แถลงยืน ยันว่าแผนการสำคัญอย่างหนึ่งที่ตนจะต้องผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้ภายในปี 2015 ก็คือการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเพื่อเชื่อมต่อเมืองหลวงพระบางกับเมืองจอมเพ็ดเข้าด้วยกันแล้วพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเขตลุ่มแม่น้ำโขงในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งถ้าหาก ว่าวันนั้นมาถึงจริงๆ ก็คงจะไม่มีอะไรที่แตกต่างกันอีกต่อไประหว่างหลวงพระบางกับเชียงใหม่


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากว่าโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อระหว่างจีนกับลาวแล้วเสร็จเมื่อใดนั้น ทางการลาวก็ยังเชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกว่า 3 ล้านคนที่จะเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในลาวด้วยขบวนรถไฟความเร็วสูงดังกล่าวนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือชาวจีนที่ต้องการครอบครองทุกอย่างที่ขวางหน้านั่นเอง!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน

โดย Supalak

 

กลับไปที่ www.oknation.net