วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เจ้าแห่งวาทะ พุทธวจน-พระคึกฤทธิ์ วัดนาป่าพง มีศีล-แต่ไร้ปัญญา อหังการณ์-อวดดี จนถูกตัดออกจากสาขาวัดหนองป่าพง ของหลวงพ่อชา (๑)


เจ้าแห่งวาทะ พุทธวจน-พระคึกฤทธิ์ วัดนาป่าพง
มีศีล แต่ไร้ปัญญา อหังการณ์-อวดดี
จนถูกตัดออกจากสาขาวัดหนองป่าพง ของหลวงพ่อชา (๑)
.
.
.
.
.
เรื่องราวของ คำว่า พุทธวจน/พุทธโอษฐ์ ของพระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล
แห่งวัดนาป่าพง คลอง 10 ปทุมธานี เห็นว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
ควรที่ ผู้ศึกษา/ปฏิบัติ หรือผู้สนใจในหลักธรรมของพระพุทธองค์
จะต้องทำความเข้าใจให้ดี

ในตอนที่ ๑ นี้ ขออนุญาตคัดลอก บทความจาก alittlebuddha.com มาเพื่อ
แบ่งปัน และเพื่อพิจารณา ในเนื้อหา ร่วมกัน

อนึ่ง บล็อกเกอร์เขียดขาคำ มิได้มีเจตนาโจมตี หรือให้ร้าย ผู้ที่ถูกกล่าวถึง
เพียงแค่ต้องการเล่าไปตามเหตุการณ์ และหลักฐาน ที่ปรากฏ และต้องการให้
ทราบถึง เหตุการณ์ และข้อเท็จจริง ของเรื่องราว ให้ครบถ้วน มากที่สุด



วัดหนองป่าพง "ประกาศตัด" วัดนาป่าพง

โทษฐานสวดพระปาติโมกข์ไม่ครบ 227 ข้อ

 

 

 

 

 

 

กูแน่ !

 

พระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง ปทุมธานี

 

 

 

วัดนาป่าพง ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ถูกขับออกจากสาขาวัดหนองป่าพงเป็นอันดับล่าสุด ต่อจากวัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถูกขับไล่พ้นหมู่คณะไปในข้อหา "แอบบวชสตรีเพศเป็นพระภิกษุณีโดยไม่มีมติคณะสงฆ์รองรับ"

 

วันนี้ วงการสงฆ์ไทยเกิดประเด็นใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว เมื่อพระสงฆ์วัดนาป่าพง ได้ตัดลัดพระปาติโมกข์ที่คณะสงฆ์ไทย (รวมทั้งพระสงฆ์ในสายวัดหนองป่าพงทุกวัด) ได้เคยสวดมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถึงสมัยปัจจุบันก็ยังคงสวดอยู่ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 227 มาตรา เรียกว่าศีล 227 ข้อนั่นเอง

 

แต่พระสงฆ์วัดนาป่าพงกลับตัดพระปาติโมกข์ออกไปตั้ง 77 ข้อ เหลือเพียง 150 ข้อ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดแนวทางคณะสงฆ์ไทย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายมหานิกายหรือธรรมยุติกนิกาย ล้วนแต่สวดพระปาติโมกข์เหมือนๆ กัน

 

ในประวัติของ พระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล ซึ่งเป็นเจ้าสำนักวัดนาป่าพง ได้ประกาศแนวทางการศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัยไว้ว่า "ต้องศึกษาโดยตรงจากธรรมะที่มาจากพระโอษฐ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น" และยังแนะนำหนังสือในแนวทางนี้จำนวน 5 เล่ม ด้วยกัน มีหนังสือพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ของหลวงพ่อพุทธทาส เป็นต้น

 

การตัดพระปาติโมกข์ให้เหลือเพียง 150 ข้อ ของพระสงฆ์วัดนาป่าพง นำโดยพระคึกฤทธิ์นั้น ดูไปก็เหมือนเจตนาดีที่จะพยายามปฏิรูปพระพุทธศาสนา เมื่อเห็นว่าสิ่งใดเป็นส่วนเกินหรือส่วนเสริมเข้ามาในพระไตรปิฎก รวมทั้งในพระพุทธศาสนาแบบไทยๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านศาสนธรรม ศีลธรรม หรือประเพณี

