วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เยือนเมืองมรดกโลก "กำแพงเพชร"





เมืองที่เรา-ท่านขับรถผ่านกันไปมาในเส้นทางสายเหนืิอ เชียงใหม่-กรุงเทพฯ
"เมืองกำแพงเพชร"ระหว่างเมืองตาก - นครสวรรค์ และหลายคนก็ไม่เคยแวะเยือน
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรได้รับการประกาศให้เป็น มรดกโลก
ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
(UNESCO) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2534

เสาร์ที่แล้วมานี้เองในเส้นทางเชียงใหม่-อุทัยธานี เราถือโอกาสแวะเที่ยวชมเมืองกำแพงเพชร
นอกจากจะเป็นเมืองมรดกโลกแล้ว โบราณสถานกำแพงเพชรซึ่งมีสิ่งก่อสร้าง เช่น ตัววัด
 เจดีย์ วิหาร พระพุทธรูป กำแพง เสาอาคาร กุฏิ  ล้วนแล้วแต่ใช้ศิลาแลงทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็น
โบราณสถานเพียงแห่งเดียวในประเทศและอาจจะแห่งเดียวในโลก ที่ใช้ศิลาแลงมาก่อสร้าง
เป็นเอกลักษณ์หาจากที่อื่นไม่ได้ และจังหวัดกำแพงเพชรเป็นจังหวัดเดียวที่ใช้เอกลักษณ์
ของโบราณสถานมาตั้งเป็นชื่อจังหวัดนั้นคือ กำแพงเพชร



เราขับรถเส้นตรงเข้าเมืองเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ศาลากลางจังหวัด ท่านก็จะผ่านกำแพงเมืองเก่า
เข้าสู่บริเวณอุทยานชั้นนอกที่เรียกว่า"ฝ่ายอรัญวาสีหรือฝ่ายที่อยู่นอกเมือง"อันมีวัด..
วัดพระแก้ว เป็นพระอารามหลวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่กลางเมืองเช่นเดียวกับ
วัดมหาธาตุกรุงสุโขทัย และวัดพระศรีสรรเพชญ กรุงศรีอยุธยา







วัดพระธาตุ ตั้งอยู่ทางด้านหน้าหรือด้านตะวันออกของวัดพระแก้ว เจดีย์ประธานภายในวัด
เป็นแบบเจดีย์ทรงกลมหรือทรงระฆังสูงใหญ่ก่อด้วยอิฐ องค์เจดีย์ตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยม
ที่ซ้อนลดหลั่นกันหลายชั้น ใกล้ๆกันมีวังโบราณหรือสระมน อยู่ทางด้านทิศเหนือของวัดพระแก้ว



จากประวัติศาสตร์ความเป็นมาและเมืองที่ตั้งของเมืองกำแพงเพชรที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง
แคว้นสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา และในขณะเดียวกันก็สามารถติดต่อกับบ้านเมืองล้านนา
ที่อยู่ทางเหนือได้อย่างสะดวก ดังหลักฐานทางโบราณคดีที่พบที่เมืองกำแพงเพชร
จึงแสดงลักษณะที่เกี่ยวกับดินแดนทั้งสามแห่ง แต่ก็แฝงไว้ด้วยศิลปะของท้องถิ่น
อันเป็นเอกลักษณ์ของสกุลช่างเมืองกำแพงเพชรเอาไว้ด้วย





โบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ยังเป็นงานสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์
โดดเด่น ทั้งในด้านการใช้วัสดุศิลาแลงเป็นวัสดุก่อสร้าง รูปแบบทางศิลปกรรมเป็นของแท้
ตลอดจนโบราณสถานรวมกลุ่มหนาแน่นในบริเวณป่าธรรมชาติ ซึ่งยังคงบรรยากาศ
พุทธสถานเขตอรัญวาสีดังเช่นในอดีต อันมี..
 ๐วัดพระนอน เป็นวัดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่นอกเมืองทางทิศเหนือ หรือบริเวณที่เรียกว่าอรัญญิก
สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ภายในวัดใช้ศิลาแลงแทบทั้งสิ้น
     ๐วัดพระสี่อิริยาบถ อยู่ทางเหนือของวัดพระนอน ถัดขึ้นไปประมาณ 100 เมตร สิ่งก่อสร้าง
สำคัญภายในวัดคือ วิหารที่สร้างบนฐานทักษิณขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ตอนหน้าวัด
ด้านหลังวิหารสร้างเป็นมณฑป ทำหน้าที่เป็นเจดีย์ประธานของวัด ลักษณะมณฑปแบบ
จตุรมุข กึ่งกลางทำเป็นแท่งสี่เหลี่ยมรับส่วนยอดหลังคา เป็นมุมยื่นออกมาทั้ง 4 ด้าน









ถัดเข้าไปด้านในอีกวัดหนึ่ง
๐วัดช้างรอบ ตั้งอยู่บนยอดเนินสูงสุดของเขตอรัญญิก สิ่งสำคัญของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ประธาน
ทรงระฆังขนาดใหญ่ ซึ่งยอดหักพังหมดแล้ว ฐานสี่เหลี่ยมด้านล่างสูงใหญ่ มีบันไดอยู่ที่กลาง
ด้านทั้งสี่เพื่อขึ้นไปถึงลานด้านบน หรือลานทักษิณ ฐานล่างประดับช้างปูนปั้นครึ่งตัว
จำนวน 68 เชือก ตัวช้างทำลายปูนปั้นที่แผงคอ โคนขา และข้อขา ระหว่างช้างแต่ละเชือก



ตกแต่งลายปูนปั้นนูนสูงรูปพันธุ์พฤกษา เจดีย์ด้านบนเหลือเฉพาะฐานแปดเหลี่ยม
และหน้ากระดานกลม ซึ่งพบหลักฐานว่ามีการประดับลายปูนปั้นเล่าเรื่องพุทธประวัติ และ
ประดับรูปเทวดา นางฟ้า กินนร กินรี และหงส์ ด้านหน้าเจดีย์ประธานทีฐานวิหารขนาดใหญ่





ด้านสุดกำแพงเมืองทิษมุมตะวันออกจะมีวัดสำคัญ
๐วัดอาวาสใหญ่ มีเจดีย์แปดเหลี่ยมเป็นประธาน ด้านหน้าเป็นวิหารฐานสูงมีทางขึ้น 3 ด้าน
มีเจดีย์รายรอบ ด้านหน้าสุดนอกเขตกำแพงแก้วมีบ่อน้ำใหญ่ เรียกบ่อสามแสน
เพราะน้ำในบ่อนี้ไม่เคยแห้ง



เที่ยวเมืองเก่าวันนี้ไม่ละเอียดมากมาย ได้เยือนวัดสถานที่สำคัญเป็นส่วนใหญ่
เพราะเราต้องเดินทางต่อไปยังที่หมายการท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี
โดยลัดเส้นทางจากกำแพงเพชร ไปตามทางหลวงเดิมให้ถึงก่อนค่ำวันนี้.

  

โดย cm_coffee

 

กลับไปที่ www.oknation.net