วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"เที่ยวเลตรัง" กี่ครั้ง... ก็ยังสวย!


นี่ๆๆ.. เดี๋ยวปีหน้าไปเที่ยวทะเลตรังกันดีมั้ยย เขาว่าที่นั่นน้ำใสมากๆ" เสียงผม ผุดขายไอเดียมากลางวงหลานๆ

"แล้วจะไปกันยังไงเนี่ย.ย.ย...ตั้งหลายคนน๊าา" หลานตัวน้อยหูผึ่ง พูดแทรกจน เสียงหลง..ง....

"ก็อาจจะขึ้นเครื่องไป... แต่ต้องเก็บตังค์เอาไว้ตั้งเเต่วันนี้น่ะ ไม่งั้นโครงการนี้ก็ต้องม้วนเสื่อแหง๋ๆ..." ผมพูดเชิงทีเล่น ทีจริงเอาไว้ เพราะในใจคิดว่า เด็กๆจะเก็บตังค์ได้เหร้ออ.... ตั้งเยอะ..
 
จากไอเดียเล็กๆ ตั้งแต่เมื่อกลางปีที่แล้วครับ นับจนถึงวันนี้ก็เกือบ 1 ปีเต็ม พอดิบพอดีครับ  หลานๆกลุ่มเดิม เอาตังค์มายื่นแล้วบอกว่า

"นี่เป็นเงินที่จะเอาไปเที่ยวของแต่ละคน...  ให้เจ็กจองที่พัก เครื่องบิน รถตู้ เรือสปีดโบ๊ท  ไว้ได้เลยยย" ใบหน้าหลานๆ คราวนี้ ดูขึงขัง น้ำเสียงเอาจริง

".............................." ที่เงียบไปไม่ใช่อะไรหรอกครับ กำลังอึ้งอยู่ครับบบ.....

ครับ.. เรื่องของเรื่องก็ "เป็นเรื่อง" จนได้ครับ  โดยเป็นอีกหนึ่งในอภิมหาโปรเจค โครงการท่องเที่ยวของครอบครัวเรา ซึ่งนานๆจะรวบรวมกำลังพลกันได้มากถึง 20 คน (จริงแล้วๆ ยังไปไม่ครบคนซะด้วยซ้ำไป..ไม่รู้จะเยอะไปไหนครับ..อิอิ..)

ก่อนวันเดินทางนับจากเดือนเป็นสัปดาห์ ผมเฝ้าสังเกตุแต่ละคนเตรียมตัว เตรียมกระเป๋า แพ็คเป็นอย่างดี อย่าว่าเเต่หลานๆ เลยที่ตื่นเต้นเลยครับ  พวกอากู๋ อาเจ็ก อากิ๋ม ก็น้อยซะที่ไหน บางคน แอบเตรียมชุดเล่นน้ำ ครีมกันแดด แว่นตา ฯลฯ ไว้ล่วงหน้าแล้ว ยิ่งเข้าใกล้วันที่จะเดินทางด้วยแล้ว อืมมมม..... ไม่ต้องพูดถึง...... คงนึกภาพกันออกใช่มั้ยยครับ .... อิอิ...

วันที่พวกเราขึ้นเครื่องบินกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาที่ "สนามบินดอนเมือง"  ผมเห็นพลังความสุขอะไรบางอย่างมันแผ่ออกมารอบๆกลุ่มของพวกเราครับ เพราะหลานๆ แต่ละคน บางคนก็บินมาจากเชียงใหม่  อีกกลุ่มก็เดินทางมาจากระยอง ส่วนใหญ่จะมาแต่ละทีกันครับ เพราะนานๆ ทีจะได้เจอกันแบบนี้

จริงครับ! ที่เขาบอกว่า มาถึงที่ "ตรัง" หากไม่ไปกิน "ติ่มซำ - หมูย่าง" อาหารชื่อดังประจำจังหวัดก็เหมือนมาไม่ถึง..   เราไป ลิ้มรส และฝากท้องที่ "ร้านพงษ์โอชา 2" ต่อ 2 โต๊ะติดกัน "ติ่มซำ - หมูย่าง - ปาท่องโก๋ - โกปี๊" และอีกหลายเมนู ลงมาไว้ที่โต๊ะ ไม่ถึง นาทีก็เกลี้ยงจาน นี่พวกเราไม่ค่อยหิวกันเลยยยย...555++

เราใช้รถตู้ 2 คันครับในการเดินทาง โดยมี "โกวิทย์" กับ "โกกฤช" เป็นพลขับมือฉมัง โดยว่ากันว่า ทั้ง 2 คน เป็นคนตรังตั้งแต่กำเนิด รู้จักที่นี่ทุกซอก ทุกซอย ทางลัด ทางไม่ลัดรู้หมด จนเจ้าตัวประกาศกร้าว ลั่น "แค่หลับตาขับ ยังไปถึงจุดหมาย ได้เลยย!!..." ผมเลยรีบตอบไปว่า "ลืมตาขับก็ได้ครับโก......ผมไม่รีบ.บ.บ.อิอิ..."

