วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สด รายงานภาคสนาม!!!....ตลาดแรงงาน บนสะพานลอย ....กับยุคล่มสลายของภาคอุตสาหกรรมไทย..♪


สด รายงานภาคสนาม!!!....ตลาดแรงงาน บนสะพานลอย ....กับยุคล่มสลายของภาคอุตสาหกรรมไทย

สร้อยคอ เครื่องประดับ แบบเก๋ เน้น ราคาไม่แพง

งาน ภาพ ฝีมือ เจ้าของเอง...ทำเอง ขายเอง สนนราคา ไม่เกิน 100 บาท

ร้านนี้ จัดร้านมีสไตล์ แถม ขาย ของแบบมีแนว (ต้นไม้..ธรรมชาติ)

ที่ห้อยโทรศัพท์ น่ารักๆ ท่าทางน่าจะมีแหล่งรับมาอีกที

มีขายของ เต็มแนว ตลอดทางเดิน บนสะพานลอย

ชอบใจก็นั่งยองๆ ลง ต่อรอง เลือกซี้อหาได้

สินค้า ขายคล่องตัว เห็นจะเป็นพวก ที่ติดผม กิ๊ป

ผู้คน เดินช๊อปปิ้งกัน สบายใจ

ปกติ ดิฉันมีวิถีชีวิตที่ต้องใช้สะพานลอย เช้า และเย็น-ค่ำ หลังเลิกงาน ในช่วงเช้า ก็จะเห็นบรรยากาศ ของ เด็กจรจัดที่นอนระเกะระกะบนสะพานลอย กับ ขอทาน เจ้าเก่าหน้าเดิม ส่วน ช่วงค่ำ ก็จะเป็น คนขายของบนสะพานลอย ซึ่งสังเกตว่า ระยะ 1-2 เดือนมานี้ มีมากเจ้าขึ้น และหลากหลายขึ้น ดังเก็บรายละเอียดภาพมาฝากกัน

เห็นบรรยากาศการขายองบนสะพานลอยแล้วพวกเขาเหล่านั้นอาจจะเคย เป็นมนุษย์เงินเดือน หรือเป็นสาวฉันทนา แต่เกิดการปิดโรงงาน เลิกจ้าง และทำให้ นึกย้อนหลังไปถึงวิกฤติต้มยำกุ้ง เมื่อ 10ปีที่แล้ว ดิฉัน มีเห็นพิษต้มยำกุ้ง ผ่านประสบการณ์ของเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง(ต่อไปนี้ ใช้ชื่อว่า ชาญ )ที่เป็นมนุษย์เงินเดือนตั้งแต่สมัยฟองสบู่ยังไม่แตก เงินเดือน รายได้ เมื่อนึกย้อนไป ก็ถือว่า วงการโฆษณาเอเย็นซี่ ไม่เลวเลย มีบัตรเครดิต อยู่ในกระเป๋าแบบที่เรียกว่า เจ้าของหากไม่เรียงไว้เป็นตับ ก็คงลืมไปว่า มีบัตรเครดิตยี่ห้ออะไรอยู่บ้าง ชาญ เป็นผู้ที่บริหารบัตรเครดิตได้เก่ง ทำให้เขามีเงินหมุนมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อ (ผ่อน)บ้านหรู, รถยนต์, โทรศัพท์มือถือ และไม่ลืมที่จะปรนเปรอพรรคพวกเพื่อนฝูงตามแบบฉบับของผู้มีน้ำใจ ครั้นเมื่อฟองสบู่แตก สถาบันการเงินผู้ที่ออกบัตรเครดิตให้ชาญ ก็พากันทวงหนี้ เช้าเย็น เอาล่ะสิ ตอนนั้นชาญ ก็ได้รับอานิสง จากพิษต้มยำกุ้ง บริษัทไม่มีงานเข้า จนต้องปิดกิจการ มนุษย์เงินเดือนอย่างเขา ต้องมาเปิดท้าย ขายของ ตามตลาดนัดศูนย์การค้า อาชีพ ที่เฟื่องขึ้นมาก็เลยเป็นอาชีพเปิดท้าย ขายของ

