วันที่ จันทร์ เมษายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เชฟไทย คว้า3 ทอง 3 เงิน 13 ทองแดงจากสิงคโปร์ มาร่วมกันสนับสนุนเชฟไทยสู่เวทีโลกครับ


เชฟไทย คว้า"3 ทอง 3 เงิน 13 ทองแดง จาก Culinary  Challenge” ที่ประเทศสิงคโปร์ แต่เศร้าใจยังไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐ  มาร่วมกันสนับสนุนเยาวชนไทย ให้ก้าวไปไปสู่เชฟโลกและเวทีโลกกันครับ

ขอบพระคุณคุณ  Credit : จาก มติชนออนไลท์  http://www.matichon.co.th/

"เชฟเยาวชนไทย"ในนาม ไทยแลนด์ คัลลินารี อคาเดมี"หรือ TCA เจ๋งคว้า "เฉียด 20 เหรียญรางวัล" ชี้ "ปูจ๋า น้ำพริกมะขาม มัสมั่น"สร้างชื่อเวทีแข่งขันทำอาหารโลกที่สิงคโปร์อีกแล้ว เฉือนชนะคู่แข่ง 13 ประเทศ เผย2ปีกวาดรางวัลเวทีทั่วโลกมาหลายร้อยเหรียญ และถ้วยรางวัล แต่ภาครัฐไม่เคยเหลียวแล ภาคเอกชนรายใหญ่ไม่ค่อยช่วยเหลือ มีเพียงเอกชนรายเล็ก ๆ บางครั้งต้องควักตังค์ส่วนตัว ซื้อตั๋วส่งเด็กไปแข่งขันกันเอง

นายวิวเมนต์ ลีออง ประธานผู้ก่อตั้ง"เชฟทีมชาติไทย" ในนาม"ไทยแลนด์ คัลลินารี อคาเดมี"(Thailand  Culinary Academy-TCA) กล่าวภายหลังการเดินทางกลับมาที่สนามบินสุวรรณภูมิว่า ระหว่างวัน 17-20 เมษายน 2555 ทางไทยแลนด์ คัลลินารี อคาเดมีได้เดินทางไปแข่งขันทำอาหารรายการ“FHA 2012 Culinary  Challenge” ที่ประเทศสิงคโปร์  ซึ่งถือเป็นเวทีการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย ที่สมาคมเชฟโลกให้การรับรอง โดยเชฟไทยสามารถคว้ารางวัลมาได้ 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 13 เหรียญทองแดง โดยมีประเทศในคู่แข่งเข้าร่วมการแข่งขัน 12 ประเทศ ได้แก่ สวิสเซอร์แลนด์,ออสเตรเลีย,จีน,ฮ่องกง,ไต้หวัน,เกาหลี,ศรี ลังกา,อินโดนีเซีย,ฟิลิปปินส์,มาเลเซีย,มอริเชียส และสิงคโปร์


ที่สำคัญการแข่งขันครั้งนี้มีการประยุกต์เมนูอาหารไทยเข้าร่วมในเวทีการแข่งขันระดับโลก อาทิ ข้าวกล้อง 3 สีรับประทานกับปูจ๋า ,น้ำพริกมะขาม และมัสมั่นหมู ซึ่ง เป็นเมนูเว็บไซต์ CNN GO ในเครือสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้ยกให้เป็นเมนูอาหารอร่อยที่สุดในโลกเมื่อปีที ผ่านมา พร้อมมีการจัดประดับตกแต่งจานในสไตล์ยุโรป แต่ประดับด้วยผักสดแกะสลักด้วยลวดลายไทยวิจิตรงดงาม ทั้งนี้ เมนูอาหารไทยดังกล่าวได้รับรางวัลเหรียญเงินในการเข้าแข่งขันครั้งนี้

นายวิวเมนต์ กล่าวต่อไปว่า ตามแผนการแข่งขันในปี 2555 ถือว่า การแข่งขันครั้งนี้เป็นรายการที่ 2 ของปีนี้ เพราะระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2555 เชฟทีมชาติไทยชุดนี้ ได้เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันรายการ "The Penang Chef Challenge 2012”ที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย โดยทั้งเชฟอาชีพ และเชฟเยาวชนที่ส่งไปทั้งหมด 24 คน สามารถคว้าเหรียญทอง 12 เหรียญ เหรียญเงิน 12 เหรียญ เหรียญทองแดง 15 เหรียญ พร้อมถ้วยรวม 6 ถ้วย โดยมีประเทศในเอเซียเข้าร่วมชิงชัยทั้งหมด 5 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ,ฮ่องกง ,ไต้หวัน สิงคโปร์

 

และไทยเข้าร่วมการแข่งขัน  และปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 ที่ประเทศไทยสามารถคว้ารางวัลถ้วยรวมชนะเลิศมาครองได้เป็นผลสำเร็จจากปี 2554 มากถึง 57 เหรียญแบ่งเป็น 14 เหรียญทอง 24 เหรียญเงิน และ19 เหรียญทองแดง ในรายการ Battle of The Chef ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย โดยสมาคมพ่อครัวมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 3-5 มิถุนายน 2554 และถือครั้งประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่ Thailand Culinary Academy  ส่งทีมเชฟไทยเข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุดถึง 47 คน

