วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตามหา St George ที่ Genova ... la Superba ที่สุดแห่งเมืองท่าอิตาเลี่ยน


 

แม้อิตาลีจะมีความเป็นมาอันยาวนานย้อนไปได้ถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์บนผืนแผ่นดินที่ตั้งอยู่ การรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในขอบเขตแดนชัดเจนเป็นประเทศใหม่ เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2404 

*

 

หลังการเสื่อมสลายของอาณาจักรโรมันในศตวรรษที่ 5 อิตาลีผ่านช่วงเวลาของการถูกรุกล้ำ การแบ่งแยกเป็นแว่นแคว้นและรัฐอิสระ และให้กำเนิด Maritime republics อันหมายถึงรัฐที่มีอำนาจทางทะเลจำนวนมาก ซึ่งรุ่งเรืองอยู่ราวศตวรรษที่ 5 – 15 แห่งยุคกลาง เมดิอิวัล Medieval

 

*

*

*

ณ เวลานั้น Maritime republics ที่มีบทบาทสำคัญเป็นที่รู้จักกว้างขวาง มักไล่เรียงลำดับกันว่า Amalfi, Pisa, Genoa และ Venice ทำการเดินเรือสู่ชายฝั่ง Mediterranean Sea น่านน้ำในวงล้อมของแผ่นดินเมดิเทอเรเนียนที่เชื่อมต่อมหาสมุทรแอทแลนติก และมีบทบาทมหาศาลในการสนับสนุนและช่วยเหลือด้านการขนส่งช่วงสงครามครูเสด The Crusades ให้ผลพลอยได้ตามมาเรื่องการค้า

 

*

*

*

 

เมื่อมีผลประโยชน์และเงินทองเกี่ยวข้อง ย่อมไม่พ้นการตกเป็นเป้าใหญ่ของโจรสลัด ดินแดนเหล่านี้จึงพัฒนาเขี้ยวเล็บจากที่เป็นเพียงเพื่อป้องกันตนเองในฐานะพ่อค้าวานิช กลายเป็นกองเรือรบที่รุกสู้กลับได้

 

 

ในจำนวนเมืองท่าของแผ่นดินอิตาลีที่ถูกทะเลโอบล้อมเกือบรอบด้าน Genoa หรือภาษาอิตาเลี่ยน Genova – Repubblica di Genova เป็นรัฐอิสระระหว่าง พ.ศ. 1548 – 2340 หลายช่วงจังหวะมีพลังและความสำคัญเด่นชัดเคียงคู่กับ Venice แต่ก็ขัดกันอยู่ในทีทำให้ต้องรบกันไปมา สุดท้ายเจโนว่าเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ส่งผลให้เข้าสู่สภาพถดถอย กลายเป็นสมบัติผลัดกันชมของฝรั่งเศสและสเปน จนฝรั่งเศสบุกมาชิงคืนในที่สุด

ความรุ่งเรืองถึงขีดสุด จนคราวตกต่ำที่สลับสับเปลี่ยนในช่วงเวลาผันผวน ทำให้มีหลายอย่างเกิดขึ้นที่  Genova และทิ้งร่องรอยไว้ในประวัติศาสตร์

*

ย้อนกลับไปช่วงสองร้อยกว่าปีหลังการเป็นรัฐอิสระ Genova เจริญรุดหน้าด้านการค้า นำมาซึ่งความมั่งคั่งและความก้าวหน้าทางศิลปะและวิทยาการ ที่ปรากฏเป็นเครื่องสะท้อนความวิไลและให้เห็นภาพการเมืองและการปกครองสมัยนั้น

*

*

 

เวลานั้น Genova ไปช่วยกู้เมือง Constantinople กลับคืนให้พวก Byzentine สำเร็จ เจ้าไบเซนไทน์จึงตกรางวัลเป็นอาคารทูต Venetian ของเวนิซ ซึ่งมีอิทธิพลอยู่ดั้งเดิมในพื้นที่ด้วยบารมีของ Latin Empire ผู้ยึดครองคอนสแตนทิโนเพิลคนก่อน

เมื่อเป็นสมบัติของคู่ปรับ อิฐและประติมากรรมของอาคารโดยเฉพาะสัญลักษณ์รูปสิงโตของ St Mark นักบุญอุปถัมภ์ของเวนิซ จึงถูกรื้อถอนรากส่งกลับ Genova ตามเจตนาข่มกัน เกิดเป็นวังใหม่ชื่อ Palazzo San Giorgio

San Giorgio หรือ St George ผู้เป็นนักบุญอุปถัมภ์ของ Genova นั่นเอง  

*

*

 