ทีนี้ เราลองมาดู ตลาดแรงงานในภาคอุตสาหรรมบ้านเรา นับแต่ประเทศไทยประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 เป็นต้นมาถึงบัดนี้ สถานการณ์โดยรวมของประเทศไทยได้ก้าวจากความร่มเย็นเป็นสุขและความรุ่งเรืองไพบูลย์แต่กาลก่อน มาสู่สายอุตสาหกรรม....สาวฉันทนา

ในยุครัตนโกสินทร์นี้ ยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้าเป็นยุคที่ราชอาณาจักรไทยมีความรุ่งเรืองไพบูลย์ในทุกด้าน รุ่งเรืองจนกระทั่งราชอาณาจักรไทยเป็นศูนย์กลางการค้าใหญ่ในสุวรรณภูมิ ระบบเศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง เฉพาะค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 1 บาทต่อ 2 ปอนด์ สเตอริงก์ มีความเจริญก้าวหน้าและทันสมัย ถึงขนาดที่พระจักรพรรดิเมจิแห่งญี่ปุ่นต้องส่งคนมาดูงาน

ถึงขนาดที่จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชิงของราชวงศ์จีนมีความเลื่อมใสในพระปรีชาสามารถและพระราชทานพระตำหนักที่แกะสลักทั้งหลังบรรทุกเรือสำเภานับร้อยลำมาเป็นเครื่องราชบรรณาการ

อีกทิศทางหนึ่งคืออุตสาหกรรมบริการ ทรงตระหนัก ทรงทราบเป็นอย่างดีและทรงนำเอาข้อดีเด่นนั้นมากำหนดเป็นทิศทางพัฒนาชาติ เพราะประเทศไทยของเรามีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยสดงดงาม มีวัฒนธรรมประเพณีที่รุ่งเรืองเป็นเอกลักษณ์ ประชาชาติไทยของเรามีอัธยาศัยโอบอ้อมอารีเอื้ออาทร รักในการให้บริการ รักในการดูแลเอาใจใส่ และมีอัธยาศัยที่นุ่มนวลเรียบร้อย เป็นที่ถูกอกถูกใจของใคร ๆ

ทิศทางการพัฒนาประเทศไปในสองทิศทางนี้จึงนำพาราชอาณาจักรสยามยุคนั้นให้รุ่งเรืองไพบูลย์เป็นที่ประจักษ์ การพัฒนาประเทศในทุกด้านล้วนสอดคล้องรองรับกับทิศทางใหญ่ที่ประเทศจะต้องก้าวไป

หลังจากจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ขึ้นแล้ว ได้ล้มเลิกพระบรมราโชบายที่นำพาประเทศชาติไปในสองทิศทางดังกล่าวจนหมดสิ้น

ภายใต้แผนดังกล่าวได้ประเทศไทยเข้าสู่หนทางอุตสาหกรรม ห้า หกปีที่ผ่านมา ผืนดิน ผืนน้ำ แผ่นฟ้าอากาศที่เคยอุดมสมบูรณ์และบริสุทธิ์เปลี่ยนแปลงไป เต็มไปด้วยมลภาวะที่เป็นพิษ ความแห้งแล้งขาดแคลน ภาวะน้ำท่วมและภัยพิบัติใหม่ๆ 

สังคมไทยถูกทำลายลงอย่างยับเยิน ครอบครัวที่อบอุ่นหมดสิ้นไป เหลือแต่ความตึงเครียด ความแตกแยกและความพลัดพราก ชนบทไทยเหลือแต่คนแก่และเด็ก เยาวชนเต็มไปด้วยผู้ติดยาเสพติด ขายบริการทางเพศ และมีจิตใจตลอดจนคุณธรรมศีลธรรมที่เสื่อมทรามลง

