วันที่ เสาร์ เมษายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Prince Harry: 1st Royal Tour กระจกสะท้อนความต้องการกษัตริย์ในฐานะ Head of State จากชาติอื่น


การฉลอง Diamond Jubilee วาระครองราชย์ครบ 60 ปีใน พ.ศ. 2555 มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นนอกเกาะเกรทบริเทน เพราะ Queen Elizabeth II ทรงอยู่ในฐานะกษัตริย์ Monarch และประมุข Head of State แห่งหลายอาณาจักร

 

เดิมทีผู้นำของอาณานิคมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ British Empire มีการพบปะที่เรียกว่า Imperial Conferences อยู่เป็นระยะ จนถึงครั้งสำคัญ ใน พ.ศ. 2469 เมื่อทั้งบริเทนและอาณานิคมเห็นพ้องตรงกันให้กำหนดจุดยืนในเครือจักรภพว่า ทุกคนมีสถานะเท่าเทียมกันอยู่ร่วมภายใต้สถาบันกษัตริย์เดียวกัน มีความเกี่ยวข้องเป็นสมาชิก British Commonwealth ร่วมกัน

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองจบลง บริเทนเริ่มยกเลิกอาณานิคมที่อยู่ภายใต้การดูแลและจัดการให้เป็นไทแก่ตนเอง คำว่า British จึงถูกตัดออกไป กลายเป็น Commonwealth of Nations หรือ The Commonwealth ที่อาณานิคมเหล่านั้นยังพึงใจพึ่งบารมีอยู่

 

แม้ ‘การตกเป็นเมืองขึ้น’ ไม่ใช่ความหมายที่ดีสำหรับชาติที่เคยมีอธิปไตย แต่คนจำนวนมากลืมไปว่า อาณานิคมหลายแห่งไม่เคยเป็นชาติมาก่อน เช่นอินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน และบางที่ในอัฟริกา ในทางปฏิบัติความต้องการอยู่ในเครือจักรภพยังมีมาก การคงแกนกลางยึดเหนี่ยวกันไว้ จึงเสมือนมี Referee ช่วยเป็นตัวกลางดูแลตัดสินในจุดเปลี่ยนทั้งกรณีรวมกันหรือแยกเป็นอิสระ และการรับเอาระเบียบและระบบที่พัฒนาแล้วเข้ามาจัดการให้ก้าวย่างสู่การเป็นชาติใหม่มั่นคง

 

The Commonwealth กำหนดให้สมาชิกต้องรักษาคุณค่าอันดีงามในการอยู่ร่วมกันในสังคมโลก สนับสนุนความเสมอภาคของมนุษยชน ที่อยู่ภายใต้การเคารพกฎหมาย สนับสนุนประชาธิปไตย การค้าเสรี และความสงบสุขของประชาชนโลก

 

The Commonwealth ไม่ใช่กลุ่มก้อนที่รวมกันทางการเมืองแบบ Political union หรือแสวงประโยชน์ใดๆ จากยุคอาณานิคม แต่เป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลที่มาจากพื้นเพที่แตกต่างกัน ที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมและความสงบสุขของโลก

 

จริงอยู่ว่าจำนวนสมาชิกเกือบทั้งหมดของ The Commonwealth มาจากอาณานิคมของ British Empire แต่ก็มีอีกหลายชาติที่อยากสมัครเข้าร่วมโดยไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดเลย อย่าง Rwanda ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมของเยอรมนีมาด้วยซ้ำ และ Mozambique  

 

ข้อสังเกตที่น่าสนใจของเกณฑ์สำคัญเพื่อการคงสมาชิกภาพใน Commonwealth คือ กฎเคร่งครัดเรื่องการเคารพประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานเดียวกับที่สายตาโลกเพ่งเล็ง จึงทำให้ Zimbabwe ถูกเพิกถอนสมาชิกไปชั่วคราวเมื่อเกิดความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งรัฐบาลของ Robert Mugabe ซึ่งในที่สุดต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกไปเอง และ Fiji ที่ถูกเพิกถอนไปเมื่อเกิดรัฐประหารโดยทหารและไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้

 

ปัจจุบัน Queen Elizabeth II เป็น องค์ประมุข Head of the Commonwealth โดยตำแหน่งเฉพาะพระองค์ ซึ่งไม่สืบทอดโดยอัตโนมัติเมื่อเปลี่ยนรัชกาล

 

จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 54 ราย เป็น Republic ที่ไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ 33 ราย และ 5 ราย เป็นสถาบันกษัตริย์ต่างราชวงศ์

ที่เหลือ 16 ราย น้อมรับ Queen Elizabeth II เป็น Head of State ของตนเอง เรียกว่า Commonwealth realms มีประชากรรวมกัน 135 ล้าน ใน 6 ภูมิภาคของโลก คือ United Kingdom, Canada, Australia, Papua New Guinea, New Zealand และ Jamaica

 

การขานตำแหน่งของ The Queen เช่น ที่ออสเตรเลีย จึงเป็น

Elizabeth the Second, by the Grace of God, Queen of Australia and

Her other Realms and Territories, Head of the Commonwealth.