 

แต่การกระทำเช่นนั้น ก็ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการเปิดให้มีการรื้อถอนพระธรรมวินัยตามใจชอบของกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่เห็นต่างจากพระธรรมวินัยในรูปแบบที่คณะสงฆ์ไทยใช้มานับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

 

พระคึกฤทธิ์อาจจะมีความเห็นเป็นการส่วนตัว ว่าสิกขาบทที่นอกเหนือจาก 150 ข้อนั้น มิใช่พระพุทธบัญญัติดั้งเดิม จึงดำเนินการให้พระสงฆ์วัดนาป่าพงตัดออกและสวดเพียง 150 ข้อเท่านั้น

 

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเทียบกับแนวทางที่พระคึกฤทธิ์ได้วางไว้เป็นแม่แบบของพระสงฆ์วัดนาป่าพงก็คือว่า ต้องศึกษาพระพุทธศาสนาที่เชื่อว่ามาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น เช่น หนังสือพุทธประวัติจากพระโอษฐ์

 

แต่นั้นก็เป็นเพียงความเชื่อของพระคึกฤทธิ์เท่านั้น (หรือแม้แต่ของหลวงพ่อพุทธทาสผู้แต่งหนังสือเล่มนี้) เพราะไม่มีหลักฐานใดๆ ยืนยันชัดแจ้งว่า หลวงพ่อพุทธทาสก็ดี พระคึกฤทธิ์ก็ดี ได้รับฟังพระธรรมคำสอนจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้ามาโดยตรง พระธรรมคำสอนที่รวมอยู่ในพระไตรปิฎกของคณะสงฆ์ไทย (ซึ่งหลวงพ่อพุทธทาสและพระคึกฤทธิ์ใช้ศึกษาและอ้างอิงอยู่) ทั้งหมดนั้น ล้วนแต่เป็นผลงานการสืบศาสนา สังคายนา และศึกษาสืบทอดต่อๆ กันมา นานนับหลายพันปีของคณะสงฆ์ไทย มิใช่ผู้ใดผู้หนึ่งไปรับฟังจากพระโอษฐ์แล้วเอามาบอกเล่าโดยตรง

 

ความซื่อสัตย์ซื่อตรงต่อการปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนก็คือ "ควรปฏิบัติให้ตรง แต่ไม่จำเป็นต้องรื้อถอนสิ่งที่ตนเองเห็นไม่ตรงออกไปให้หมด" ดังเช่นมติของพระเถระที่ร่วมประชุมทำสังคายนาครั้งแรก มีพระมหากัสสปะเป็นประธาน เมื่อมีความเห็นไม่ตรงกัน ท่านจึงลงมติเป็นเอกฉันท์ไว้ว่า "จะไม่เพิกถอนสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ และจะไม่เพิ่มเติมสิ่งที่พระพุทธองค์มิได้บัญญัติไว้" นั่นคือแนวทางของคณะสงฆ์นิกายเถรวาท อันมีศรีลังกา พม่า ไทย เป็นหลักอยู่ในสมัยปัจจุบัน

 

แม้แต่หลวงพ่อพุทธทาส ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้รจนาตำรา "พุทธประวัติจากพระโอษฐ์" และพระคึกฤทธิ์ได้นำมาเป็นคัมภีร์ศึกษาและสั่งสอนลูกศิษย์ภายในสำนัก หลวงพ่อพุทธทาสท่านเคยพูดว่า "มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในพระไตรปิฎก" คือหมายถึงว่า เชื่อว่ามิใช่พระพุทธพจน์ แต่กระนั้นก็ตาม หลวงพ่อพุทธทาสก็มิเคยเพิกถอนสิ่งที่อยู่ในพระไตรปิฎกออกไป แม้กระทั่งปัจจุบัน พระสงฆ์ในสายสวนโมกขพลาราม ของหลวงพ่อพุทธทาส ก็ยังคงสวดพระปาติโมกข์จำนวน 227 ข้อ เท่ากับคณะสงฆ์ไทยทั่วไป

 

