วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องของผัวเมีย อย่ายุ่ง คำคลาสสิคที่ได้รับอภิสิทธิ์จากสังคม


"เรื่องของผัวเมีย อย่ายุ่ง" คำคลาสสิค ที่ได้รับอภิสิทธิ์จากสังคม

เมื่อคืนที่ผ่านมาดิฉันเห็นเหตุการณ์จับผู้หญิงมัดมือมัดเท้า ปิดปาก อุ้ม ขึ้นรถ คนถามบอกเรื่อง "ผัวเมีย" ค่ะ แล้วเป็นไงรู้มั้ยคะ ผู้ชายคนนั้นก็ พาผู้หญิงไปขืนใจได้สำเร็จลุล่วงค่ะ โอวววววว..ช่างกล้า

มาเขียน blog วันแรก โปรยเรื่องซะดูหวาดเสียวเฉี่ยวเส้นประสาทเชียวค่ะ ก็เหตุการณ์นี้มันผ่านหูผ่าน ตามาสดๆ ร้อนๆ เมื่อสามทุ่มเศษๆ ของคืนที่ผ่านมานี่เอง ผ่านจอแก้วสี่เหลี่ยม ช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณ
ใช่ค่ะ ... เหตุการณ์ที่ว่า มันเป็นฉากหนึ่งในละคร เรื่อง "รหัสริษยา"


ไม่ได้ตั้งใจโปรยเรื่องแบบตีหัวเข้าบ้านนะคะ เพราะแม้ว่ามันไม่ใช่เรื่อง ที่เกิดขึ้นจริง แต่จากบทบาทการแสดงและเรื่องราวที่เห็นคืนนี้ มันทำให้ ฉันระลึกชาติขึ้นมาได้ ว่าดิฉันช่างหวาดกลัวและรังเกียจเข้าไส้จริงๆ กับ ประโยคที่ออกจาก พระเอกของเรื่อง "ศิวา" ที่เอ่ยออกมา เมื่อมีคนมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น หลัง จากได้จับนางเอก "พาไล" มัดมือมัดเท้า อุ้มขึ้นรถยนต์ หน้าม่านรูดว่า  "เรื่องของผัวเมีย" พร้อมภาพฉายให้เห็นพาไล ดิ้นรนแสดงอาการขอความช่วย เหลือ และแล้วก็ไม่มีผลใดๆ เพราะคุณศิวารูปหล่อ ได้นำตัวสาวพาไลคนสวยไป ได้ฉลุยโดยไม่มีใครขัดขวาง กระทั่งได้นางเอกไปครองโดยพฤตินัยอย่างสมบูรณ ์หลังจากฉากนี้โดยการขืนใจ แน่นอน..ฉลุยค่ะ ไม่มีใครขัดขวางได้ เพราะนี่ มันเป็นเรื่องผัวเมีย และที่สำคัญ หุหุ มันคือละครค่ะ

เข้าใจค่าาาาา .. นี่เป็นละคร

ดิฉันก็เป็นผู้หญิงชอบเสพละครทีวีไม่แพ้คุณแม่บ้านลูกบ้านท่านไหน !!!

ดังนั้นจึง รู้ยิ่งกว่ารู้ว่า .. เรื่องราวการแสดงออกถึงความรุนแรง การก ระทำทางเพศนั้น เกลื่อนจอมากมาย เมื่อก่อนดูแล้วก็ไม่ค่อยคิดอะไรหรอกค่ะ  ดูเอามัน เอาสะใจไว้ก่อน แต่ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา บังเอิญได้นำตัวเข้า ไปพัวพันเกี่ยวข้อง กับงานวิจัยและพัฒนาทีวีสำหรับเด็กและเยาวชน จึงเกิด อาการมองต่างมุม เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสื่ออันสุดยอดแห่งความมีอิทธิ พลอย่างทีวีเสียบ่อยครั้ง ได้สัมผัสกับเด็กๆ เยาวชน หรือแม้แต่ผู้ใหญ่  ที่เสพสื่อจนชินชา ไม่รู้สึกรู้สากับพฤติกรรมรุนแรงโดยไม่รู้ตัว เพราะ เห็นในทีวีจนมันเฉยๆ ชินๆ แล้วก็ชิลๆ ไปในที่สุด

มันชิลๆ นี่คะ จะไปรู้ตัวได้ยังไงกัน เคยมั้ยคะ ตอนเช้านั่งดูโฆษณาร้าน สุกี้ ตอนบ่ายไปเดินห้าง อ๊ะ..แหมมันก็อยากกิ๊น อยากกิน

