วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตลาด สวนสัตว์ สถาบันสอนศิลปะแห่งชาติภูฏาน


ตลาด สวนสัตว์ สถาบันสอนศิลปะแห่งชาติภูฏาน

หนึ่งในกิจกรรมของเมืองที่ฉันตั้งใจมาชม คือ สีสันของตลาดนัดสุดสัปดาห์ของทิมพู ในบริเวณทางทิศเหนือของสนามกีฬา Changlimitthang Stadium ซึ่งรู้มาว่าเปี่ยมไปด้วยสีสันของพ่อค้าแม่ขาย ชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนาที่ขนสินค้าที่ตนเองผลิตออกมาวางขาย ทั้งผักสด ผลไม้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพืชผลตามฤดูกาล เนื้อจามรีตากแห้งที่นำมาจากทางที่สูงทางตอนเหนือใกล้ชายแดนทิเบต ตลอดไปจนถึงเสื้อผ้าอาภรณ์ สร้อยหินทิเบต …

สิ่งที่ผู้คนกล่าวขานถึงตลาดนัดสุดสัปดาห์กันมากมายก็คือ ที่นี่จะเต็มไปด้วยภาพแห่งชีวิตของชาวบ้านที่แต่งกายสวยงามในชุดพื้นเมืองน่ามองพากันออกมาเพื่อพบปะสังสรรค์กันอย่างมีชีวิตชีวา … น่าเสียดายที่ในช่วงที่เราไปเยือนเวลาไม่อำนวย เราจึงต้องเลือกไปเยือนตลาดสดของเมืองแทน

ตลาดนัดแห่งนี้เป็นตลาดที่มีข้าวของมาวางขายกันทุกๆวัน ในตลาดเราจะเห็นผักสดมากมายหลายชนิด ส่วนใหญ่จะเป็นพืชผลตามฤดูกาล ที่เห็นกันมากมายก็เช่น พริกสดกองโตสีแดงจัด กะหล่ำปลี มันฝรั่ง หัวหอม ถั่ว เห็ด ผลไม้ตามฤดูกาล ที่บางชนิดก็หน้าตาเหมือนๆกับในบ้านเรา ส่วนบางชนิดก็แตกต่าง ทับทิม แอปเปิ้ล ส้ม สับปะรด พีช ที่มาจากชาวไร่ชาวสวน หาซื้อได้ในราคาย่อมเยา

ตลาดสดของที่นี่ ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศตลาดสดที่น่ารักบริสุทธิ์ เราเพลิดเพลินไปกับวิถีชีวิตดั้งเดิมแท้ๆของชาวภูฏาน แม้ไม่ได้ซื้ออะไร แต่บรรยากาศรอบๆ ดูเพลินๆมากกว่าที่จะมาตั้งหน้าตั้งตาซื้อหากันอย่างจริงจัง … ชาวเมืองที่ถือตะกร้ามาจ่ายตลาด ได้เห็นพืชผักอันเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารท้องถิ่น ผสมผสานไปกับกลิ่นของสมุนไพรและเครื่องเทศที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศ

นอกจากนี้ยังมีของแห้ง เช่น ข้าวสาร เครื่องเทศ ชีส … ผู้คนดูจะสนุกสนานกับการต่อรองราคาสินค้า หรือหากคุ้นเคยกันก็เจรจาพูดคุยกันอย่างเป็นมิตร … ฉันชอบตาชั่งแบบเก่าที่วัดน้ำหนักด้วยการถ่วงลูกหินที่ยังคงใช้กันที่นี่มาก ทำให้นึกถึงบรรยากาศของความสุขในตลาดสดตอนเป็นเด็กอยู่ที่บ้านนอก

สวนสัตว์แห่งทิมพู

ภูฏาน เป็นประเทศที่มีความเขียวชอุ่มของทิวเขาน้อยใหญ่ แต่ละแนวสลับสูงต่ำไล่เรียงกันไป ประเทศนี้มีกฎหมายป้องกันมิให้สัดส่วนของป่าลดลงตำกว่าร้อยละ 60 ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ มีการพัฒนาการรักษาพยาบาล การศึกษา และสาธารณูปโภคให้ดีขึ้น และเข้าถึงชีวิตคน ชีวิตป่า

ฉันอ่านหนังสือพิมพ์บนเครื่องบิน มีรายงานข่าวชิ้นหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาลภูฏานได้จัดส่ง “ทาคิน” อันเป็นสัตว์ประจำชาติของที่นี่ไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นทูตพิเศษ … เหมือนกับที่จีนส่งหมีแพนด้ายักษ์ไปยังสวนสัตว์ทั่วโลก แต่ข่าวไม่ได้บอกว่าเจ้าตัว “ทาคิน” ที่ว่านี้ จะต้องส่งคืนมายังประเทศที่เป็นเจ้าของในภายหลังหรือไม่

เราขอให้ Tshering ไกด์ของเราพาไปดู ทาคิน ก่อนที่เราจะจากภูฏาน และเขาก็น่ารักมาก จัดให้ทุกอย่างตามที่เราต้องการ

