วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” ชู CSR “Care-Share-Respect” แก้ภาพปตท.ผูกขาด-ผลประโยชน์ทับซ้อน


ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน


เมื่อเอ่ยชื่อ “ปตท.” คงไม่มีใครไม่รู้จักกลุ่มธุรกิจพลังงานขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองไทย มีปั๊มน้ำมันกระจาย

อยู่ทั่วประเทศกว่า 1,400 แห่ง ปี 2554 ปตท. มีกำไรสุทธิกว่า 1 แสนล้านบาท มีรายได้นำส่งรัฐปีละกว่า

1 หมื่นล้านบาท ปตท. ได้รับรางวัลด้านธรรมาภิบาลมากมาย ด้วยความที่เป็นยักษ์ใหญ่ของวงการพลังงาน

เวลาเคลื่อนไหวเรื่องใดๆ เป็นอันต้องถูกมองว่ามีอิทธิพลเหนือตลาดเสมือนมีอำนาจลึกลับค่อยให้ความช่วยเหลือ

ขณะที่บทบาทของ ปตท.เอง ยังไม่สามารถแยกบทบาทได้ชัดเจนระหว่างบริษัทมหาชนกับรัฐวิสาหกิจ จนกลาย

เป็นประเด็นความขัดแย้งผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นภาพลักษณ์ที่ ปตท.พยายามสร้างใหม่ว่าเป็นบริษัทพลังงาน

ที่ยั่งยืนให้ลูกหลานไทยได้มีพลังงานใช้อย่างไม่ขาดมือ

“ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

 CEO คนใหม่ ให้สัมภาษณ์เพื่อบันทึกเทปรายการสยามวาระ สำนักข่าวไทยพับลิก้าในฐานะผู้ร่วมสนับสนุน

ข้อมูล จึงนำรายละเอียดคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมานำเสนอ เป็นคำถามที่ ปตท. ในฐานะจำเลยสังคมจะต้องตอบ

ไทยพับลิก้า : มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไม ปตท. กำไรเยอะจัง

ผมขอเรียนว่า ปตท. มีภารกิจที่ยิ่งใหญ่มาก ต้องออกไปแสวงหาพลังงานมาให้คนไทย 60 ล้านคนได้มีพลังงานใช้

ต่อไปอีก 10 ปีข้างหน้า และมีบางท่านถามผมว่า กำไรตั้งแสนล้านบาททำไม ปตท. ไม่เจียดเงินสัก 10,000 ล้านบาท

ไปช่วยแท็กซี่บ้าง ผมก็ตอบเขาไปว่า คุณต้องไปขออนุญาตคน 67 ล้านคนก่อน ว่าทำไมต้องมาเอาเงินพวกเขาไป

ช่วยแท็กซี่ แต่ถ้าจะให้ ปตท. เอาเงินไปช่วยเท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะตอนนี้ ปตท. แบกรับภาระเอ็นจีวีปีละหลายหมื่นล้านบาท

ส่วนคำถามที่ว่าทำไม ปตท. กำไรเยอะจัง จริงๆ กำไรปีละแสนล้านบาทไม่ได้มากอย่างที่คิด ถ้าเอา 67 ล้านคนหาร

ตกคนละ 1,000 บาทต่อปีเท่านั้น ขณะที่ ปตท. มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางออกสำรวจค้นหาแหล่งพลังงาน เพื่อนำ

มาให้คนไทยได้ใช้กันอย่างเพียงพอ ในอนาคตต้องเดินทางไปพม่า ตะวันออกกลาง ขั้วโลกเหนือ

ไทยพับลิก้า : คุณไพรินทร์วางเป้าหมาย หรือกำหนดวิสัยทัศน์ของ ปตท. เอาไว้อย่างไรบ้าง

เป้าหมายคือ ผมต้องการผลักดันให้ ปตท. เป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติที่มีความยั่งยืน การที่จะไปถึงจุดหมายได้ต้อง

ทำ 2 ภารกิจให้สำเร็จ ภารกิจแรก คือ สร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน ภารกิจที่สอง ต้องสร้างความมั่งคั่งทาง

เศรษฐกิจให้กับประเทศ นี่คือภารกิจหลัก

ความยั่งยืนมีหลายองค์ประกอบด้วยกัน ประการแรก ปตท. เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องจ่าย

ผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นในระดับที่เหมาะสม

ประการที่ 2 ปตท. ยังเป็นรัฐวิสาหกิจ สิ่งที่สังคมคาดหมายคือต้องมีบรรษัทภิบาล โปร่งใส และที่สำคัญ ปตท.