 

ประเทศในกลุ่มเหล่านี้มีความใกล้ชิดเป็นพิเศษและไม่เคยถูกลืม เมื่อเป็นวาระ Diamond Jubilee นี้ Queen Elizabeth II จึงมอบให้ Prince Harry ปฎิบัติราชกรณียกิจสำคัญเยือนราชอาณาจักรเหล่านั้น ในฐานะตัวแทนของ ‘ย่า’ 

ก่อน Royal Tour ทางการครั้งแรกของ Prince Harry เกิดข้อกังขาและความกังวลหลายอย่าง ทั้งการเปรียบเทียบความนิยมชมชอบ Prince William ในภาพพจน์เรียบร้อย กับความเจ้าสำราญ โผงผางของ Prince Harry ในภารกิจที่ไม่เคยปฏิบัติ

ที่สำคัญ คือกระแสความต้องการลาออกจากใต้ร่มเงา Head of State แห่งราชวงศ์ Windsor เพื่อเปลี่ยนไปเป็นสาธารณรัฐในบางประเทศ

 

แต่ดูเหมือนตัวตนที่เป็นตัวเอง พื้นฐานการฝึกเยี่ยงทหารอาชีพ และฝีปากคมกริบเยี่ยง ‘ปู่’ และ ‘พ่อ’ ของ Prince Harry กลับเป็นเสน่ห์ลึก ที่กลมกลืนได้กับทุกสถานการณ์

 

เส้นทางประพาสครั้งนี้ เริ่มจาก Belize, The Bahamas, Jamaica และ Brazil ช่วงวันที่ 2 – 11 มีนาคม

 

ที่ Belize ถนนหนึ่งสายถูกเปลี่ยนชื่อเป็น HM Queen Elizabeth II Boulevard เพื่อร่วมฉลอง Diamond Jubilee

 

หลังพิธีเปิดถนน Prince Harry จิบรัม และร่วมเต้นรำตามธรรมเนียมท้องถิ่น เป็นจุดเริ่มเผยความเป็นกันเองให้ประชาชนชื่นชมและหลงรัก

 

*

*

 

*

 

ที่ The Bahamas กระแสความนิยมจากประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นความเป็นธรรมชาติ ไหวพริบและอารมณ์ขันของ Prince Harry

 

Anastagia Pierre สาวที่ชนะการประกวด Miss Bahamas ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้าเรื่องเสน่ห์แสน hot ของ Prince Harry ว่าใครก็อยากแต่งงานด้วย เมื่อพบกัน Prince Harry จึงเอ่ยทักว่า ‘You’re the one!’ ทำเอา Pierre ถึงกับอึ้ง กว่าจะนึกออกว่าเกินจริงไปนิด

 

*

*

 

กลุ่มเด็กที่มาร่วมพิธีการต้อนรับ ก็ยิ่งกิ๊กกั๊กกับภาษาโผงผางที่ Prince Harry เอ่ยชมว่า ‘You look damn smart!’ 

 

Prince Harry ภูมิใจที่สุด เมื่ออยู่ในเครื่องแบบที่ได้อวดเหรียญ Diamond Jubilee ซึ่ง The Queen อนุญาตให้ประดับได้ก่อนใคร

ที่ The Bahamas นี่เอง Prince Harry นำเอาแฟชั่นรองเท้า Desert Boots หลากสีสไตล์อังกฤษแท้ มาเผยแพร่จนเป็นที่นิยมไปแล้ว

 

เมื่อไปถึง Jamaica ผู้ติดตามความเคลื่อนไหวของราชวงศ์เริ่มเดาก้าวต่อไปของ Prince Harry ไม่ออก ด้วยความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีหญิง Portia Simpson Miller ที่กำลังทำประชามติเพื่อถอดถอนประเทศออกจากการมี Queen Elizabeth II เป็นองค์ประมุขแห่งชาติ

 

สำหรับประชาชนบริทิช จาไมก้าไม่เคยแปลกหน้า คนจาไมกั้นจำนวนมากถูกเชิญชวนเข้ามาทำงานในศตวรรษที่ 20 เกิดประชาชนบริทิชเชื้อสายจาไมกั้นกลมกลืนในสังคม มีสำเนียงการพูดที่สังเกตได้ทั่วไป เราแข่งกีฬาคริกเก็ทกับทีม West Indies ที่รวมจาไมกาไว้ด้วยเสมอมา และเราหลงรัก Usain Bolt นักวิ่งจาไมกั้นมากมาย