แวะตัวเมืองเข้าไปไหว้ "ศาลเจ้าท่ามกงเยี่ย" เขาว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์นัก ถึงขนาดว่าลูกหลานคนที่นี่ต้องมาฝากเป็นลูก เป็นหลาน ของเจ้าพ่อที่นี่อีกด้วย และก็ได้ผลครับ ผมเข้าไปจุดธูป ขอพร ให้การเดินทางของครอบครัวเราในครั้งนี้  อย่าได้มีฝน และขอให้เดินทางไป-กลับ อย่างปลอดภัย..

พูดแล้วยังขนลุก.ก.ก.ก.......

ตลอดทริปที่เราเดินทางนั้น  แทบไม่มีฝนเลย... แดดดีมาก.. แถมฟ้าใสเหมือนเป็นใจทั้งๆที่เมื่อวัน 2 วันก่อนนั้นพายุยังเข้าอยู่เลย...

ก่อนออกจากตัวเมืองผมเข้าไป "บ้านคุณชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี" เห็น "อาซ้อ" ในกลุ่มพูดขึ้นมาว่า เจอ "คุณชวน" ที่สนามบินจ.ตรัง เห็นว่าท่านจะต่อเครื่องไปนครศรีฯ เพื่อช่วยลูกพรรคหาเสียงดูท่าทางท่านใจดีมีไมตรีเป็นอย่างมาก ไม่น่าแปลกใจเลยครับ...  ว่าทำไม "คุณชวน" จึงเป็นขวัญใจของคนในพื้นที่แห่งนี้...

 การเข้ามา "บ้านคุณชวน" ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของผมครับ  ผมเคยเข้ามาใน สมัย "คุณแม่ถ้วน หลีกภัย" ยังมีชีวิตอยู่ มาครั้งนี้ สภาพบ้านยังเหมือนเดิมครับ ประตูยังไม่ได้ปิดเหมือนเดิม แต่ที่ แตกต่างจากเดิม ก็คือ  ต้นไม้เยอะขึ้น โต๊ะไว้รองรับแขกมากขึ้น และคนที่เข้ามาก็เยอะขึ้นครับ!  ซึ่งในวันนั้นได้พูดคุยกับ "คุณกิจ หลีกภัย" (พี่ชายคุณชวน) ที่ได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีครับ

จากตรังไป "สระมรกต อ.คลองท่อม จ.กระบี่" ร้อยกว่ากิโลได้ครับ ซึ่งนั่นคือเป้าหมายของพวกเราที่จะไปลงเล่นน้ำที่นั่น แถมโชคดีวันที่ไปคนไม่เยอะ เด็กๆจึงจัดแจงลงเล่นน้ำในสระมรกตที่เขียวใสเหมือนกระจก  ผิวทรายใต้น้ำนุ่มเหมือนสำลีก็ไม่ปาน ครับ

พอเล่นน้ำสะเด็ดได้ที่!! เรากลับมาเช็คอิน ที่ "อนันตรา สิเกา รีสอร์ต แอนด์ สปา" เป็นที่พักติดกับชายหาดปากเมง อ.สิเกา โดยมี "เจ้าหน้าที่" ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี รีสอร์ตสวย สะอาดสมชื่อ สมราคาครับและ ที่สำคัญมีสระว่ายน้ำให้เด็กๆ ได้ว่ายเล่นอีกด้วยครับ

วันต่อมา พวกเราไป "ล่องทะเล" กันเต็มวันครับ! ทั้งเกาะม้า เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะไหง เกาะมุกต์  และถ้ำมรกต กันอย่างเต็มอิ่ม โดยมี "โกชัย" หัวหน้าทริปในการดำน้ำ ดูปะการัง แถมสอนการ "แหล่งใต้" ให้พูดกันอย่างครื้นเครง

