วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ของจริงย่อมไม่มีวันตาย… Shakespeare NEVER die


LONDON ในปีพิเศษ พ.ศ. 2555 มีเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งวาระการครองราชย์ครบ 60 ปี Diamond Jubilee ของ Queen Elizabeth II และ LONDON 2012 ที่ลอนดอนจะกลายเป็นเมืองแรกของโลกที่มีกีฬาโอลิมปิกเกิดขึ้นถึงสามครั้ง

 

ก่อนหน้านี้ ตอน พ.ศ. 2551 เกิดแผนงาน Cultural Olympiad ที่ตั้งเป้าหมายกระตุ้นประชาชนบริทิชโดยเน้นกลุ่มเยาวชนเป็นสำคัญ ให้สนใจใคร่รู้ อยากมีส่วนร่วมกับเรื่องศิลปวัฒนธรรม Art & Culture ของชาติ มากพอที่จะร่วมสร้างผลงานในทุกแขนงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าด้านการแสดง หนังสือ หนัง ดนตรี

พอถึงปีนี้ London 2012 Festival ระหว่าง 21 มิถุนายน – 9 กันยายน ได้ถูกกำหนดให้เป็นฉากจบ Finale ตระการตา เพื่อนำผลงานที่ทุ่มเทมาตลอดสี่ปีก่อนออกสู่สายตาคนทั่วโลก

 

หนึ่งผลผลิตสำคัญของ Cultural Olympiad คือ World Shakespeare Festival ซึ่งเกิดขึ้นจากแนวคิดที่นำความเป็นเอกในงานประพันธ์ของ Shakespeare อันเป็นศิลปวัฒนธรรมคลาสสิคของชาติ ออกไปเชื่อมต่อกับโลกกว้าง  

British Council เก็บข้อมูลมาบอกว่า 50% ของเด็กทั่วโลก เป็นจำนวนประมาณ 64 ล้านคน รู้จักและใคร่รู้ ใคร่อ่านเรื่องของ William Shakespeare จึงเกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขยายการให้ความรู้แก่เยาวชน ผ่านครูเป็นร้อยและนักเรียนนับพันคน จากเกรทบริเทน กับอีก 7 ประเทศ คือ Oman, India, Brazil, Czech Republic, Hong Kong, USA และ South Africa

World Shakespeare Festival สร้างสรรค์บนพื้นฐานที่ผลงานวรรณกรรมของShakespeare สามารถนำไปประยุกต์ในวิธีการของแต่ละชาติภาษา ให้สามารถตีความและนำเสนอในมุมมองและภาษาของตนเอง

  

The Royal Shakespeare Company จึงเริ่มรวบรวมกลุ่มผู้จัดและนักแสดงจากทั่วโลกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2550 ให้นำบทละครทั้งหมดของ Shakespeare มาตีความ ได้ผลออกมาเป็นการแสดง 37 เรื่อง 37 ภาษา ที่รวม British Sign Language เอาไว้ด้วย

*

ในเกรทบริเทน การเรียนบทประพันธ์ของ William Shakespeare เริ่มตั้งแต่เด็กเล็ก ผ่านสื่อการสอนทุกรูปแบบ จนภาษาวรรณกรรมซับซ้อนที่ยากแก่การเข้าใจ ไม่เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงและความรื่นรมย์ มีผลงานให้เห็นทั้งบนเวที และไม่เคยห่างหายไปจากจอโทรทัศน์

 

*

เมื่อการให้ชีวิตแก่ตัวละครออกมาโลดแล่นบนเวทีที่เรียกว่า Adaptation เป็นวิธีดึงโครงหลักและหัวใจของเรื่อง โดยมิต้องคำนึงถึงแม้กระทั่งการคงชื่อตัวละครตามเดิม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้จัดต้องสามารถมองเห็นแก่นของบทประพันธ์ มีรสนิยมในการตีความให้เที่ยง คงความละเมียดละไมในชั้นเชิงการแสดงออก และไม่ลดทอนคุณค่าด้วยวิธีการนำเสนอราคาถูก

*

 

37 ภาษาของการแสดงครั้งนี้มีเรื่องน่าสนใจว่า หลายชาติในเอเชียที่ไม่มีความเจริญล้ำหน้ากว่าและไกลจากประเทศไทยนัก สามารถนำภาษาของตนเองมาร่วมเวทีสากลอย่างเต็มภาคภูมิ อย่าง ภาษา Hindi, Urdu, Gujarati หรือภาษาจีนทั้ง Cantonese จากฮ่องกง Mandarin จีนกลาง เกาหลี และ ญี่ปุ่น

