วันที่ ศุกร์ เมษายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิตามิน ทานอะไรดี ตอนที่ 2


ตอนที่ 45

เกร็ดเรื่องโภชนาการที่ควรทราบ

 

เราเล่าเรื่องวิตามินเอ กับ วิตามินซีไปแล้วนะคะ วันนี้มาคุยเรื่องวิตามินบีต่อ

 

วิตามินบี

กลุ่มวิตามินบีนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นวิตามินละลายน้ำได้   คำว่าละลายน้ำได้ ก็หมายความว่าจะไม่สะสมในร่างกาย  มีการขับถ่ายผ่านปัสสาวะได้  ดังนั้นโอกาสที่จะรับประทานเกินนั้นจะมีน้อย  สามารถทานได้ทุกวันเพิ่มเติม  วิตามินบีมีหลายอย่าง ตั้งแต่บี  1, 2, 3, 5, 6, 12   และอีกมากมาย  แตกต่างกันไป  บางท่านอาจจะสะดวกทานวิตามินบีรวมไปเลยก็ได้ ซึ่งก็เป็นการดี เพราะวิตามินแต่ละตัวจะออกฤทธิ์เสริมกัน  แต่ถ้าอยากทราบรายละเอียดแต่ละตัวก็ตามมาค่ะ ดิฉันจะสรุปให้อ่านนะคะ

 

วิตามินบี 1

 

เป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้ เรียกอีกอย่างว่า ไทอามีน  จำเป็นในภาวะเครียด เจ็บป่วย หรือผู้ผ่านการผ่าตัด ส่งผลประโยชน์ต่อระบบประสาท  เช่น คนที่นอนหลับยากจะหลับง่ายขึ้น  (อันนี้ยืนยัน นอนยันค่ะ เพราะทานเองมาแล้ว)  แต่เรามักจะเจอวิตามินบี 1 ในรูป B 1-2-6 หรือ 1-6-12 มากกว่า เพราะมันช่วยเสริมฤทธิ์กันดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เรียกว่าเป็นสูตรหนึ่งก็ได้  แต่หากอยากทานแยกก็ไม่มีปัญหา  ประโยชน์ของวิตามิน บี1 คือช่วยในด้านการเจริญเติบโต ช่วยในเรื่องระบบประสาท กล้ามเนื้อ  หัวใจ การอักเสบของโรคบางโรค เช่น การติดเชื้อ งูสวัด ลดอาการเมารถ / เมาเรือ และบำรุงสมอง  ป้องกันอาการเหน็บชาตามแขนขา พบได้ในข้าวที่ไม่ขัดสี ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต  รำข้าว ไข่แดง ปลา  นม (หมายถึงนมสูตรปกตินะคะ เพราะเดี๋ยวนี้จะมีนมหลายสูตรมาก เช่น พร่องมันเนย ไขมันต่ำ ซึ่งอาจทำให้วิตามินลดน้อยลง ก่อนซื้อด้วยดูฉลากนะคะ)   ปริมาณที่ควรรับประทานคือ 50 , 100 จนถึง 300 mg) ลองปรึกษาหมอดูก่อนนะคะ วิตามินบี 1 นั้นสลายได้ง่ายโดยความร้อนในการทำอาหาร  คาเฟอีน แอลกอฮอล ดังนั้น หากคุณเป็นนักดื่ม นักสูบ คุณยิ่งควรรับประทานวิตามินนี้ให้มากขึ้น  รวมทั้งสตรีที่ตั้งครรภ์ (ซึ่งคุณหมอสูติ ก็คงจัดให้อยู่แล้วนะคะ)  และสำหรับนักธุรกิจที่เคร่งเครียด นักเรียน นักศึกษา เวลาใกล้สอบ วิตามินบี 1 ช่วยให้คุณมีกำลัง และไม่เครียดด้วยนะคะ

 

วิตามินบี 2

 

เรียกอีกอย่างว่า ไรโบฟลาวิน ดูดซึมได้ง่ายเหมือน บี1 มีประโยชนต่อร่างกายในการเจริญเติบโต การสืบพันธุ์  ป้องกันแผลในปาก  ปากนกกระจอก (เป็นแผลที่มุมปากนะค่ะ) ช่วยในเรื่องเล็บและเส้นผม  แหล่งที่ดีที่สุดคือ นม ไข่ โยเกิร์ต ถั่ว ตับ ไต  ผักสีเขียวเข้ม  เช่น ผักกาด กะหล่ำ ฟักทอง ขนาดที่ควรรับประทานก็เช่นเดียวกับวิตามินบี 1 คือ 50 , 100 จนถึง 300 mg และควรทานในสัดส่วนเท่าๆกันด้วย เนื่องจากเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ จึงไม่เกิดการสะสม  และเช่นเดียวกับ บี1 คือถูกทำลายได้ง่าย ด้วย แสง และความร้อน  หรือการเจิอจางลงในน้ำ ซุป น้ำแกง เป็นต้น  วิตามินบี 2  มีประโยชน์ต่อสตรีมีครรภ์  ผู้ที่ทานอาหารมังสวิรัติ หรือผู้จำกัดอาหารจากโรคไขมันสูงหรือเบาหวาน ผู้ที่มีอาการเครียด หรือผู้ที่ทานยาปฏิชีวนะต่างๆ  โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยมีอาการไมเกรน วิตามินบี 2 จะช่วยคุณได้มากค่ะ

 

วิตามินบี 3

 