ผมได้ทีเลยบอกไปว่า อาหารมือเที่ยงวันนี้ "หรอยแรงจังฮู้ครับโกว์.ว.ว.ว.." (สำเนียงทองแดง)

จน "โกชัย" มองยิ้มๆแล้วบอกว่า "ไอ้นี่หัวไวนิ...." (สำเนียงต้นตำรับ)

ใครบอก "ทะเลกระบี่" สวย ผมว่า "ทะเลตรัง" สวยกว่าครับ... เพราะมีเกาะแก่ง ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งปะการัง ปลาทะเล ยังมีให้เห็นชนิดหลากหลายครับ โดยแดดวันนี้ "จัดมาก" ครับ! จัดว่าร้อนมากๆ....  ซึ่งก็สมใจอย่างที่พวกเราปรารถนา เพราะจะได้เล่นน้ำดูปะการังอย่างเห็นได้ชัด และถ่ายรูปออกมาจะได้สวยอย่างที่ต้องการจริงๆ

"อาม่า อากู๋ อากิ๋ม อาเจ็ก และเหล่าหลานๆ" ดำผุด ดำว่าย กันสมใจ!  เพราะได้เตรียมอุปกรณ์มาชนิดจัดเต็ม  ทั้งแว่นดำน้ำ , ครีมกันแดด , ตีนกบ , ชุดว่ายน้ำ, กล้องถ่ายใต้น้ำ ฯลฯ และที่ขาดไม่ได้คือ "ขนมปัง" เพื่อที่จะมาให้อาหารปลาทะเลนั่นเอง

วันนี้มี "หลานผมคนหนึ่ง" ไม่ค่อยสบายคั่นเนื้อ คั่นตัว เหมือนจะเป็นไข้ แต่ก็อดทน ไม่ออกอาการให้เห็น  มีจิตใจแข็งแกร่งดั่งศิลา แถมเจ้าตัว ลงเล่นน้ำ ทั้งน้ำสระ, น้ำทะเล ว่ายกันชนิดลืมป่วยกันเลยทีเดียว
 
โดยเฉพาะ "ถ้ำมรกต" หนึ่งในสุดยอดอันซีนของทะเลตรัง หากใครมาลอดแล้วไม่ติดใจให้มาเหยียบอก (คนข้างๆ) ได้เลย เพราะมันสวยมาก เหมือนคุณมุดไปในถ้ำมืดๆ ที่พื้นน้ำเป็นสีเขียวมุกเหมือนมรกต   คนที่จะเข้าไปนั้นก็จะต้องตีขา แบบท่าปั่นจักรยานว่ายน้ำเข้าไป ลัดเลาะ เลี้ยวซ้าย - ขวา น่าตื่นเต้น พอไปจนสุดทางตรงแล้วจะเจอแสงสว่างปลายอุโมงค์ พอเข้าไปเหมือนกับว่าเราอยู่ในปล่อง ภูเขาไฟยังไง ยังงั้นเลยครับ 


พวกเราดำดูปะการัง ทั้งว่ายน้ำ และถ่ายภาพกันชนิดหนำใจกันไปข้างหนึ่ง! กว่าจะกลับเข้ามาที่ฝั่งอีกที่เกือบ 5 โมงเย็นแถมตอนกลางคืน วันนั้นเราได้ปล่อย "โคมลอย" กันหน้าหาดปากเมง เพื่อเป็น การทำเซอร์ไพร้ส์ หลานคนหนึ่งในกลุ่มที่เกิดวันนั้นพอดี และที่ไฮไลท์ที่สุดคือ   "บิ๊กบอส" ของอนันตรา สิเกา ที่เราไปพักนั้น เขาได้มาร่วมปล่อยโคมลอย แถมอวยพรให้ เจ้าของวันเกิดอีกด้วย ครับ จนเจ้าตัวยิ้มแก้มปริ อึ้ง...แบบไม่รู้จะพูดอะไรดี อิอิ..