สวนสัตว์ของทิมพูตั้งอยู่ในบริเวณป่าสนกว้างขวางนอกเมืองไปเล็กน้อย นั่งรถไม่นานก็มาถึง ... ลมเย็นในยามปลายฤดูหนาวโบกโบยมากระทบกับผิวหน้า ยามที่เราเดินจากลานจอดรถด้านล่าง ขึ้นเนินไปด้านบน อันเป็นสถานที่ที่บรรดาสัตว์ที่ได้ระบการดูแลในสวนสัตว์แห่งนี้อาศัยอยู่

นอกจาก "ทาคิน" สัตว์ที่เป็นดาราของประเทศแห่งนี้แล้ว ...ที่นี่ยังมีนกหลายชนิดเรียกที่นี่ว่า "บ้าน" แต่ฉันไม่มีเลนส์ที่เหมาะสม เคยถ่ายรูปนกได้ไม่กี่อย่าง ด้วยนกส่วนใหญ่อยู่บนกิ่งไม้สูงๆ

กวางหน้าตาน่ารัก ... สมาชิกอีกชนิดหนึ่งของสวนสัตว์แห่งนี้

"ทาคิน" … เริ่มแรกที่ได้สบตากับสัตว์ประจำชาติของภูฏานนี้แล้ว อดไม่ได้ที่จะคิดถึงสัตว์ในเทพนิยายที่เห็นในภาพยนตร์ “อภินิหารขนแกะทองคำ” ที่ฉันเคยดูนานมาแล้ว

"ทาคิน"… เป็นสัตว์ที่ จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีกระดูกสันหลัง(Phylum Chordata) ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม(Class Mammalia) เป็นสัตว์ประจำชาติของภูฏาน ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงในพื้นที่หนาวเย็น มีหน้าและเขาคล้ายแพะ แต่ว่าไม่มีเครา ตัวใหญ่ประมาณวัว เมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม ทาคินจะกินใบไผ่ หน่อไม้ เป็นอาหารหลัก

ตำนานการกำเนิดของ ทาคิน : พระลามะองค์หนึ่งนามว่าท่านดรุกปก คุนเลย์ ได้สำแดงอิทธิฤทธิ์โดยการนำหัวแพะมาเสียบกระดูกวัว และชุบชีวิตมาเป็นสัตว์พันธุ์ใหม่คือทาคิน แต่เดิมทาคินมักหากินตามภูเขา ในอดีตทาคินอยู่ในสวนสัตว์ในกรุงทิมพู แต่ต่อมาพระเจ้าจิกมี ซิงเย นัมเกล วังชุก กษัตริย์องค์ก่อนของภูฏาน ทรงรับสั่งให้ปล่อยสัตว์ทั้งหมดกลับเข้าป่า แต่ความคุ้นเคยกับเมืองทาคินจึงเพ่นพ่านในเมืองเป็นจำนวนมาก จึงให้กลับมาอยู่ในสวนสัตว์ขึ้นอีกครั้ง โดยการเปลี่ยนสวนสัตว์เป็นศูนย์อนุรักษ์ทาคินแทน

ในแต่ละวันไกด์ชาวภูฏานนำนักท่องเที่ยวมากมายมาเยือนสวนสัตว์แห่งนี้ เพื่อชมสัตว์ประจำชาติของภูฏาน ... และดูเหมือนว่ามันก็ค่อนข้างจะคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวและกล้องถ่ายรูปดี เราจึงได้ภาพสวยๆของพวกมันมาฝากหลายภาพทีเดียว

ลูกทาคินตัวเล็กๆ ที่คอยเคล้าเคลียอยู่เคียงข้างแม่ตลอดเวลา ดูจะเป็นภาพที่ดึงดูดใครๆให้เข้ามาเก็บความน่ารักซะมากมาย ... เป็นความประทับใจอีกอย่างหนึ่งที่ภูฏานให้กับผู้มาเยือนค่ะ

สถาบันสอนศิลปะแห่งทิมพู

สิ่งที่สะท้อนความเป็นภูฏานรูปแบบหนึ่งคืองานด้านศิลปะ … ว่ากันว่า ท่านเดสิ เต็นซิน รับแก เป็นปูชนียบุคคลสำคัญท่านหนึ่งแห่งอาณาจักรภูฏาน เพราะไม่เพียงแต่เป็นผู้สืบทอดอำนาจการปกครอง หรือสานต่อปณิธานของท่าน งาวัง นัมเกล เท่านั้น … หากแต่ยังเป็นผู้ช่วยจรรโลงให้วัฒนธรรมของภูฏานมีความโดดเด่นและชัดเจน

ผลงานในส่วนของการสร้างเอกลักษณ์และแบบอย่างทางศิลปวัฒนธรรมให้แก่ชนชาติภูฏานก็คือ การกำหนดหลักปฏิบัติของศิลปหัตถกรรมประเพณี 13 ประเภท เพื่อสืบทอดไปยังอนุชนรุ่นหลัง รวมถึงได้บัญชาให้ก่อตั้ง “สถาบันฝึกฝนงานหัตถกรรมประเพณี 13 ประเภท” ขึ้น