รู้สึกว่าเวอร์มั้ยคะ..จะมาดัดจริตเรื่องผลกระทบอะไรกันนักหนา แหมมมมมม  มันก็แค่ละคร ก็แค่ทีวี ใครมันจะไปโง่ขนาดถึงขั้นดูแล้วซึมซับ เลียนแบบ

ถ้าคิดอย่างนั้น ก็ต้องถือว่า เรา (รวมดิฉันด้วยค่า) อยู่ในกลุ่มผู้โชค ดี ไม่ต้องไปข้องเกี่ยวกับคนที่มีพฤติกรรมรุนแรง ซึ่งนั่น ก็หมายความว่าเราอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ควรแก่การใช้ชีวิตกิ๊บๆ เก๋ๆ ต่อไป โฮะ โฮะ

วันนี้ว่ากันด้วยเรื่องความรุนแรงอย่างเดียว ส่วนค่านิยม สังคมฟุ้งเฟ้อ  แฟชั่นมากมายไร้สติ กันจนหมดสตางค์ไม่เกี่ยวนะคะ อันนั้นมันเรื่องจิ๊บๆ  มันยังไม่ค่อยสะเทือนใจดิฉันเท่าไหร่

แต่นั่นแหละค่ะ ยังมีผู้คนอีกมากนักในสังคม ที่ไม่ได้โชคดีเช่นดิฉันและคุณๆ ที่สำคัญเราอาจเป็นผู้ใหญ่แล้ว มันไม่น่าห่วงเท่าไหร่หรอก เพราะส่วนใหญ่ ก็มีความคิดมีวิจารณญาณในการตัดสินใจแล้ว แต่วัยรุ่นสิ ดิฉันเองไม่เชื่อ ว่าวัยรุ่นทุกคนคิดได้ ตัดสินใจในสิ่งที่เหมาะสมได้ทุกเรื่อง

ยิ่งเวลาที่มีโอกาสได้ฟังผู้ใหญ่หลายๆ คนพูดว่า ภาพรุนแรงที่เห็นมันเป็นเพียงในละครหรือ การ์ตูน วัยรุ่นเขามีสมอง คิดเองได้ ไม่เลียนแบบแน่นอนเพราะรู้ว่ามันเป็น พฤติกรรมไม่ดี ดิฉันก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด เพราะแสดงว่าผู้ใหญ่เหล่านั้นไม่ได้มองเห็นถึง เด็กวัยรุ่นอีกมากมายในประเทศ ที่ประสบกับปัญหาครอบครัว-ชีวิตมากมาย ไม่ได้มี ผู้ปกครอง พ่อแม่คอยชี้แนะ ก็ปล่อยเกาะเด็กๆ วัยรุ่นพวกนี้ไปอย่างนั้นเหรอ... .

ดิฉันลองคิดแบบบัดซบเวอร์ๆ เช่น มีหนุ่มรุ่นๆ ที่วันดีคืนดีไปชอบผู้หญิง คนหนึ่ง แล้วพาลคิดไปเองว่า แม่คนสวยที่ไปจีบ ก็ตั้งแง่แสนงอน ปากบอกไม่ ชอบๆ ด่าเราอย่างโน้นอย่างนี้ เหมือนแม่นางเอกในเรื่องเลย สงสัยจะรักกระผมแล้วแต่ไม่กล้าบอก โอ้วว... ในที่สุดก็พบว่า ที่แท้เราเป็นเหมือนพระเอกนี่เอง  อย่างนี้ต้องเผด็จศึกขืนใจเหมือนนางเอกซะเลย เดี๋ยวก็คงแฮปปี้ เอนดิ้งเหมือนในละครนั่นเอง เกิดซวยๆ หน่อย มีใครมาเห็น ก็บอกเรื่องผัว เมียอย่ายุ่ง แค่นี้ก็สำเร็จกิจลุล่วง แล้วก็กระหยิ่มยิ้มย่องไปว่า  โอ้.. จอร์จ ข้าช่างฉลาดเสียนี่กระไร !!!!