*

*

*

*

*

*

 

เมื่อความเป็นไปในโลกปัจจุบันนี้ยุ่งเหยิง วิธีนำเสนอ Adaptation หลายเรื่องอดใจละการวิจารณ์ประเด็นเหล่านั้นไม่ได้ ผลงานที่โดดเด่นจึงต้องสะท้อนความขัดแย้งในสังคม ความเชื่อ ความแตกต่างทางการเมืองอย่างมีลีลา และมีปมทางเลือกทิ้งท้ายให้คิด มากกว่าแค่กระแทกร้อยร้าวให้แตกมากขึ้นอย่างไร้ทางออก

 

การแสดงหลายเรื่อง จึงมีมุมมองใหม่ในการตีความที่น่าสนใจ

 

 

Romeo and Juliet ของอิรัก พูดถึงความรักที่แบ่งแยกแบบ sectarian ของมุสลิมต่างนิกาย Sunni และ Shia ที่ผลจากความรุนแรงและการแก้แค้นคงเหลือไว้เพียงแค่ความเหนื่อยล้าให้คนซึมซับ

 Macbeth ของ Tunesia ยกเรื่องวิธีหาประโยชน์จากการเมืองและอำนาจในทางอยุติธรรมของบางผู้นำในโลกอาหรับมาแสดง วาดภาพการเป็นสาธารณรัฐและประธานาธิบดีให้เห็นช่องทางชั่วและดี ให้คนได้มีโอกาสคิด ไม่เพียงแค่สุมปัญหาใส่ โดยไม่นำทางไปข้างหน้า

นักแสดง Maori จาก New Zealand หยิบการร่าย Haka ธรรมเนียมท้ารบ Warrior dance ที่คุ้นตาในกีฬารักบี้ของผู้เล่นเชื้อสาย Polynesian ในขั้วโลกใต้ มาแนะนำวัฒนธรรม Haka ที่สอดแทรกอยู่ในหลายส่วนของประเพณีผ่านเรื่อง Troilus & Cressida

Q Brothers จาก Chicago เคยประสบความสำเร็จจากการนำ Much Ado About Nothing มาทำร่วมสมัยเป็น Funk It Up About Nothin’ กลับมาอีกครั้งด้วย Othello ในสไตล์ Hip Hop ที่แค่บางวลีก็ได้สัมผัสความรู้สึกสดใหม่ของโลกรุ่นเยาว์

I hate the bastard, hate the Moor,

I hate his rhymes, I hate his whore.

 

 

 

การแสดง 37 เรื่อง 37 ภาษา ถือฤกษ์ดีเปิดตัววันที่ 23 เมษายน St George’s Day วันเฉลิมฉลองนักบุญอุปถัมภ์ของประเทศอังกฤษ และ The Bard’s Birthday วันที่ถือเอามาระลึกเป็นวันเกิดของ Shakespeare ซึ่งบังเอิญพ้องกับวันเสียชีวิต 23 เมษายน พ.ศ. 2159 ด้วย

*

*

ผลงานที่ปรากฏใน World Shakespeare Festival ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ถึงความลึกซึ้งของเนื้อความที่สะท้อนสถานการณ์โลกด้วยการตะโกนใส่หน้าอย่างตรงและแรง ไม่ไร้รสนิยมในการนำเสนอ และคงความละเมียดของบทประพันธ์

ที่วรรณกรรมไม่จำเป็นต้องชี้ทางให้สังคมเสมอไป แต่วรรณกรรมชั้นดีสามารถเป็นเครื่องบันทึกและวิจารณ์ความเป็นไปในสังคม ให้เห็นความรัก ความโลภ อำนาจ ที่วนเวียนคงอยู่ทุกยุคสมัย ไม่เคยล้าต่อกาลเวลา

พ.ศ. 2555 นับเป็นเวลาถึง 448 ปี จากปีเกิดของ Shakespeare แต่ผลงานและความคิดที่ปรากฏของ William Shakespeare ยังคงร่วมสมัย จนกลายเป็นสถาบันเสียมากกว่าตัวตนที่จากไป ให้สรุปได้เพียงว่า

Through his work, The Bard lives...

และไม่มีวันตาย

 

* * * * * * * * *

Hello, Hello – Lady Gaga & Elton John, from Gnomeo & Juliet

(Uploaded by Azelf550TV)

Reference:

About World Shakespeare Festival

ข้อมูลการแสดง http://globetoglobe.shakespearesglobe.com/ 

Tunisian Macbeth 

Romeo and Juliet in Baghdad

Othello 

 
 

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net