ต้องปฎิบัติตามกฏหมายทั้งหมดอย่างเคร่งครัด ฝรั่งใช้คำว่า “compliance unit” และผู้ให้บริการที่ดีแก่ประชาชน

ประการที่ 3 ปตท. เป็นบริษัทที่ประกอบกิจการทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ จำเป็นต้องมีโรงกลั่นน้ำมันโรงงาน

ผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับชุมชน ดังนั้น ในการทำธุรกิจของ ปตท. ทุกครั้งต้องได้รับฉันทานุมัติ

จากชุมชน จึงต้องมีกิจกรรมเพื่อสนองตอบความต้องการของสังคม หรือที่เรียกว่า “CSR” ภาคธุรกิจจะเป็นตัว

ขับเคลื่อน ไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล

ปัจจุบันมีตำราที่เขียนเกี่ยวกับ CSR มากมาย มีการกำหนดมาตรฐานสากล ISO 20006 ว่าด้วยเรื่อง CSR

แต่การทำ CSR จริงๆ ต้องทำอย่างมีจิตวิญญาณ เมื่อทำแล้วต้องได้รับความไว้วางใจและความเชื่อถือจากสังคม

CSR ของ ปตท. คือ C : Care, S:Share, R : Respect กล่าวโดยรวมคือ Care-Share-Respect จะทำอย่างไรให้

ท้องถิ่นรับรู้ว่า ปตท. ห่วงใยพวกเขาในฐานะที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ก่อนจะทำอะไรควรแจ้งให้ชุมชนทราบ เรื่องนี้

สำคัญมาก หาก ปตท. ไม่ได้รับความไว้วางใจหรือความน่าเชื่อถือจากสังคม มันจะทำอะไรไม่ได้เลย นี่คือหัวใจ

ของการทำ CSR

ไทยพับลิก้า : ปตท. ต้องดูแลผลประโยชน์ของสาธารณะในฐานะรัฐวิสาหกิจ แต่อีกด้านต้องทำกำไรให้ผู้ถือหุ้นใน

ฐานะบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ผ่านมาบริหารอย่างไรให้เกิดความสมดุล

เมื่อปี 2554 ยอดขาย ปตท.อยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาทกำไรสุทธิรวมบริษัทย่อยประมาณ 1 แสนล้านบาท กำไรของ

ปตท. มีสัดส่วนแค่ 5% ของยอดขายเท่านั้น แต่เวลาพูดกันที่ตัวเลข 1 แสนล้านบาท มันเป็นตัวเลขที่เยอะมาก

ความหมายคือ ลงทุนซื้อของมาขาย 100 บาท กำไร 5 บาท จริงๆ แล้ว ปตท.ไม่ได้มีกำไรอะไรมากอย่างที่คิด

และถ้าไปดูโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดคือกระทรวงการคลังถืออยู่ 60% ที่ผ่านมา ปตท. จ่ายปันผลส่งเป็น

รายได้แผ่นดิน 4 แสนล้านบาท จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลปีละหลายหมื่นล้านบาท สุดท้ายเงินเหล่านี้กลับไป

สู่ประชาชนในรูปของงบประมาณ

ในฐานะที่ ปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจ นอกจากจะมี สตง. เป็นผู้สอบบัญชีและยังมีคณะกรรมการอิสระเข้ามากำกับดูแล

 จนทำให้ ปตท. ได้รับรางวัลด้านธรรมาภิบาลหลายรางวัล ตรงนี้เป็นเครื่องยืนยันความโปร่งใส ผมได้แจ้ง

คณะกรรมการ ปตท. ไปแล้วว่า ผมจะประกาศเป็นนโยบายว่าต่อไปนี้ ปตท. จะต้องปฎิบัติตามกฎหมาย

และกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด (compliance) เช่นเดียวกับบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา

ทุกวันนี้คนมักเข้าใจว่า ปตท. กำไรแสนล้านบาท แต่กำไรนั้นไม่ใช่ของ ปตท. แห่งเดียวแต่มาจากธุรกิจอื่นด้วย

ส่วนเรื่องการเป็นผู้ให้บริการที่ดี “service mind ” นั้น อย่างเช่น ธุรกิจขายน้ำมันทำอย่างไรถึงจะให้ผู้ใช้น้ำมันของ

 ปตท. มีความสุข ดังนั้น ปั๊มน้ำมันของ ปตท. ห้องน้ำต้องสะอาด บริการต้องดี นี่คือเป้าหมายหลัก

ช่วงปลายปีที่แล้วเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ 20-30 จังหวัด อย่างเช่น นครศรีอยุธยา ปทุมธานี

ถูกน้ำท่วม 90% ของพื้นที่ แต่ ปตท. ยังสามารถจัดส่งน้ำมันไปภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ได้

มีน้ำมันใช้ไม่ขาดแคลน ภาคกลางจะเสียหายแค่ไหนเราก็ต้องส่งน้ำมันให้ได้ นี่คือภาระกิจรักษาความมั่นคงทางด้านพลังงาน

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://thaipublica.org/2012/05/pilin-ceo-ptt/

โดย energy

 

กลับไปที่ www.oknation.net