วันที่ พุธ เมษายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตาม "นางงาม" ไปชม "วังบางขุนพรหม" มหาวิทยาลัยแห่งแรก พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย


วังบางขุนพรหม พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสตามคณะนางงาม ผู้เข้าประกวดนางสงกรานต์วิสุทธิ์กษัตริย์เข้าไปชมวังบางขุนพรหม ในส่วนที่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งโดยปกติแล้วแม้นจะเปิดให้เข้าชม แต่ก็ไม่อนุญาตให้ทำการบันทึกภาพภายใน จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะเก็บภาพความประทับใจในผู้คน และสถานที่เอามาฝากกัน

ทองคำแท่งของแท้ ที่ห้องนิทรรศการ

ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก

วังบางขุนพรหม เดิมเป็นวังที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ต้นราชสกุลบริพัตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี พระมารดา อยู่ในเนื้อที่ 33 ไร่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทางทิศใต้ของวังเทวะเวสม์ ปัจจุบันเป็นที่ทำการของธนาคารแห่งประเทศไทย

วังบางขุนพรหมนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมจัดซื้อที่ดินพระราชทานแด่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เมื่อ พ.ศ. 2442 ใช้เป็นที่ประทับ และยังเป็นสถานที่จัดงานสโมสรสันนิบาต ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองหลายครั้ง นอกจากนี้ยังใช้เป็นที่จัดงานสังสรรค์ของพระบรมวงศานุวงศ์ และเป็นสถานที่ให้ครูชาวต่างประเทศใช้จัดสอนวิชาต่างๆ ให้กับพระธิดาและเจ้านายฝ่ายในของวังอื่นๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีชื่อเรียกกันในสมัยนั่นว่า "บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้"

หนึ่งในสาวงาม ตัวเก็งในการคว้างรางวัล

บรรดาสาวงามที่เข้าประชันความงาม เวทีนางสงกรานต์วิสุทธิ์กษัตริย์

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้ย้ายออกจากวังบางขุนพรหม เสด็จฯไปประทับอยู่ที่ตำหนักประเสบัน เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย อย่างกระทันหัน และประทับอยู่ที่นั่นจนสิ้นพระชนม์

โถงทางเดินภายในวังบางขุนพรหม

วังบางขุนพรหม ได้ใช้เป็นที่ตั้งของกรมยุวชนทหาร สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ และหน่วยงานราชการอีกหลายแห่ง

ราวระเบียงบันได

โถงใหญ่จัดเลี้ยง

ปฏิมากรรมแบบบารอก ภายในวังบางขุนพรหม

พ.ศ. 2488 ธนาคารแห่งประเทศไทย เช่าวังบางขุนพรหมเป็นที่ทำการธนาคารจากกรมธนารักษ์ ใน พ.ศ. 2502 จึงได้จัดซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด โดยแลกกับบ้านมนังคศิลา ในราคา 39.185 ล้านบาท

เมื่อ พ.ศ. 2496 มีการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ก็จัดตั้งสำนักงาน บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด และ ทำการถ่ายทอดจากที่นี่ เมื่อ พ.ศ. 2498 เรียกว่า สถานีโทรทัศน์ ไทยทีวี ช่อง 4 บางขุนพรหม ย้ายออกไปใน พ.ศ. 2518 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. และ โมเดิร์นไนน์ ทีวี ตามลำดับ

วังบางขุนพรหม ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรอเนซองส์ ผสมผสานกับลวดลายศิลปะแบบบาร็อก ประตูวังสร้างด้วยเหล็กดัดและเสาปูนประดับลวดลายปูนปั้นที่งดงาม กึ่งกลางสนามมีน้ำพุประดับขอบบ่อด้วยรูปเงือกฝรั่งชายหญิงและสัตว์น้ำต่าง ๆ

ประตูประดับลายวิจิตรบรรจง

ตำหนักใหญ่ หรือ ตำหนักทูลกระหม่อม ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2449 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน นายมาริโอ ตามาญโญ ศิลปะสถาปัตยกรรมแบบ บาโรก และโรโกโก เป็นตึก 2 ชั้น ที่ปลายปีกอีกด้านหนึ่งเป็นหอกลม 3 ชั้น ความงามของตึกจะอยู่ที่ลักษณะเสาชนิดต่าง ๆ ทั้งเสากลม เสาเหลี่ยม เสาแบน เสาบิดเป็นเกลียว ตามหัวเสาประดับด้วยลวดลายปูนปั้น หน้าต่างมีหลายแบบ มีหน้าต่างรูปไข่ ล้อมด้วยลายปูนปั้นรูปดอกคัทลียา และหน้าต่างรูปครึ่งวงกลมมีรูปเครือไม้และผลไม้