ในอีกสายหนึ่ง คือสายของหลวงพ่อชา สุภทฺโท วัดหนองป่าพง ซึ่งพระคึกฤทธิ์ได้อาศัยบวชเป็นครั้งแรก และมีความศรัทธาอย่างแรงกล้าในสายนี้ ถึงกับตั้งจิตอธิษฐานบวชไม่สึกตลอดชีวิต กระนั้นก็ตาม พระสงฆ์ในสายของวัดหนองป่าพงก็ยังคงสวดพระปาติโมกข์จำนวน 227 ข้อ เท่ากับพระสงฆ์ไทยทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่สมัยที่หลวงพ่อชายังมีชีวิตอยู่

 

การกระทำของพระคึกฤทธิ์ ในฐานะเจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จึงเท่ากับเป็นการประกาศ "อหังการณ์-มมังการณ์" ว่าตนเอง "เก่งกว่าครู" ไม่ว่าจะเป็นครูที่บวชให้ คือ หลวงพ่อชา หรือแม้แต่ครูทางตำรับตำราที่ชื่อว่า หลวงพ่อพุทธทาส ซึ่งเป็นการประหลาดเหลือเกินว่า ไม่ว่าใครในสมัยนี้ ถ้าคิดว่าตนเองเคร่งครัดในพระธรรมวินัยกว่าพระสงฆ์ไทยรูปอื่นๆ แล้วไซร้ ก็จะต้องใช้วิธีการ "อวดดี" ตัดโน่นตัดนี่ ทำวิปริตผิดประเวณีไปเสียทุกที่ น่าที่จะเป็นการช่วยผดุงพระศาสนาให้เจริญก้าวหน้า เพิ่มพูนศรัทธาสาธุชน ให้สนิทสนมกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทั่วสังฆมณฑล กลับกลายเป็นการสร้างความร้าวฉานในสังฆมณฑล เกิดความรังเกียจระหว่างพระสงฆ์ขึ้น ถึงขั้นถูกขับไล่ออกจากคณะสงฆ์ดังที่เห็น นั่นเป็นเพราะอะไรหรือ ถ้าหากมิใช่ความอวดดื้อถือรั้น ดังคำกล่าวที่ว่า "เก่งอยู่คนเดียว-ดีคนเดียว" เมื่อลอยตัวนานไปจึงกลายเป็นน้ำล้นแก้ว ต้องถูกเททิ้งไป ไร้ค่า นับว่าน่าเสียดาย

 

 

มีศีลน่ะดี แต่ควรมีปัญญาด้วย

 

 

(จาก..อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม)

 


 

 

ตัด  "วัดนาป่าพง" ปทุมธานี พ้นสายปู่ชา หลังสวดพระปาฏิโมกข์แค่  150 ข้อ

 

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม รายงานข่าวจากวัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี แจ้งว่า วัดหนองป่าพงได้ออกแถลงการณ์รายงานการประชุมเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ความว่า กรณีวัดนาป่าพง ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยมีพระอธิการคึกฤทธิ์ โสตถิผโล เป็นเจ้าอาวาส ได้กระทำสังฆกรรมทางพระวินัย โดยสวดพระปาฏิโมกข์เพียง 150 ข้อ เป็นที่ทราบกันแล้วนั้น จนถึงปัจจุบัน พระอธิการคึกฤทธิ์ ได้กระทำสังฆกรรมทางพระวินัย โดยสวดพระปาฏิโมกข์เพียง 150 ข้อ เหมือนเดิม ไม่สามารถที่จะกระทำตามมติของคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงได้ ที่ประชุมจึงมีมติรับทราบให้ตัดวัดนาป่าพง โดยมีพระอธิการคึกฤทธิ์ เป็นเจ้าอาวาส ออกจากสาขาวัดหนองป่าพง ถือว่าการกระทำใดๆ ของพระอธิการคึกฤทธิ์ อันจะก่อให้เกิดความเสียหาย ทางคณะสงฆ์วัดหนองป่าพง จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น


อนึ่ง วัดหนองป่าพง เป็นวัดป่าสายปฏิบัติ ที่ก่อตั้งโดยหลวงพ่อชา สุภัทโท

 

 

 

ข่าว : มติชน
3 กรกฎาคม
2553


http://www.alittlebuddha.com/News 2010/July 2010/003 July 2010.html


.
.
.
.
.
ยินดี สำหรับคำโต้แย้ง ทักท้วง หรือการสนทนา อย่างสุภาพ


โดย เขียดขาคำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net