การก่อสร้าง พาลาซโซ่ ซาน จอร์โจ้ (i ตามหลัง g ไม่ส่งเสียง ภาษาอิตาเลี่ยนจึงไม่อ่าน จิ-ออ-จิ-โอ้) ยังมีเป้าหมายแยบยลให้เป็นศูนย์กลางทางการเมืองที่ไม่อิงกับ ‘ผู้ทรงอำนาจทางการรบ’ หรืออีกนัยหนึ่งคือ โป๊ป ที่มีอำนาจสูงส่งในทางปกครองและเก็บภาษี พ่วงเกินมาจากเรื่องศาสนา

 

*

 

Palazzo San Giorgio จึงเป็นเครื่องหมายแบ่งแยกและคะคานกับ Cattedrale di San Lorenzo อันเป็นมหาวิหารแห่งเจโนว่า ที่ Pope Gelasuis II เป็นผู้ประกอบพิธีเปิดเมื่อร้อยปีก่อนหน้า

*

*

 

 

Cathedral of San Lorenzo ได้รับการบูรณะดูแลมาตลอด และมีส่วนต่อเติมที่มาเสร็จสิ้นปลายศตวรรษที่ 17

*

*

*

 

 

พอถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเหตุระทึกซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญจนทุกวันนี้ เมื่อทหารเรือหนุ่มน้อยประจำการในเรือรบหลวง HMS Malaya ของบริทิช ที่กำลังบุก Genova ควมคุมพิกัดการยิงผิดพลาดเพราะไม่เคยฝึกบังคับการยิงมาก่อน กระสุนพุ่งเข้าสู่ผนังอิฐของ Cathedral of San Lorenzo โดยไม่ตั้งใจ

*

 

แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิด เมื่อกระสุนด้าน และถูกฝังให้ปรากฏอยู่จนปัจจุบัน 

*

*

หลังเหตุการณ์ Commander Henry Hatfield ผู้บังคับการเรือที่เติบโตก้าวหน้าจากทหารเรือหนุ่มวันนั้น กลายมาเป็นแคทอลิกที่เคร่งครัด

 

ส่วน Palazzo San Giorgio คงยืนหยัดผ่านกาลเวลาในอีกหลายบทบาท

*

 

ที่ Venice

ในเวลาใกล้เคียงกับที่ Palazzo San Giorgio สร้างเสร็จ นักเดินทางสองคนพี่น้อง Niccolò และ Maffeo เพิ่งกลับมาจากเมืองจีน เมื่อเสร็จสิ้นการรายงานสิ่งที่พบเห็นกับโป๊ปแล้ว Niccolò ก็เตรียมพาลูกชายอายุเพิ่ง 15 ออกเดินเรือกลับสู่ทวีปเอเชียอีกครั้ง ผ่านไป 24 ปี ทั้งสามกลับมาถึง Genova ประจวบเหมาะกลางสงครามกับ Venice เรือที่แล่นมาถูกจับ ลูกชายที่เป็นหนุ่มฉกรรจ์ถูกขังที่ Palazzo San Giorgio ที่กลายเป็นเรือนจำในช่วงนั้น

ระหว่างการจองจำได้พบกับ Rustichello da Pisa นักเขียนแนว Romance ที่เกี่ยวกับตำนาน การผจญภัย การค้นหา (Quest) ซึ่งถูกจับมาก่อนหน้า จึงเข้าทางที่หนุ่มน้อยนักโทษใหม่นามว่า Marco Polo เล่าเรื่องการค้นพบในแดนไกลให้ da Pisa ร่วมกันบันทึก เกิดเป็นหนังสือชื่อ The Travels of Marco Polo   

 

*

 

ล่วงเลยมาถึงต้นศตวรรษที่ 15 Genova เพิ่งพ้นจากการครอบครองของฝรั่งเศส

แม้จะวนเวียนอยู่ภายใต้อิทธิพลของฝรั่งเศส มิลาน และสปน แต่การเดินเรือและการค้าในน่านน้ำบริเวณนั้นก็ยังดำเนินไป หลายสกุลคหบดีรวมถึง Grimaldi ต้นราชสกุลของกษัตริย์แห่ง Monaco ได้รวมตัวกันก่อตั้งธนาคารเมื่อ พ.ศ.1950 นับเป็นหนึ่งในธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีชื่อว่า Casa delle Compere di San Giorgio

คราวนี้ Palazzo San Giorgio จึงถูกใช้เป็นที่ตั้งของ ธนาคารแห่ง St George ตระหง่านอยู่ขอบท่าเรือเก่าแก่อย่างสง่างาม

*

 

ธนาคารแห่งเซนท์จอร์จอยู่มาเกือบสี่ร้อยปี จนถึงคราวที่ Napoleon นำทัพที่เป็นส่วนของ French Revolutionary Wars บุกทางเหนือของอิตาลี เกิดแรงกดดันให้ต้องปิดลงในที่สุด

