วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แก้กรรม


         ผมได้ยินคำว่าแก้กรรมอยู่บ่อยๆเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ 

ก็ไม่ค่อยได้สนใจ  ไม่เคยตามไปดูว่าเขาทำอย่างไรกันบ้าง

           วันนี้มาค้นดูในอินเตอร์เน็ต  เจอเข้าสองสามเรื่องตกใจหมดเลย


    

 

แล้วยังมีการแก้กรรมทางไกลอีก  ไม่รวมถึงวิธีแก้กรรมแบบพิสดารจากคนที่ทำตัวเป็นแม่ชีที่เคยเป็นข่าวโด่งดังมาแล้วhttp://www.youtube.com/watch?v=8ZkJIkdvmnM


รายละเอียดการแก้กรรมทางไกล มีดังนี้
บริการแก้กรรม ต่างประเทศ
1.ค่าครูแก้กรรม ท่านละ 1000 บาท
2.ค่าส่ง EMS ไปต่างประเทศ ตามจริง
3.ท่านที่อยู่ต่างประเทศไม่สะดวกทำบุญใส่บาตร ให้โทรมาคุยกับทีมงานครับ 
ขั้นตอนการแก้กรรมทางไกล 
1.ส่งข้อมูล ชื่อ-นามสกุล อายุ อาชีพ ที่อยู่ รูปถ่ายแบบเห็นหน้าชัด ของคนที่จะแก้กรรม 
มาที่อีเมล ...........@yahoo.com 
หรือ ส่งข้อมูล ชื่อ-นามสกุล อายุ ที่อยู่ อาชีพ รูปถ่าย ของคนที่จะแก้กรรม มาทาง EMS
** ส่งข้อมูลแล้วโทรแจ้งด้วยครับ **
ที่อยู่ในการจัดส่งข้อมูลแก้กรรมทางEMS
.....................................................
2.โอนเงินค่าครูแก้กรรมและค่าบริการเข้าบัญชีธนาคาร
ธนาคาร............... 
ชื่อบัญชี นาย..............
บัญชีเลขที่ ........... โอนเงินแล้วโทรแจ้งด้วยครับ ...........

ทีมงานจัดส่งใบแก้กรรมและเอกสารการแก้กรรม ทางEMS 
เสียงการแก้กรรมของแต่ละท่านส่งทางอีเมล
4.ผู้ใช้บริการสามารถโทรสอบถามข้อมูลการแก้กรรมและวิธีการทำสมาธิ ได้ตลอดเวลา


 คนไทยที่เป็นชาวพุทธ ไม่เข้าใจหลักพุทธศาสนา เข้าใจผิดกันไปมากมาย

ผมพยายามค้นหาดูว่า  มีพระที่ท่านสอนเรื่องนี้ไว้อย่างถูกต้องไหม?

พบว่ามีครับ  แต่ท่านอาจจะสอนยากไปหรือเข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย

จึงยังมีคนที่งมงายไร้สาระกันอยู่มากมาย

 

วันนี้ผมขอคุยเรื่องแก้กรรมในทัศนะของผมบ้างแล้วกัน

เอาอย่างง่ายๆสั้นๆจะได้ไม่ยืดเยื้อให้เบื่อหน่าย

 

ก่อนอื่นทำความเข้าใจคำว่า กรรมกันก่อน

กรรมแปลว่า  การกระทำ

เมื่อกรรมแปลว่าการกระทำ  ก็เห็นกันชัดๆอยู่แล้วว่า

เราไม่สามารถ แก้ การกระทำในอดีตได้

เมื่อวานเราฆ่าหมู เราจะไปแก้ให้เป็นว่าเมื่อวานเราไม่ได้ฆ่าหมูได้ไหม?

คำตอบคือ ไม่ได้  ในอดีตเราเคยทำอะไรไว้ เราจะไปแก้ตัวการกระทำนั้นให้เป็นอย่างอื่นนั้นย่อมไม่ได้ สรุปก็คือ แก้กรรมหรือแก้การกระทำที่ทำมาแล้วไม่ได้

แล้วแก้ผลของกรรมล่ะ แก้ได้ไหม?

อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับกรรมที่เราก่อไว้ว่ามีลักษณะเปิดช่องให้เราแก้ไขผลที่เกิดขึ้นได้ขนาดไหน

เช่นเมื่อวานเราจับนกมาขังไว้  วันนี้เกิดสำนึกขึ้นมาได้ว่าจับนกมาขังไว้ไม่ดี

เราก็ไปปล่อยนกออกไป อย่างนี้เรียกว่ากรรมที่เราก่อไว้ ยังเปิดช่องให้เราได้แก้ไขผลของกรรมนั้นได้อยู่(แต่อาจไม่ใช่ผลทั้งหมดคือนกถูกขังมาแล้วหนึ่งวัน)  แต่จะไปแก้การกระทำเป็นว่า เมื่อวานไม่เคยจับนกมาขัง จะแก้ได้อย่างไร ในเมื่อทำไปแล้ว ขังไปแล้ว

ถ้าเราขังนกไว้เมื่อวาน แล้ววันนี้เราเกิดอยากปล่อยนก แต่นกตายไปเสียก่อนเราก็ปล่อยไม่ได้ อย่างนี้ กรรมที่เราก่อไว้ไม่เปิดช่องให้เราแก้ไขผลของกรรมนั้นได้เลย

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่อยากจะเน้นก็คือ การแก้ไขผลของกรรมดังที่กล่าวมานี้

จะต้องแก้ให้ถูกเรื่อง ทำกรรมใดไว้ เกิดผลอะไร ต้องไปแก้ที่ผลจากการกระทำนั้น

จับนกมาขังไว้  นกได้รับความทุกข์ทรมาน จะแก้ ผลกรรมที่ไปจับนกนั้นมาขังไว้ ต้องไปปล่อยนกตัวนั้น ไม่ใช่ไปปล่อยนกตัวอื่น และไม่ใช่ เอาเงินหรือข้าวของอะไรไปถวายพระ

การปล่อยนกตัวอื่นหรือการทำบุญกับพระถ้าจะนับว่าเป็นการทำดีก็นับไป

 แต่ไม่ใช่การแก้กรรม จะแก้ได้อย่างไร  เอาอาหารไปถวายพระ พระก็ฉันอิ่มไป  นกถูกขังอยู่ก็ทนทุกข์ทรมานต่อไป

ถ้าพระรูปไหนสอนว่า ทำบุญกับท่านเป็นการแก้กรรม พระรูปนั้นสอนผิด

 

แต่ถ้าการแก้กรรมหมายถึงการที่เราเรียนรู้ ตรวจสอบการกระทำที่ผิดพลาดของเราในอดีต แล้วมาปรับปรุงแก้ไขการกระทำของเราในปัจจุบันและในอนาคต

อันนี้ก็จะมีเหตุมีผลสอดคล้องกับหลักธรรมคำสอนในทางพุทธศาสนา

 

ผมอยากจะย้ำว่า หลักธรรมคำสอนของศาสนาพุทธนั้นยึดโยงอยู่กับหลักเหตุผล

ดังนั้น เรื่องใดที่มี ที่มาที่ไปไม่มีเหตุผลย่อมไม่ใช่หลักทางพุทธศาสนา

ไม่ว่าคนบอกหรือคนสอนเรื่องนั้นจะเป็นใครก็ตาม

ต่อให้เป็นพระมีชื่อเสียงมีคนนับถือกันมากมาย เราก็ยังคงต้องใช้หลักกาลามสูตรในการพิจารณา

ก่อนจบเรื่องนี้ผมอยากจะให้ดูคลิปข้างล่างนี้ คลิปนี้ยาวมากถ้าไม่มีเวลาดูจนจบ ก็อยากจะให้ดูในนาทีที่ 18 ถึงนาทีที่ 26 ที่ท่าน ว,วชิรเมธี พูดถึงลัทธิที่สวนทางกับพระพุทธศาสนาอยู่สามลัทธิ ตรงนี้ถ้าเราจับจุดได้  เราจะเป็นชาวพุทธที่มีคุณภาพ ไม่งมงาย   ลองฟังดูครับ

 

โดย popladda

 

กลับไปที่ www.oknation.net