 

แรกพบนายกรัฐมนตรีหญิง หลังการจับมือ คล้องแขนตามธรรมเนียม Prince Harry หันมาพูดกับผู้สื่อข่าวง่ายๆ ว่า ‘... my date tonight’

ตัดโอกาสการก้าวเข้าสู่บทสนทนาในหัวข้อที่อาจนำไปสู่ข้อขัดแย้งทางการทูตได้ทันที ... โดยไม่มีนักการเมืองหรือนักการทูตใดสามารถทำได้อย่างเทียบเท่า

เมื่อถึงเวลาต้องกล่าวเป็นทางการ Prince Harry รับสั่งถึงความภูมิใจที่ได้เป็นผู้แทนพระองค์ของ The Queen ที่ไม่สามารถเสด็จมาได้ ... แต่เจอตัวแทนอย่างนี้ก็ไม่ต้องเครียด ... but don’t worry, cos every liddle ting gonna be alright!

เมื่อ Prince Harry ยกวลีจากเพลงฮิต Three Little Birds ของ Bob Marley มาตบท้าย จึงเรียกเสียงหัวเราะมาสลายความแปลกแยกที่ทุกคนกังวลหมดสิ้น

*

*

 

แล้ว Prince Harry ก็ไปเยี่ยม ยูเซน โบ้ลท์ ถึงสนามซ้อม ประลองการวิ่งแข่งกับแชมป์โลกด้วยการแอบโกงออกจากจุดเริ่มก่อน แถมทำท่าสัญลักษณ์ประจำตัวของ Lightning Bolt

 

Prince Harry ได้พบภรรยาหม้ายของ Bob Marley ที่รอต้อนรับร่วมกับ Gary Barlow (Take That) ซึ่งกำลังตามเก็บงานเพลงจากดินแดน Commonwealth ไปใช้เป็นเพลงเอกใน Diamond Jubilee Concert ที่จะจัดหน้า Buckingham Palace

และร่วมเต้นเพลง One Love กับเยาวชนจาไมกั้น

*

*

*

เยี่ยมทหาร ร่วมฝึกซ้อม และแวะอีกหลายที่

*

*

ก่อนที่จะเดินทางต่อสู่บราซิลในฐานะตัวแทนรัฐบาล และร่วมกิจกรรมองค์กรการกุศลของตนเอง

ทั้งร่วมวิ่งการกุศล ที่ด้วยอารมณ์ขันส่วนตัว เห็นความนิยมที่ประชาชนทั่วโลกมีให้ Prince William ในแง่ดี จึงสนุกสนานที่จะใช้พี่ชายของตน ‘ออกหน้า’

 

 

Prince Harry อาจจะไม่ทันนึกว่าเสน่ห์ของตนเอง ไม่ด้อยไปกว่า Prince William แม้แต่น้อย

วาทะที่ Prince Harry กล่าวอย่างง่ายๆ ต่อคณะรัฐบาลในงานเลี้ยงรับรองที่จาไมก้าคืนแรก ถึงการได้รับเกียรติให้เป็นผู้แทนพระองค์นั้นทรงพลังและจับใจ โดยเฉพาะเมื่อ Prince Harry เปรียบเทียบการ serve the country รับใช้ชาติ เป็นช่วงเวลาอันยาวนานของ ‘ย่า’ – my grandmother เสมือนเป็นแรงบันดาลใจ เมื่อเห็น Queen Elizabeth II สามารถเป็นทั้งผู้นำ เป็นประมุข เป็นย่าที่ใส่ใจลูกหลาน ทำให้หลานอย่างเรา ‘รักเหลือเกิน’

Prince Harry จบความว่า การเยือนครั้งนี้ไม่สามารถอยู่ได้นาน เพราะถ้าอยู่นาน ก็ไม่รู้ ‘ย่า’ อยากจะเอาตัวกลับไปหรือเปล่า

*

ขณะที่ Prince Harry ยังกลับไม่ถึงเกรทบริเทน นายกรัฐมนตรี Portia Simpson Miller ก็ประกาศการตัดสินใจใหม่ว่า จะยังคงอยู่ต่อไปภายใต้ The Commonwealth

 

ส่วนประชาชนและสื่อมวลชน ก็มอบตำแหน่ง Caribbean King ให้ Prince Harry อย่างเต็มใจไปแล้ว

 

* * * * * * * * *

Bob Marley – One Love

Uploaded by RsPVenge4nce

Photos courtesy of: Barcroft Media, Getty Images, Nuu Syndication, Reuters, Rex Features, Solo Syndication, Splash News, The Sun and Hello! 19 March 2012

 

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net