ตำหนักสมเด็จ สร้างขึ้นภายหลังประมาณ พ.ศ. 2456 เพื่อเป็นที่ ประทับของสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ออกแบบโดย นายคาร์ล เดอริง (Karl Dohring) สถาปนิกชาวเยอรมัน ผู้ออกแบบพระราชวังบ้านปืน จังหวัดเพชรบุรี และวังวรดิศ ถนนหลานหลวง มีลักษณะ ศิลปะสถาปัตยกรรม แบบอาร์ตนูโว และอาร์ตเดโค

บานหน้าต่างสวย ๆ แบบต่าง ๆ

ตำหนักหอ เป็นเรือน 3 ชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนเป็นผนัง ชั้นบนเป็นไม้สัก ชั้น 3 ใช้เป็นห้องประทับ หลังคามุงกระเบื้องสามเสน ก่อสร้างเป็นตำหนักแรก เพื่อให้ทรงใช้เป็นที่ประทับเมื่อทรงเดินทางกลับจากประเทศเยอรมนีใน พ.ศ. 2446 ออกแบบโดยพระสถิตย์นิมานการ ต่อมาได้สร้างห้องเครื่อง (ห้องครัว) เพิ่มเติม

บริเวณหน้าวังด้านริมน้ำ วิวสะพานพระราม ๘

มุขหน้า

โดมครึ่งวงกลม

ตำหนักน้ำ เป็นตำหนักไม้อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นที่ทรงพระอักษร ห้องบรรทม และเป็นที่เสด็จลงเรือเมื่อครั้งยังทรงดำรงตำแหน่งอยู่กระทรวงทหารเรือ

ระเบียงด้านหน้า

ศาลาแตร

ศาลาแตร เป็นศาลาวงกลม สร้างแบบยุโรปเรียกกันว่า "กระโจมแตร" ใช้เป็นที่ตั้งวงดนตรีแตรวงของทหารเรือ ทหารบก เมื่อมีการเลี้ยงต้อนรับแขก

ทางคณะผู้จัด และตัวแทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย พาบรรดาสาวงามผู้สมัครเข้าฟังบรรยายโดยวิดิทัศน์เกี่ยวกับความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย จากนั้น จึงพาเข้าชมในห้องจัดแสดงต่าง ๆ โดยขอความร่วมมือมิให้บันทึกภาพภายในห้องจัดแสดง

หลังจากนั้น จึงได้ร่วมกันถ่ายภาพหมู่ที่ระลึก และร่วมรับประทานของว่าง จากนั้นจึงนำคณะผู้เข้าประกวดกลับสู่บริเวณเวทีการแสดงด้านนอกต่อไป เหลือไว้แต่ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และความประทับใจกับสถานที่อันเป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทย ไว้อย่างไม่รู้ลืม

ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย วังบางขุนพรหม เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมในวันจันทร์และวันอังคาร สำหรับในวันพุธ ถึงวันศุกร์นั้น เปิดให้คณะบุคคลเข้าเยี่ยมชม หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ ท่านสามารถติดต่อธนาคารแห่งประเทศไทย และยื่นคำขอเข้าชมได้ในเวปไซด์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย วังบางขุนพรหม จะปิดทำการตามวันหยุดของธนาคาร

วังเก่า เล่าเรื่องราว ยาวนาน
สืบต่อ ตำนาน การศึกษา
วิทยุ โทรทัศน์ สื่อทัศนา
อีกทั้ง ธนบัตร เงินตรา จัดทำ

... บางขุนพรหม นามนี้ มีเรื่องเล่า
เรื่องเก่า ๆ เล่าถึง สถานที่
อีกตำนาน กล่าวขาน โบราณมี
ทั้งนที เจ้าพระยา พาพิศ เพลิน

กรมพระ นครสวรรค์ วรพินิต
ทรงอุทิศ สร้างไว้ ในกาลก่อน
ทั้งเสื้อผ้า แหนบกล่อง เครื่องอาภรณ์
อีก "แขกมอญ บางขุนพรหม" คมบรรเลง

เป็นเรื่องราว ยาวนาน กาลครั้งหนึ่ง
ชายผู้ซึ่ง ชาญกล้า บริหาร
แมคไซไซ เหรียญรางวัล ประจักษ์นาน
ดร.ป๋วย เล่าขาน ตำนานไทย


โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net