ส่วนผู้หญิง ก็ผ่าคิดไปว่า โอ้ววว ...ฉันคือ นางเอกหน้าใสใจกุศล ยกร่างกายให้พระเอกเชยชมไป จะเจอนางอิจฉา ครอบครัวตัวเองคอยกีดกันหรือแม่ผัวระรานนิดหน่อย เดี๋ยวสุดท้ายก็หวานชื่นมื่นเหมือนละคร ได้ยืนกอดกันริม ชายทะเลตอนพระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า ว๊าวววว โรแมนติกสุดๆ


อย่าลืมว่า ... เนื้อหาในละครนั้น มันช่างมีหลายเรื่องเหลือเกินที่พระเอก ขืนใจนางเอกก่อน แล้วสุดท้ายก็ฝ่าฟันอุปสรรคจนจบเรื่องบริบูรณ์โดยความ สุขสมหวัง แล้วมนุษย์เดินดินอย่างเราๆ ไม่มีสิทธิ์จะฝันให้ชีวิตเป็นเหมือนในละครบ้างหรืออย่างไร

ซึ่งหากมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง อาจจะคิดได้ว่าคงไม่เป็นไร เพราะ อย่างไรไอ้หนุ่มคนนั้นอาจจะไม่ใช่ลูกหลานญาติพี่น้องเรา ครอบครัวเราก็ดู แลกันดี๊ดี สอนสั่งอบรมมาให้ฉลาดรู้เท่าทันสื่อ ไม่โง่ไปเลียนแบบพฤติกรรมอะไรที่มันไม่ได้เรื่อง

แต่ใครจะมารับประกันได้คะว่า จะไม่มีลูกหลานเรา หรือแม้กระทั่งตัวเราจะไม่ตกเป็นเหยื่อพฤติกรรมเลียนแบบของคนอื่น ที่บังเอิญไม่ได้มีผู้ปกครอง บ่มเพาะความเท่าทันสื่อให้เป็นวัคซีน

ดิฉันก็ได้แต่บ่นไปบ่นมา แล้วจะทำอะไรได้บ้างคะเนี่ย นอกจากคอยดูแลคนใกล้ ชิดให้ไม่โง่งม คุ้นชินไปกับพฤติกรรมรุนแรงที่เห็นจากหน้าจอ แล้วก็นั่งภาวนาว่า โอมเพี้ยง ขอให้ทุกๆ คนในสังคมทำเหมือนเราด้วยเถิด เราและคนที่เรารักจะได้ไม่เป็นเหยื่อ !!! คำว่า "อย่ายุ่ง เรื่องผัวเมีย" ให้ละเหี่ยใจ เฮ้อ...

ดิฉันเอง ยังแอบคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นตัวเองไปเห็นเหตุการณ์ทำนองนี้สดๆ  แล้วเขาบอกว่า "เรื่องผัวเมีย อย่ายุ่ง" ดิฉันจะทำยังไง จะกล้ายุ่งให้เขา หันหาเล่นงานเราหรือเปล่าเมื่อในที่สุดแล้วเขาก็คืนดีกัน หรือว่าจะปล่อย ไปดีกว่านะ เพราะยังไงแล้ว เขาสองคนก็น่าจะเคลียร์กันได้แฮปปี้เอนดิ้งอยู่ดี ก็เห็นอยู่บ่อยไปในละคร

และแล้วก็หาคำตอบให้ตัวเองยังไม่ได้เหมือนกันค่ะ ว่าถ้าเจอจะทำยังไงดี เนี่ย... เพราะคำว่า "เรื่องผัวเมีย" นี่มันเป็นเหมือนรั้วหนามกั้นเขตแดนอะไรสักอย่างที่ขวางไม่ให้เราก้าวข้ามไป ยิ่งดิฉันเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ  บอบบางยังกะแผ่นกระดาษ จะหาญกล้าเสี่ยงเข้าไปยุ่งมั้ยเนี่ย แต่ก็โอเคนะ... ดิฉันกรี๊ดเสียงดังได้ อาจจะใช้เสียงช่วยได้สักหน่อย ถ้าไอ้ (ผู้ที่ คิดว่าเป็น) พระเอกมันไม่ตบจนหน้าหันไปเสียก่อน หุหุ

ว่าแล้ว วันนี้ก็จะเตรียมไปลุ้นหน้าจอ ว่า "ศิวา" กับ "พาไล" จะแฮปปี้กันหรือยังดีกว่า

ว่าแต่ไอ้คำว่า "เรื่องของผัวเมีย" นี่มันสุดจะคลาสสิค และแสนมีอภิสิทธิ์ จริงๆ เชียวนะ.. ว่ามั้ยคุณ !!!

ขอให้คุณๆ Happy Ending กันถ้วนหน้านะคะ

ด้วยความปรารถนาดีจากผู้หญิงวิตกจริตค่า

โดย rasa

 

กลับไปที่ www.oknation.net