การศึกษาศิลปกรรมภูฏานในทุกประเภททุกแขนง จึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจในรูปแบบและเกณฑ์การสร้างงานศิลปะแบบต่างๆตามที่ เต็นซิน รับแก ได้ประมวลไว้

… อย่างไรก็ตาม เราไม่อาจประเมินคุณค่าและกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะของชาวภูฏานโดยใช้เกณฑ์เดียวกับช่างฝีมือหรือสิลปินในโลกตะวันตก ทั้งนี้เพราะงานศิลปะของภูฏานไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองอารมณ์ สังคม หรือแม้แต่การบุกเบิกแสวงหาในรุปแบบแปลกๆใหม่ๆ

แต่ศิลปินภูฏานสร้างงานศิลปะด้วยจิตใจเพื่อเป็นพุทธบูชา ทำให้ไม่ค่อยมีการบันทึกชื่อเจ้าของผลงานไว้ การประเมินสมัยและอายุของผลงานจึงต้องใช้การเทียบเคียงจากจารึกต่างๆทีททางวัดบันทึกไว้เป็นสำคัญเท่านั้น

ศิลปะ ประเพณีของภูฏานแบ่งออกเป็น ๑๓ ประเภท เรียกว่า Zorig Chosum (Zo หมายถึงช่าง หรือความสามารถในการทำ ส่วน Rig หมายถึง ศาสตร์ หรือหัตถกรรม และ Chusum หมายถึง สิบสาม) ประกอบด้วย ช่างไม้ ช่างทอผ้า ช่างปักผ้า ช่างเขียน ช่างกระดาษ ช่างแกะสลัก ช่างโลหะ เป็นต้น ทำนองเดียวกับช่างสิบหมู่ของไทย

ในห้องเรียน ... มีพระราชดำรัสของสมเด็จพระราชธิบดีองค์ปัจจุบันที่ให้แก่สถาบันแห่งนี้ติดเอาไว้

"หากท่านเป็นคนดีแล้วละก็ ความรู้ ความชำนาญที่ท่านมีก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม ... ไม่เช้นนั้นมันก็จะเหมือนกับส่งอาวุธให้กับเด็กอมมือ"

สถาบันช่างสิบสามหมู่แห่งภูฏาน (National Institute for Zorig Chusum) เป็นที่ ที่เราได้เห็นความตั้งใจของคนหนุ่มสาวที่เข้ามาเรียนรู้สืบสานงานศิลปะภูฏานดั้งเดิมสาขาต่างๆ ทั้งการวาดภาพพระบฏหรือทังก้า การแกะสลัก งานทอผ้า งานปั้น เป็นต้น

ภาพภายในห้องเรียนห้องหนึ่ง ... มองเห็นอาจารย์ตั้งอกตั้งใจสอนเด็กนุ่มสาวที่เข้ามาเรียน ในขณะที่นักศึกษาเองก็มุ่งมั่นที่จะฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ

เราสังเกตุเห็นว่าการวาดภาพศิลปะของภูฏานนั้นดูเหมือนจะมีหลักเกณฑ์ที่เคร่งครัดพอควร ... เห็นแล้วคิดถึงเพื่อนๆหลายคนที่เปี่ยมฝีมือ ที่เราเห็นผลงานมาแล้วมากมาย

ศิลปะการปัก ... มีนักเรียนทั้งชายและหญิง

ที่นี่มีสินค้าที่เป็นงานฝีมือของนักเรียนโรงเรียนศิลปะของภูฏาน สินค้าที่เลือกซื้อได้ หน้ากากไม้ เสื้อผ้า และ ผ้าทอภูฏาน ตุ๊กตา แผ่นแม่เหล็กติดตู้เย็น สติกเกอร์ กระบอกมนต์ ธงมนต์ และของที่ระลึกทางศาสนาที่จำลองไว้อย่างสวยงาม

สินค้าหัตถกรรมฝีมือของนักศึกษาที่นี่ ... คุณภาพอาจจะไม่ทักเทียมกับอาจารย์ แต่คตวามตั้งใจคงไม่แพ้กัน หากมีโอกาสก็อาจจะให้กำลังใจเด็กๆได้ด้วยการช่วยอุดหนุนสินค้าในร้านค้าแห่งนี้ เพื่อที่จะมีทุนทรัพย์ไปซื้ออุปกรณื้การเรียน และมีโอกาสเพิ่มพูนความชำนาญให้มากขึ้น

สินค้าฝีมือดี คุณภาพสูง ในร้านค้าใกล้ๆกับสถาบันสอนศิลปะ ...

งานแต่ละชิ้นส่วนใหญ่เป็นฝีมือระดับอาจารย์ ที่เปี่ยมความละเอียด ใช้เวลาสร้างสรรค์เป็นแรมเดือน แรมปี ... ราคาที่ตั้งไว้จึงสูงมาก แม้ตามความเห็นของฉันราคาจะเหมาะสม แต่ก็สูงเกินกว่าที่คนธรรมดาๆอย่างเราจะซื้อหามาครอบครองได้ จึงได้แต่เดินชื่นชมเท่านั้น

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net