วันสุดท้ายพวกเราแวะไปที่ "ถ้ำเลเขากอบ" ที่เขาบอกว่า มา จ.ตรังต้องมาที่นี่ให้ได้ ไม่งั้นมาไม่ถึง (อยากเห็นหน้าคนบัญญัติคำว่า ไม่มาที่นั่น ที่นี่ เหมือนมาไม่ถึงจริงๆ เพราะทำให้เราอยากไปเห็นเสียทุกที)

"ถ้ำเลเขากอบ" นี่เป็นถ้ำหินงอก หินย้อย ที่ธรรมชาติได้จัดสรรปั้นแต่งได้สวยสดงดงามจริงๆครับ เพราะกว่าจะเข้าไปได้ต้องนั่งเรือท้องแบนโดย 1 ลำ มีผู้โดยสารได้ 5 คน รวมคนพาย หน้า-หลังอีก 2  คน ทั้งหมดเป็น 7 คน การจัดการของที่นี่ จัดเป็นระบบมากครับ มีการซื้อตั๋ว ลำละ 300 บาท ไม่แพงเลยครับกับการที่คนพายจะพาเราเข้าไปดูในนั้น เห็นพี่ที่ พายเรือของผม เขาบอกว่า  เป็น "ทั้งคนพายเรือ-เป็นทั้งไกด์-เป็นทั้งบอดี้การ์ด" โอ้วว.ว.ว.. ท่าจะจริงครับ เพราะทำเสียทุกอย่างเลยนิ....

ข้างในถ้ำอากาศน้อยครับ เหงื่อนี่... น้องๆอาบน้ำใหม่กันเลย เพราะชุ่มมากครับ  หากใครจะคิดแต่งตัวสวยๆ เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะ! หรือจะเป็น เสื้อฟิตๆ กางเกงยีนส์เดฟ เหมือนพี่ตูน บอดี้สแลมป์ ละก็..... ผมอยากจะให้คิดใหม่.. ... .

ลักษณะภายในถ้ำจะมีหินงอก หินย้อยรูปทรงแปลกตา อย่างเช่น รูปทรงไม้ลูกชิ้น รูปช้าง เจ้าแม่กวนอิม ฯลฯ ที่ว่ากันว่าหาดูที่ไหนไม่ได้ โดยระยะความสูงของตัวถ้ำบางที ต้องนั่ง สลับนอน(บนเรือ)ไปด้วยเพราะความสูงจะ ลดระดับลงมาเรื่อยๆ  แถมบางช่วงมืดอีกต่างหาก  คิดดู...จน "อาม่าผม" แกยิ่งกลัวความมืดอยู่ด้วย เจ้าตัวพูด ฮึมฮัมๆๆ  ผมเลยเอียงหูไปฟัง จับใจความเป็น ภาษาจีนว่า "ฮุดโจ้วปอฮ่อๆๆๆ.." (แปลว่า ขอให้พระคุ้มครองๆ) .....

ไฮไลท์! ของ "ถ้ำเลเขากอบ" อยู่ตรงทางออกครับ! ขอบอกว่า "สุดๆจริงๆ" บอกได้แค่นี้น่ะครับ ที่เหลือ "ขออุบไว้" เดี๋ยวเผื่อใครไปจะได้รู้เองเน้อะ... อิอิ

วันสุดท้ายเด็กๆหลานๆ(บางคน) เหมือนจะงอแงอยากอยู่ต่อ ก็ได้แต่บอกว่า "งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลาฉันใด การพักผ่อนก็ย่อมมีเวลาของมันฉันนั้น" เด็กๆก็ได้ตามองตาปริบๆ  แต่เจ้าตัวก็เข้าใจเป็นอย่างดี

ซึ่งการเดินทางมารวมตัวครั้งใหญ่ ของพวกเราในครั้งนี้ มันทำให้ผมได้เห็นภาพ การแบ่งปัน เอื้ออาทร ดูแลซึ่งกันและกัน ความสมัครสมานสามัคคีเป็นเนื้อเดียว  ทั้งๆที่แต่ละครอบครัวไม่ค่อยได้เจอกันด้วยซ้ำ  และทำให้ผมได้สัจธรรมข้อหนึ่งว่า

การไป "เที่ยวทะเล" แล้วมีความสุข

"น้ำทะเล" ที่เล่นไม่ผล..เท่ากับคนที่เราไปด้วย

การไป "เที่ยวทะเลกับครอบครัว" กับพี่น้องที่เรารัก ไปที่ไหนก็มีความสุข จริงๆ ครับ!!...



ขอบคุณครับ

Special Thanks

1. "ท่านพี่ลูกเสือหมายเลข 9" บล็อกเกอร์ชื่อดังแห่ง OKnation  ที่คอยดูแลเรื่องเรือ - รถตู้ให้เป็นอย่างดี
2. "ท่านต๋อง" แห่งสายการบิน Nok Air
3. "น้อง Chang"  แห่ง  Anantra Resort & SPA

โดย lekkungs

 

กลับไปที่ www.oknation.net