สิ่งที่ต้องยอมรับคือไทยเราไม่สามารถแข่งขันกับจีน เวียดนาม อินเดีย ได้อย่างมีบทพิสูจน์ชัดเจน กัมพูชาและลาวกำลังเตรียมพร้อมจะแซงหน้าในอนาคตอันไม่ไกล

ค่าเช่าที่ดินในเวียดนาม อินเดีย ลาวและกัมพูชาถูกกว่าประเทศไทย ค่าแรงในจีน เวียดนาม และกัมพูชาก็ถูกกว่าในประเทศไทย นี่คือแม่เหล็กดึงดูด แหล่งเงินทุน

ดังนั้นการเคลื่อนย้ายทุนอุตสาหกรรมจากทั่วโลกจึงหลั่งไหลไปในประเทศต่าง ๆ เหล่านี้และทิ้งประเทศไทยไว้ข้างหลัง 

การปิดโรงงาน งดจ้างในภาคอุตสาหกรรมกำลังเกิดขึ้นมีสัญญาณตั้งแต่กลางปีที่แล้ว และกำลังระเบิดเถิดเทิงมากขึ้นเป็นทวีคูณ

เพราะค่าเงินที่แข็งเกินจริง เพราะต้นทุนพลังงานที่แพงที่สุดในภูมิภาค และเพราะค่าแรงที่สูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค จึงทำให้สินค้าอุตสาหกรรมผลิตแล้วขายไม่ได้ ทำให้อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจและการขยายตัวชะลอตัวลง ถึงขนาดต้องผูกติดกับการส่งออก หาก เมื่อผลิตแล้วขายสินค้าส่งออกไม่ได้ก็ต้องปิดโรงงาน ย่อมมีแรงงานตกงาน(ร่วม 50,000 คน ณ ปัจจุบัน )

ตลาดแรงงาน กับปัญหาสังคม

จากงานที่ตนทำ ตลาดแรงงาน ประกอบด้วย ภาคแรงงานอย่างเป็นทางการ(formal sector) เช่น ชาญ มนุษย์เงินเดือน และสาวฉันทนา ในภาคอุตาหกรรม และ ภาคแรงงานอย่างไม่เป็นทางการ(informal sector) ที่ก่อให้เกิดเศรษฐกิจลำลอง เช่น เด็กปั๊ม เด็กขายของตามแผงลอย เป็นต้น ปัจจัยที่อาจทำให้เกิด การเปลี่ยนถ่าย ไหลจากภาคแรงงานอย่างเป็นทางการ(formal sector) ไป ภาคแรงงานอย่างไม่เป็นทางการ(informal sector) มีสาเหตุได้จากปัญหาการเลิกจ้างงานใน ภาคแรงงานอย่างเป็นทางการ(formal sector) ยิ่งไปกว่านั้น ผลกระทบต่อแรงงานไทย จากการไหลไปสู่ภาคแรงงานอย่างไม่เป็นทางการ(informal sector)หากเขาเหล่านั้น อยู่ไม่ได้ อันหมายถึง รายได้ ไม่พอกับการยังชีพ ใครเลยจะคิดว่า มันมีผลกระทบต่อสังคม ซึ่งจะมีทั้งในระยะสั้น และ ระยะยาว ปัญหาเหล่านั้นได้แก่ ปัญหาอาชญากรรม

ดีไม่ดี อาจจะเกิดอาชีพ สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง อย่างนี้ ก็ได้ 

ม็อบไขแม้ว"ที่บริเวณหน้าบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษโดยกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำร้ายข้าวของราชการ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน” 

แหล่งภาพhttp://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9500000085522

ที่มา ประยุกต์จาก เศรษฐศาสตร์จุลภาค 

เพลงบางกอก/ ชาย เมืองสิงห์ ใช้ประกอบเรื่องเท่านั้น

สนใจเพลงโปรด สนับสนุนสินค้าลิขสิทธิ์

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net