 

ถึงกลางศตวรรษที่ 15 Genova ได้กลายเป็นบ้านเกิดของนักสำรวจระดับโลก Christopher Columbus

*

*

*

*

 

แม้ว่า Columbus จะอ้างถึงการออกสำรวจ ว่าเพื่อเผยแพร่ศาสนาอย่างธรรมเนียมที่ใช้พูดกันสมัยนั้น ในการหาเหตุเดินทางเพื่อความสะดวกและปลอดภัย การไปถึงอเมริกาของ Columbus มีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ของยุโรปและอเมริกามากมายหลายด้าน กว่าการค้นพบของใครอื่นก่อนหน้า

*

*

 

ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ เกิดข้อตกลงชื่อ Capitulations of Santa Fe กับพวก Castile (รากของการรวมเป็นสเปน) ให้แบ่งผลกำไรที่หาได้จากดินแดนที่ค้นพบใหม่ 10% แก่ Columbus

 

*

*

 

เรื่องราวจากการเดินเรือของ Columbus ถูกบันทึกเป็นหนังสือสองเล่ม คือ Book of Privileges และ Book of Prophecies ใน พ.ศ. 2045 และ 2048 ตามลำดับ เล่มแรกนั้นระบุถึงผลตอบแทนที่ได้จากสเปน ส่วนอีกเล่มอ้างอิงสถานที่แห่งการเดินทางและค้นพบตามรอย Bible

*

ยามยากของ Genova ในเวลาต่อมา Columbus ยกหนึ่งในสิบของเงินที่ได้มาให้ Bank of Saint George เพื่อบรรเทาภาระภาษีที่ Genova ประสบอยู่ในเวลานั้น    

 

กล่าวกันว่า Genoese ผู้คนเจโนอีซแห่ง Genova มีจิตวิญญาณของนักสำรวจที่ไม่เคยสูญสลายไปท่ามกลางกระแสคลื่นและความแปรปรวนแห่งท้องทะเล

ความมั่งคั่งของดินแดนฝั่งทะเลด้านตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี จึงขึ้นอยู่กับอำนาจในการควบคุมวานิชทางทะเลเมดิเทอเรเนียนที่น่าเกรงขามของ Genova อย่างสมศักดิ์ศรีแห่งฐานะเมืองหลวงแห่ง Liguria แคว้นสำคัญทางเหนือ มาแต่ครั้งอดีต

เป็นบารมีที่ถึงขั้นให้ประเทศอังกฤษพึ่งพิงได้

 

Duke of Kent บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 1733 ว่า เรือพาณิชย์สัญชาติอังกฤษจะล่วงล้ำเข้าสู่น่านน้ำเมดิเทอเรเนียนได้อย่างปลอดภัย หากติดธง St George ผู้เป็นนักบุญอุปถัมภ์ของ Genova 

English Monarch จึงจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีตอบแทนการใช้สิทธิพิเศษติดธงนี้

ตามตำนาน St George เป็นนักบุญที่มีชีวิตเป็นอมตะ และปกป้องดูแลทหารในการศึกสงคราม มีหลายเมือง หลายอาณาจักร และหลายประเทศที่รับเอา St George เป็นนักบุญอุปถัมภ์ของตนเอง เช่น Georgia, Lebanon, Portugal และ England

 

ประเทศอังกฤษรับ St George เป็นนักบุญอุปถัมภ์ของชาติเป็นเวลานับย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 9 แต่การรับเอาธง St George มาเป็นธงชาติของอังกฤษด้วยนั้น นักประวัติศาสตร์บางส่วนเชื่อว่า มีที่มาจากธงของ Genova ตามปฐมหน้าที่ของธงที่ใช้บ่งบอกบนเรือในสมัยโบราณ

 

ทุกวันนี้ ธงกากบาดแดงบนพื้นขาว จึงเป็นตัวแทนของประเทศอังกฤษในส่วนประกอบของธง Union Jack ของเกรทบริเทน

*

แม้ความเกรียงไกรของ Genova ในปัจจุบันจะจับต้องได้จากฐานะเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี และหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของยุโรปจรดขอบน้ำฟ้าเมดิเทอเรเนียน

*

*

*

 

กลับเป็น St George ผู้ปรากฏอยู่ทุกหัวระแหง ที่ช่วยขับให้จิตวิญญาณของ Genova คงความอลังการตามสมญา la Superba อันยอดเยี่ยม อย่างสมภาคภูมิ

 

*********

คราวหน้า..

หยุดเวลาที่ชายฝั่ง Italian Riviera

Pavarotti "nessun dorma" live in Paris

Uploaded by lasourisdesvilles

Reference:

Republic of Genoa

Liguria: http://en.communi-italiani.it/regioni.html

 

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net