 

อย่างไรก็ตาม แผนงานการแข่งขันของปีนี้ลำบากพอสมควร เราตั้งใจว่า จะส่งเด็กไทยไปแข่งขัน 5 ประเทศ ตอนนี้ได้ไปมาแล้ว 2 รายการ ได้แก่ 1.การแข่งขันรายการ”The Penang Chef Challenge 2012”ที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2555  2.การแข่งขันรายการ”FHA 2012 Culinary Challenge”ที่ประเทศสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 17-20 เมษายน 2555

 

ตอนนี้เหลืออีก 3 รายการ  ได้แก่ 3.การแข่งขันรายการ”2012 International Food Fair”ที่ประเทศเกาหลี ระหว่างวันที่ 1-5 พฤษภาคม 2555 4.การแข่งขันรายการ”MLA Black Box Culinary Challenge 2012”ที่ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2555 


 และที่สำคัญที่สุด 5.การแข่งขันรายการ”IKA / Culinary Olympics”ที่เมือง Erfurt สหพันธรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 5-10 ตุลาคม 2555 โดยการแข่งขันในเวทีนี้ถือเป็นหนึ่งในเวทีแข่งขันด้านอาหารระดับสากลที่มี ชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เป็นการแข่งขัน"โอลิมปิก"ในวงการอาหาร คล้ายกับการแข่งขันโอลิมปิกในวงการ

กีฬา เพราะทุก 4 ปีถึงจะจัดขึ้นครั้งหนึ่ง และครั้งนี้จะถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะส่งเชฟเยาวชนไทยไปเข้าร่วมการแข่งขัน

 

"แต่ผมยังไม่รู้ว่า จะสามารถพาเด็ก ๆ ไปแข่งขันได้หรือไม่ เพราะยังขาดปัจจัยทางด้านการเงินในการเดินทางไปแข่งขัน รวมทั้งเงินค่าวัตถุดิบในการฝึกซ้อมต่าง ๆ ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมาปัญหาอุปสรรคไม่ใช่เรื่องการไม่ได้เหรียญ หรือถ้วยรางวัล เพราะเราได้รับเหรียญและถ้วยรางวัลกลับมาสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาก มาย แต่ปัญหาอุปสรรคคือ เรื่องเงินสปอร์นเซอร์ในการสนับสนุนในเรื่องค่าวัตถุดิบในการฝึกซ้อม และการส่งเด็กไปแข่งขัน ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนรายใหญ่ไม่เคยให้ความสนใจกับสิ่งที่เราทำ

 

ปัจจุบันเงินที่เรามีมาจากการบริจาคส่วนตัว มีบริษัทเอกชนบ้างที่เข้ามาช่วยเหลือเรา งบในปีนี้น้อยมากเมื่อเทียบกับเป้าหมายที่เราตั้งใจจะส่งเด็ก ๆ ไปแข่งขัน ตอนนี้เรามีงบเพียง 15% ของที่เราต้องการ อีก 85% เรายังหาเงินสนับสนุนอยู่ เราเคยเข้าไปหลายครั้งแล้ว หลายกรมแล้ว เราอาจจะไม่รู้จักผู้ใหญ่ หรือเราอาจจะเข้าไปทางไม่ถูก 3 ปีแล้ว เรายังไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานของภาครัฐเลย ทีมเราถนัดสร้างชื่อให้ประเทศไทยแต่เราไม่รู้จะไปติดต่อกับหน่วยงานของภาครัฐอย่างไร"นายวิวเมนต์กล่าว

 

นายวิวเมนต์กล่าวต่อไปว่า การที่พวกเราช่วยฝึกฝนอบรมให้เชฟเยาวชน และส่งไปแข่งขันในหลายประเทศเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า นอกจากการปรุงอาหารไทยที่อร่อยจนทั่วโลกยอมรับหลายเมนูแล้ว เชฟไทยยังมีความสามารถในการทำเมนูอาหารยุโรป ไม่ด้อยกว่าชาติใดในโลก สอดคล้องกับนโยบายการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ซึ่งจะทำให้พ่อครัวแม่ครัวของไทยที่มีฝีมือในการปรุงอาหารยุโรป ไม่แพ้แม้แต่ชาติต้นตำรับจากยุโรปเอง หากภาครัฐให้การสนับสนุน ละอาชีพนี้ถือว่า มีรายได้ที่ดีพอสมควรกว่าหลายอาชีพหากเป็นเชฟที่มีฝีมือเก่ง ๆ  

ขอบพระคุณคุณ  Credit : จาก มติชนออนไลท์  http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1335071162&grpid=02&catid&subcatid 

ขอบพระคุณคุณ  Credit : จาก มติชนออนไลท์http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1331212758&grpid=01&catid=09&subcatid=0901

ขอบพระคุณคุณ  Credit : จาก  http://www.thailandculinaryacademy.com

โดย kaikhong

 

กลับไปที่ www.oknation.net