เป็นก๊วนเดียวกันในวิตามินบีรวมอีกตัว  เรียกอีกอย่างว่า ไนอาซิน  เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ให้ประโยชน์ต่อระบบสมอง ระบบประสาท และระบบฮอร์โมนเพศ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล  ไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันชั่วนะค่ะ) โดยการช่วยเผาผลาญไขมัน ช่วยในเรื่องระบบการย่อยอาหาร ผิวพรรณ เส้นผม ลดอาการปวดไมเกรน อาการร้อนใน แผลในปาก และช่วยในเรื่องการไหลเวียนของโลหิตและความดันโลหิต  แหล่งตามธรรมชาติของวิตามิน บี 3 คือ ปลาทะเล ตับ  ไข่ ถั่ว สัตว์ปีก  ยีสต์ ข้าวกล้อง นอกจากนี้ในวิตามินรวมมักจะมีวิตามินบี 3 อยู่ด้วยเสมอ  ดังนั้นเวลารับประทานยาควรเช็คว่าคุณกำลัง ดับเบิ้ลโดส หรือเปล่า (คือทานเกินความต้องการนะค่ะ)  วิตามินบี 3 ช่วยในการลดไขมันในโลหิตได้นะคะ  วิตามินบี 3 ถูกทำลายในการดื่มแอลกอฮอลล์  การรับประทานยาคุมกำเนิด เป็นต้น

 

วิตามินบี 6

 

เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ให้ประโยชน์ในการสร้างแอนติบอดี และเม็ดเลือดแดง ลดการเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ป้องกันการเกิดนิ่วในไต  ช่วยป้องกันโรคทางระบบประสาท ลดอาการคลื่นไส้  ลดอาการเป็นตะคริว ช่วยในการขับปัสสาวะอย่างอ่อนๆ และสำหรับคุณผู้หญิง การรับประทานวิตามินบี 6 ในช่วงก่อน “วันนั้น” ของเดือนจะช่วยลดอาการหลายๆอย่าง เช่น อาการตัวบวมน้ำ อาการคัดหน้าอก  อาการไม่สบายต่างๆ จะลดลงได้ค่ะ ป้องกันโรคโลหิตจางอีกด้วย แหล่งตามธรรมชาติของวิตามิน บี 6 คือ ปลาทะเล ตับ  ไข่ ถั่ว สัตว์ปีก  ยีสต์ ข้าวกล้อง รำข้าว การรับประทานควรรับเป็นสูตร 1-2-6  ในสัดส่วนเท่าๆกันจะมีประสิทธิภาพมากค่ะ แต่ข้อเสีย คือ หากรับประทานมากไปอาจมีอาการกระตุก หรือนอนไม่สนิทได้ค่ะ

 

วิตามินบี 12

 

เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำเช่นกัน แต่จะพบในเนื้อสัตว์เป็นหลัก ไม่พบในพืช  วิตามินนี้ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ดังนั้นจึงป้องกันโรคโลหิตจางได้  ช่วยในเรื่องระบบประสาท สมอง บรรเทาอาการหงุดหงิด (สำหรับสตรี ในช่วงวันนั้นๆ เช่นกันค่ะ)  ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง ป้องกันโรคกระดูกพรุน เสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยในการเจริญอาหาร หากร่างกายขาดวิตามินนี้ ก็อาจเป็นโรคโลหิตจางได้  แหล่งธรรมชาติที่ดีที่สุดคือ จากเนื้อสัตว์ ไข่ นม  ปลา และตับ   ดังนั้นถ้าคุณเป็นมังสวิรัติ หรือนักดื่มก็ควรรับประทานวิตามินเสริม และสำหรับผู้สูงวัย กับสตรีในช่วงนั้น (อีกแล้ว)

วันนี้จบที่วิตามินบีนะคะ  จริงๆยังมีอีกหลายตัว นี่คัดมาเฉพาะพระเอก นางเอกเท่านั้นค่ะ

 

กมลกร

 

ปล. ตอบคำถามคุณสุธน_หิญ นะคะ พวกน้ำต้นกล้าสด ก็ถือว่าเป็นวิตามินจากธรรมชาติ พืชสีเขียว มีประโยชน์ต่อร่างกายแน่นอนค่ะ แต่ไม่ทราบว่าจะเทียบเท่าผัก 1 กก.เลยหรือไม่นะคะ อีกอย่างที่ดิฉันก็ทำเองทานเสมอ เลือกผัก เช่น แครรอท ต้นอาร์ทีโชค ใบย่านาง ใบเตย ฟักทอง บล็อคโคลี่ ขึ้นฉ่าย ผักโขม หัวหอม ผสมกับ แอบเบิ้ล ฝรั่ง มะละกอ ส้ม หรือมีอะไรในตู้เย็นก็โยนเข้าเครื่องสกัด กับเครื่องปั่น แล้วก็ดื่ม อร่อยดีค่ะ แต่ถ้าเป็นผงละลายน้ำ ไม่ค่อยอยากจะแนะนำ เพราะสารบางอย่าง ทานจากธรรมชาติสดๆย่อมมีประโยชน์มากกว่านะคะ อีกอย่างต้องดูสภาพตัวเองนะคะ อย่างดิฉันเป็นโรคปวดข้อ ก็ไม่ถูกกับแตงกวา ในขณะที่คนอื่นทานแล้วได้ประโยชน์ค่ะ

 

 

โดย กมลกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net